เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ผู้กองแคท จับมือ วชิราวุธ เดินหน้าวางมาตรฐานนางสาวไทย 2570
Biz Movement ผู้กองแคท จับมือ วชิราวุธ เดินหน้าวางมาตรฐานนางสาวไทย 2570
‘ภาวิช’ ชงร่าง กม.ศึกษาฯ ภาค ปชช.ให้ ‘พท.’ ประกบ พ.ร.บ.หลักของพรรคการเมือง หลังพบเนื้อหายังไม่ใช่
News ‘ภาวิช’ ชงร่าง กม.ศึกษาฯ ภาค ปชช.ให้ ‘พท.’ ประกบ พ.ร.บ.หลักของพรรคการเมือง หลังพบเนื้อหายังไม่ใช่
SIRI CAMPUS ออฟฟิศไม่ใช่แค่พื้นที่ทำงาน
Biz Movement SIRI CAMPUS ออฟฟิศไม่ใช่แค่พื้นที่ทำงาน
คุยกับ ‘กระทิง-เรืองโรจน์’ How To รับมือวิกฤตยุค ‘โลกปั่นป่วน’
Business คุยกับ ‘กระทิง-เรืองโรจน์’ How To รับมือวิกฤตยุค ‘โลกปั่นป่วน’
SUZUKI eVITARA รถอีวีที่ไม่ต้องปรับตัวเยอะ
Automotive SUZUKI eVITARA รถอีวีที่ไม่ต้องปรับตัวเยอะ
กองทัพภาคที่ 1 ซ้อมย่อยริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศฯ แนะประชาชนเลี่ยงเส้นทาง
News กองทัพภาคที่ 1 ซ้อมย่อยริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศฯ แนะประชาชนเลี่ยงเส้นทาง
นายกฯ ลงนาม ‘ไทย–ภูฏาน’ ร่วมมือด้าน พลังงานสะอาด-การเงินภาคเกษตร
Politics นายกฯ ลงนาม ‘ไทย–ภูฏาน’ ร่วมมือด้าน พลังงานสะอาด-การเงินภาคเกษตร
‘ความหวัง’ คือสิ่งที่ต้องลงมือ ‘สร้าง’
สามัญสำนึก ‘ความหวัง’ คือสิ่งที่ต้องลงมือ ‘สร้าง’
ออมสิน ปลุกกระแสการออมยุคใหม่ “วัน(อวด)ออมแห่งชาติ” คึกคัก
Finance ออมสิน ปลุกกระแสการออมยุคใหม่ “วัน(อวด)ออมแห่งชาติ” คึกคัก
จัดใหญ่กอล์ฟ 50 ปี ประชาชาติ 23 พ.ย.
ข่าวหน้า 1 จัดใหญ่กอล์ฟ 50 ปี ประชาชาติ 23 พ.ย.
ดูทั้งหมด

สงครามอิสราเอล-ฮามาส พายุลูกใหม่ กดดันสินทรัพย์เสี่ยงผันผวนหนัก

09 ต.ค. 2566 | 16:22น.
ตลาดหุ้น

บล.เอเซีย พลัส ชี้สงคราม “อิสราเอล-ฮามาส” พายุลูกใหม่ กดดันสินทรัพย์เสี่ยงผันผวนหนัก สัญญาณฟันด์โฟลว์วิ่งไหลเข้าพักสินทรัพย์ปลอดภัย นำโดย “ทองคำ” ปรับตัวขึ้นไปแล้ว จับตา “เงินเฟ้อ” หากราคาน้ำมันขยับตัวขึ้น-เหตุการณ์ยืดเยื้อ กางหุ้นหลบภัยจากแรงขายต่างชาติ

วันที่ 9 ตุลาคม 2566 นายเทิดศักดิ์ ทวีธีระธรรม รองกรรมการผู้อำนวยการ และหัวหน้าสายงานวิจัย บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด เปิดเผยว่า หลังจากพอที่จะเห็นความผันผวนในตลาดการเงินเบาลง และคาดหมายว่าจะช่วยลดความผันผวนของตลาดหุ้นไทยได้ แต่ด้วยเหตุการณ์การสู้รบรุนแรงระหว่างอิสราเอล-ฮามาสในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ทำให้รู้สึกเหมือนว่า “พายุลูกใหม่” กำลังก่อตัวขึ้นมา

