เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ไม่พลิกโผ ! กยศ. ประกาศแต่งตั้ง “พิมพ์เพ็ญ ลัดพลี” ผู้จัดการกองทุนฯ คนใหม่
Finance ไม่พลิกโผ ! กยศ. ประกาศแต่งตั้ง “พิมพ์เพ็ญ ลัดพลี” ผู้จัดการกองทุนฯ คนใหม่
จ้างผู้พิการไม่ใช่แค่ CSR ธุรกิจชี้เป็นกลยุทธ์สู้วิกฤตแรงงาน
HR จ้างผู้พิการไม่ใช่แค่ CSR ธุรกิจชี้เป็นกลยุทธ์สู้วิกฤตแรงงาน
ไทยพีบีเอส ประกาศนโยบาย AI ยึด 7 หลัก ย้ำ “AI เป็นผู้ช่วย มนุษย์ตัดสินใจ”
Tech ไทยพีบีเอส ประกาศนโยบาย AI ยึด 7 หลัก ย้ำ “AI เป็นผู้ช่วย มนุษย์ตัดสินใจ”
สำรวจ ‘บัตรเครดิตหรู’ อยากดูแพง ติดแกลม ต้องรวยเบอร์ไหน?
Finance สำรวจ ‘บัตรเครดิตหรู’ อยากดูแพง ติดแกลม ต้องรวยเบอร์ไหน?
DEX จัดนิทรรศการโคนัน 30 ปี ครั้งแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
Business DEX จัดนิทรรศการโคนัน 30 ปี ครั้งแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
กรมศุลกากร ยึด ‘LSD แสตมป์เมา’ ยาเสพติดแบบสติกเกอร์การ์ตูน ป้องกันระบาดในกลุ่มเยาวชน
Finance กรมศุลกากร ยึด ‘LSD แสตมป์เมา’ ยาเสพติดแบบสติกเกอร์การ์ตูน ป้องกันระบาดในกลุ่มเยาวชน
บริดจสโตน ส่ง “POTENZA SPORT EVO” เจาะตลาดรถยนต์สมรรถนะสูงและรถอีวี
Automotive บริดจสโตน ส่ง “POTENZA SPORT EVO” เจาะตลาดรถยนต์สมรรถนะสูงและรถอีวี
ส่องโปรเจ็กต์พันล้าน “สะพานคนเดินข้าม” แม่น้ำเจ้าพระยา แลนด์มาร์กใหม่ “ชัชชาติ 2”
Real Estate ส่องโปรเจ็กต์พันล้าน “สะพานคนเดินข้าม” แม่น้ำเจ้าพระยา แลนด์มาร์กใหม่ “ชัชชาติ 2”
ย้อนดูเศรษฐกิจกัมพูชา หลังปิดด่านชายแดนทางบกกับไทย ครบ 1 ปี
World ย้อนดูเศรษฐกิจกัมพูชา หลังปิดด่านชายแดนทางบกกับไทย ครบ 1 ปี
บีโอไอ เคลียร์ชัดส่งเสริมลงทุนยึดคุณภาพโครงการไม่ใช่สัญชาติผู้ลงทุน หนุนร่วมทุนปรับตัวสู่ EV
Economic บีโอไอ เคลียร์ชัดส่งเสริมลงทุนยึดคุณภาพโครงการไม่ใช่สัญชาติผู้ลงทุน หนุนร่วมทุนปรับตัวสู่ EV
ดูทั้งหมด

ธปท.ลุยตัดตอน “หนี้เรื้อรัง” น็อนแบงก์ตั้งรับหั่นดอกเบี้ย

02 ส.ค. 2566 | 07:47น.

ธนาคาร-น็อนแบงก์ ตั้งรับมาตรการแก้ “หนี้เรื้อรัง” กลุ่มสินเชื่อส่วนบุคคล ธปท. ดีเดย์ 1 เม.ย. 67 ลูกหนี้เข้าโครงการได้สิทธิพิเศษดอกเบี้ย 15% ต่อปี “อิออน” ชี้ลูกหนี้คิดหนักห้ามก่อหนี้ใหม่ 5 ปี คาดลูกหนี้เข้าร่วมไม่ถึง 5% “เคทีซี” สะเทือนรายได้ดอกเบี้ย 18 ล้านบาทต่อเดือน ปรับระบบคำนวณดอกเบี้ยใหม่ กรุงศรี คอนซูมเมอร์ ประเมินลูกหนี้เรื้อรัง 1 แสนราย วงเงินสินเชื่อ 5,000 ล้าน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยตัวเลขหนี้ครัวเรือน (ณ ไตรมาส 1/2566) ที่มีการปรับปรุงใหม่อยู่ที่ 16 ล้านล้านบาท คิดเป็น 90.6% ต่อ GDP ขยับเพิ่มขึ้นจากก่อนหน้านี้อยู่ที่ 15.2 ล้านล้านบาทคิดเป็น 86.3% ต่อ GDP

โดย ธปท.ให้ความสำคัญกับการแก้ปัญหาหนี้ครัวเรือนอย่างต่อเนื่อง โดยมาตรการที่จะเร่งบังคับใช้ก่อน คือ การให้สินเชื่ออย่างรับผิดชอบและเป็นธรรม (responsible lending) ที่มีผลบังคับใช้วันที่ 1 มกราคม 2567 และมาตรการดูแลหนี้เรื้อรัง (persistent debt) มีผลบังคับใช้วันที่ 1 เมษายน 2567

ธปท.คาดหนี้เรื้อรัง 5 แสนบัญชี

นางสาวสุวรรณี เจษฎาศักดิ์ ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายกำกับสถาบันการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวว่า มาตรการดูแลหนี้เรื้อรัง (persistent debt : PD) จะมีผลบังคับใช้วันที่ 1 เมษายน 2567 โดยเบื้องต้นจะทำในกลุ่มสินเชื่อส่วนบุคคลประเภทหมุนเวียน ที่มีสถานะเป็นลูกหนี้ปกติ แต่มีการจ่ายดอกเบี้ยมากกว่าเงินต้น

ทั้งนี้ ลูกหนี้ที่เข้าร่วมโครงการปรับโครงสร้างหนี้เรื้อรัง จะสามารถจบหนี้ภายใน 5 ปี และอัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงไม่เกิน 15% ต่อปี โดยผู้ที่มีคุณสมบัติ “ลูกหนี้เรื้อรัง” คือมีการจ่ายดอกเบี้ยมากกว่าเงินต้นย้อนหลัง 5 ปี โดยกรณีเป็นลูกหนี้ของธนาคารต้องเป็นผู้ที่มีรายได้ไม่เกิน 2 หมื่นบาทต่อเดือน

แต่กรณีเป็นลูกหนี้ของ “น็อนแบงก์” ต้องมีรายได้ 1 หมื่นบาทต่อเดือน ทั้งนี้ จากการเก็บข้อมูลจากสถาบันการเงินโดยคร่าว ๆ พบว่ามีลูกหนี้เข้าข่ายหนี้เรื้อรังราว 5 แสนบัญชี

นอกจากนี้ ธปท.ยังมีกลุ่มลูกหนี้ที่มีสัญญาณเป็นเรื้อรัง (general PD) คือมีการจ่ายดอกเบี้ยมากกว่าเงินต้นย้อนหลัง 3 ปี (นับตั้งแต่ 1 เม.ย. 67) กลุ่มนี้จะได้รับข้อความแจ้งเตือนว่ามีสัญญาณหนี้เรื้อรัง แนะนำให้ชำระหนี้ต่อเดือนมากขึ้น เพื่อลดภาระดอกเบี้ยและปิดจบหนี้เร็วขึ้น

อย่างไรก็ดี เงื่อนไขลูกหนี้ที่เข้าโครงการ PD จะไม่สามารถเบิกเงินเพิ่มได้จนกว่าจะปิดหนี้จบ ยกเว้นกรณีฉุกเฉิน รวมถึงมีรายงานประวัติข้อมูลเครดิตว่าเข้าปรับโครงสร้างหนี้ในโครงการ PD โดยมาตรการนี้แล้วแต่ความสมัครใจของลูกค้าในการเข้าร่วม

ทั้งนี้ สินเชื่อบุคคลภายใต้กำกับของ ธปท. ณ เดือนพฤษภาคม 2566 มีจำนวน 16.67 ล้านบัญชี ยอดสินเชื่อ 787,611 ล้านบาท

KTC กระทบ 18 ล้านต่อเดือน

นางสาวพิชามน จิตรเป็นธรรม ผู้บริหารสูงสุด สายงานสินเชื่อบุคคล บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) หรือ เคทีซี เปิดเผยกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ภายหลังจาก ธปท.ออกมาตรการแก้หนี้ครัวเรือนอย่างยั่งยืน โดยเฉพาะมาตรการแก้หนี้เรื้อรัง ซึ่งเคทีซีพร้อมดำเนินตามเกณฑ์ดังกล่าว

หากเป็นกลุ่มลูกหนี้ที่เข้าข่ายมีสัญญาณเป็นหนี้เรื้อรัง คือในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา มีการชำระดอกเบี้ยมากกว่าเงินต้น กลุ่มนี้เคทีซีจะดำเนินการส่งจดหมายหรือติดต่อเพื่อให้ลูกค้าชำระเงินเพิ่มเติมเพื่อตัดเงินต้นเพิ่มขึ้น

อย่างไรก็ดี หากพ้นระยะ 3 ปี จนเข้าสู่ 5 ปี ลูกค้าไม่สามารถชำระเพิ่มได้ และเข้าข่ายหนี้เรื้อรังรุนแรง เคทีซีจะชี้แจงลูกค้าให้รับทราบอีกรอบเพื่อให้เข้าร่วมโครงการ PD แปลงสินเชื่อหมุนเวียน เป็นสินเชื่อแบ่งชำระรายงวด(term loan) โดยเงื่อนไขปิดจบหนี้ภายใน 5 ปี คิดอัตราดอกเบี้ย 15% ต่อปี จากปกติ 25% ต่อปี

จากการประเมินผลกระทบจากมาตรการดังกล่าว ต่อรายได้ดอกเบี้ยที่ปรับลดลง เคทีซีคาดว่าจะอยู่ที่ราว 18 ล้านบาทต่อเดือน ภายใต้ลูกค้าที่เข้าข่ายหนี้เรื้อรังเข้าร่วมโครงการ PD ทุกราย ซึ่งถือว่าไม่สูงมากเมื่อเทียบกับรายได้ดอกเบี้ยทั้งปี เฉลี่ยอยู่ที่ราว 7,000 ล้านบาท

เนื่องจากเกณฑ์ดังกล่าวกำหนดลูกหนี้เข้าเกณฑ์จะมีรายได้ต่ำกว่า 2 หมื่นบาท ซึ่งเคทีซีมีสัดส่วนพอร์ตไม่เยอะมาก เพราะบริษัทเน้นลูกค้ารายได้สูงกว่า 2 หมื่นบาทต่อเดือน แม้ว่าเกณฑ์รายได้ขั้นต่ำจะอยู่ที่ 1.2 หมื่นบาทต่อเดือน

“ก่อนมาตรการจะบังคับใช้ในวันที่ 1 เมษายน 2567 เคทีซีจะต้องมีการปรับระบบการคำนวณอัตราดอกเบี้ยให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์กำหนดที่ 15% ต่อปี จากเดิม 25% ต่อปี รวมถึงมีการทดสอบระบบการคำนวณความถูกต้องแม่นยำ โดยจะใช้เวลาในการปรับระบบประมาณ 6 เดือน

ซึ่งสอดคล้องกับประกาศของ ธปท.ที่จะมี consultation paper ในเดือน ส.ค.-ก.ย. 66 และเปิดเฮียริ่งอีก 1 เดือนก่อนจะประกาศในเดือน พ.ย. 66 ซึ่งมีเวลาให้เคทีซีปรับระบบการดำเนินงาน”

เงื่อนไขเข้มลูกหนี้เมิน

ด้านนายนันทวัฒน์ โชติวิจิตร กรรมการบริหาร บริษัท อิออน ธนสินทรัพย์ (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน) เปิดเผยกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ตอนนี้บริษัทอยู่ระหว่างการดูข้อมูลลูกค้าที่มีรายได้ต่ำกว่า 1 หมื่นบาทต่อเดือน ที่เข้าเกณฑ์และสามารถเข้าโครงการลูกหนี้เรื้อรัง เพื่อแปลงเป็นสินเชื่อแบ่งชำระให้สามารถจบหนี้ได้ 5 ปี ดอกเบี้ยไม่เกิน 15% ต่อปี

จากการประเมินเบื้องต้นคาดว่าจะมีลูกหนี้ที่เข้าร่วมโครงการประมาณ 5% ของลูกหนี้ที่เข้าหลักเกณฑ์ทั้งหมด โดยกระทบรายได้ดอกเบี้ยไม่มาก เนื่องจากการที่ ธปท.ให้คิดอัตราดอกเบี้ย 15% ถือเป็นอัตราที่บริษัทกำหนดให้ลูกหนี้ในกลุ่มมาตรการปรับโครงสร้างหนี้ก่อนหน้าอยู่แล้ว ประกอบกับเป็นมาตรการภาคสมัครใจ ซึ่งเชื่อว่าลูกค้าไม่น่าจะเข้าโครงการมากนัก

ส่วนหนึ่งเพราะเงื่อนไขค่อนข้างเข้ม ที่กำหนดให้ลูกค้าที่เข้าโครงการไม่สามารถกู้สินเชื่อได้ในช่วง 5 ปี แม้ว่าจะเปิดช่องให้สามารถกู้กรณีฉุกเฉินได้ แต่เชื่อว่าลูกหนี้ส่วนใหญ่จะกังวลในส่วนนี้ ทำให้ไม่อยากเข้าร่วมโครงการ

“ตอนนี้กำลังดูข้อมูลลูกค้า คาดว่าลูกค้าจะเข้าไม่เยอะ เพราะเกณฑ์ที่จะต้องถูกบล็อกสินเชื่อ 5 ปี ทำให้ผลกระทบต่อผู้ประกอบการไม่เยอะ ยังพอรับได้ เพราะถ้าหากเป็นมาตรการบังคับทุกคน เชื่อว่าจะอิมแพ็กต์ต่อรายได้บริษัทแน่นอน ประกอบกับ ธปท.จะมีการรีวิวมาตรการหลังใช้ไป 1 ปี เพื่อดูผลกระทบ ซึ่งระหว่างนี้บริษัทก็จะเตรียมระบบ และการสื่อสารไปยังลูกค้า เพื่อสื่อสารทำความเข้าใจ และขั้นตอนกระบวนการในการเข้าโครงการ”

กดดันตลาดสินเชื่อบุคคล

นายนันทวัฒน์กล่าวว่า ภาพรวมการเติบโตของสินเชื่อส่วนบุคคลในปีนี้มองว่า การเติบโตจะน้อยกว่าคาดการณ์ไว้เดิมที่เฉลี่ยทั้งระบบจะขยายตัวอยู่ที่ราว 5-10% ส่วนหนึ่งมาตรการแก้หนี้เรื้อรังน่าจะกดดันการเติบโต เพราะหากกรณีมีลูกค้าเข้าโครงการ PD จำนวนมาก ทำให้การหาลูกค้าใหม่จะยากขึ้น

ประกอบกับภายใต้สถานการณ์เศรษฐกิจที่ยังไม่ฟื้นตัวทั่วถึง รายได้ครัวเรือนยังไม่กลับมาเต็มที่ ทำให้ความสามารถในการชำระหนี้ถูกกระทบ ขณะเดียวกันสถาบันการเงินคงเพิ่มความระมัดระวังในการเติบโต โดยเฉพาะในสินเชื่อที่ไม่มีหลักประกันมากขึ้น

กรุงศรีฯลูกหนี้เรื้อรังแสนราย

นางสาวณญาณี เผือกขำ ประธานกรรมการ กรุงศรี คอนซูมเมอร์ เปิดเผยกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า จากการประเมินข้อมูลพบว่ามีลูกค้าที่เข้าข่ายโครงการแก้หนี้เรื้อรัง ที่มีรายได้ 10,000 บาท และชำระดอกเบี้ยมากกว่าเงินต้น 5 ปี มีอยู่ประมาณ 100,000 คน คิดเป็นวงเงินสินเชื่อคงค้างราว 5,000 ล้านบาท

อย่างไรก็ดี คาดว่าจะมีลูกค้าให้ความสนใจตอบรับเข้าร่วมโครงการเพื่อปิดจบหนี้ภายใน 5 ปีประมาณ 10% เพราะมีข้อจำกัดเงื่อนไขในเรื่องของการห้ามกู้เพิ่มในระหว่างทางปิดจบหนี้ อาจทำให้ลูกค้าบางรายลังเลที่จะเข้าร่วมโครงการ

“เราพยายามสื่อสารและให้ความรู้ว่าหากมีกำลังในการชำระหนี้ให้ลูกค้าชำระมากขึ้นหรือโปะวงเงินกู้ได้ และลูกค้าที่ดีเราก็จะให้ดอกเบี้ยลดลงอยู่แล้ว ซึ่งโครงการแก้หนี้เรื้อรังอาจจะเห็นลูกค้าเข้าโครงการไม่ได้ทั้งหมด เพราะมีเงื่อนไขล็อกในการกู้เพิ่มที่เป็นข้อจำกัด หรืออาจจะหันไปกู้นอกระบบเพิ่ม ซึ่งตรงนี้ต้องให้ความรู้กับลูกค้าดี ๆ ในการแก้ปัญหา”

ด้านนายธนา โพธิกำจร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท กสิกร ไลน์ จำกัด หรือ LINE BK กล่าวกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ตอนนี้บริษัทอยู่ระหว่างการเตรียมระบบและโปรแกรมสำหรับรองรับลูกค้าที่เริ่มมี “สัญญาณเป็นหนี้เรื้อรัง” ซึ่งเป็นกลุ่มที่ชำระดอกเบี้ยมากกว่าเงินต้นในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา

โดยระบบจะดึงข้อมูลลูกค้าที่คาดว่าจะเข้าข่าย และจะสื่อสารไปยังลูกค้าผ่านข้อความ SMS หรือจดหมายแนะนำลูกค้าให้ชำระเงินมากขึ้นถ้ามีกำลังในการชำระ เพื่อให้เงินไปตัดต้นมากขึ้น เป็นต้น

ทั้งนี้จากการประเมินเบื้องต้น คาดว่ากระทบบริษัทค่อนข้างน้อย เนื่องจาก LINE BK เพิ่งเปิดดำเนินธุรกิจมาราว 2-3 ปี ทำให้ยังไม่มีลูกค้าที่เข้าข่ายนิยามหนี้เรื้อรังกลุ่ม 5 ปีของ ธปท. ที่จะต้องมีการปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงมาไม่เกิน 15% อย่างไรก็ดี หากลูกค้าเริ่มมีปัญหาในการชำระหนี้ บริษัทมีมาตรการช่วยเหลือลูกค้าต่อเนื่อง

“หนี้เรื้อรัง” กลุ่มแบงก์ไม่เยอะ

นายชัยยศ ตันพิสุทธิ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย เปิดเผยกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า จากการประเมินพอร์ตสินเชื่อส่วนบุคคลที่เข้าข่ายเกณฑ์กลุ่มที่ส่งสัญญาณเป็นหนี้เรื้อรัง และกลุ่มหนี้เรื้อรัง ข้อมูลเบื้องต้นมีประมาณ 500 ล้านบาท

อย่างไรก็ดี แนวปฏิบัติต้องรอดูหลักเกณฑ์รายละเอียดของ ธปท.อีกครั้ง ที่จะมีคำสั่งออกมาว่าให้ดำเนินการอย่างไรภายในไตรมาสที่ 3/2566 นี้ และจากเกณฑ์ที่ ธปท.ให้ปรับลดดอกเบี้ยจาก 25% เหลือ 15% ต่อปี สำหรับลูกค้าที่เข้าโครงการ คาดว่ากระทบรายได้ดอกเบี้ยเฉลี่ยประมาณ 25 ล้านบาทต่อปี

นายฐากร ปิยะพันธ์ ผู้จัดการใหญ่ ธนาคารทหารไทยธนชาต หรือ ทีทีบี เปิดเผยกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า จากการประเมินลูกค้าที่เข้าข่ายกลุ่มหนี้เรื้อรัง ที่มีรายได้ต่ำกว่า 2 หมื่นบาทต่อเดือน ส่วนหนึ่งมาจากทีทีบีเพิ่งเริ่มเข้ามารุกตลาดสินเชื่อส่วนบุคคลไม่นานในช่วง 2-3 ปี ทำให้มีลูกค้าที่จะเข้าร่วมโครงการน้อยมาก และยังไม่สามารถประเมินเป็นผลกระทบต่อรายได้ดอกเบี้ยได้

อย่างไรก็ดี ธนาคารพร้อมสนับสนุนในมาตรการดังกล่าว รวมถึงช่วยลูกค้าในการปรับโครงสร้างหนี้ต่อเนื่อง

นายผยง ศรีวณิช ประธานสมาคมธนาคารไทย (TBA) กล่าวว่า ภาพรวมลูกหนี้เรื้อรัง สำหรับในกลุ่มธนาคารพาณิชย์มีสัดส่วนไม่มากนัก อย่างไรก็ดี สมาคมและธนาคารสมาชิกพร้อมสนับสนุนมาตรการแก้ไขปัญหาหนี้ครัวเรือนอย่างยั่งยืนของ ธปท.

ซึ่งหากดูสัดส่วนหนี้ครัวเรือนในระบบธนาคารพาณิชย์อยู่ที่ 36% ของจีดีพี จากปัจจุบันระดับหนี้ครัวเรือนไทยอยู่ที่ 90.6% หรือราว 16 ล้านล้านบาท โดย TBA ได้บรรจุเรื่องการแก้ไขหนี้ครัวเรือนอยู่ในแผนยุทธศาสตร์ของสมาคมด้วย