ทั้งนี้ ในประเด็นของอิสราเอล-ฮามาส จนถึงปัจจุบันยังไม่เห็นพัฒนาการในเชิงบวก อีกทั้งยังต้องรอดูว่าสถานการณ์จะมีการขยายวงหรือไม่ เนื่องจากแต่ละฝ่ายก็มีพันธมิตรสนับสนุน ส่วนผลกระทบที่เกิดขึ้นในตลาดการเงิน เชื่อว่าน่าจะทำให้เม็ดเงินลงทุนต่างชาติ (ฟันด์โฟลว์) ไหลเข้าไปพักในสินทรัพย์ปลอดภัยมากขึ้น

โดยเริ่มเห็นหัวขบวนอย่าง “ราคาทองคำ” ปรับตัวนำขึ้นไปแล้ว และในทางตรงข้ามก็น่าจะทำให้ฟันด์โฟลว์ยังไม่ไหลเข้าตลาดหุ้นไทย ส่วนอีกเรื่องหนึ่งคือ “ราคาน้ำมัน” ที่ดูเหมือนมีการขยับตัวขึ้นมาอีกครั้ง อาจจะดีต่อราคาหุ้นในกลุ่มน้ำมัน แต่หากเหตุการณ์ยืดเยื้อก็ต้องมองต่อไปที่ “เงินเฟ้อ” อีกรอบหนึ่ง

เสี่ยงบานปลาย กดดันสินทรัพย์ผันผวนหนัก

จากความเสี่ยงเชิงภูมิรัฐศาสตร์กลับมาอีกครั้ง หลังกลุ่มฮามาส (ชาวปาเลสไตน์) โจมตีอิสราเอลแบบไม่ทันตั้งตัวในช่วงวันหยุดที่ผ่านมา ทำให้เกิดการสู้รับกันอย่างรุนแรงในรอบหลายปี ด้วยปมจุดชนวนเรื่องศาสนา ขณะที่ปาเลสไตน์มีผู้สนับสนุนเป็นกลุ่มประเทศตะวันออกลาง นำโดยอิหร่าน ส่วนอิสราเอลมีผู้สนับสนุนเป็นกลุ่มประเทศตะวันตก นำโดยสหรัฐ

ทั้งนี้ สถานการณ์ดังกล่าวยังต้องติดตามอย่างใกล้ชิด เพราะหากมีการลุกลามไปในระดับภูมิภาค อาจเกิดผลกระทบเป็นวงกว้าง โดยเฉพาะราคาน้ำมันที่เสี่ยงขยับตัวสูงขึ้น เนื่องจากประเทศตะวันออกกลางเป็นแหล่งซัพพลายน้ำมันดิบเกือบ 1 ใน 3 ของโลก

ขณะที่ผลกระทบที่ตามมาในช่วงสั้น คาดว่าจะเป็นเซนติเมนต์เชิงลบต่อสินทรัพย์เสี่ยง เพราะเมื่อย้อนไปดูข้อมูลในอดีต จะเห็นได้ว่าช่วงที่เกิดความขัดแย้งระหว่างประเทศ มักทำให้ตลาดหุ้นผันผวน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกรณีที่เหตุการณ์ยืดเยื้อ อย่างเช่น สงครามรัสเซีย-ยูเครน ที่ลากยาวนานนับปีตั้งแต่ในช่วงเดือน มี.ค. 2565 จนกดดันตลาดหุ้นร่วงลงหนัก

ทั้งหากมาพิจารณาถึงผลกระทบเชิงเศรษฐกิจไทย คาดว่าจะไม่รุนแรง เนื่องจากอิสราเอลเป็นประเทศคู่ค้าสำคัญของไทยอันดับที่ 40 ขณะที่ปาเลสไตน์เป็นประเทศคู่ค้าสำคัญของไทยอันดับที่ 215 (สัดส่วนการนำเข้า-ส่งออกน้อยมาก) นอกจากนี้ ชาวอิสราเอลเดินทางเข้าไทย 8 เดือนแรกของปี 2566 อยู่ที่ 1.59 แสนราย นับจากต้นปี (YTD) คิดเป็นสัดส่วนเพียง 0.89% ของจำนวนนักท่องเที่ยวทั้งหมด

สรุปความขัดแย้งระหว่างประเทศระหว่างอิสราเอล-ปาเลสไตน์ คาดว่าจะเป็นบรรยากาศเชิงลบต่อตลาดหุ้นไทยในช่วงสั้น ฝ่ายวิจัยแนะนำหุ้นกลุ่ม Selective อาทิ PTTEP, PTTGC, GULF, BGRIM, ADVANC, TRUE

หาหุ้นหลบภัย จากแรงขายของนักลงทุนต่างชาติ

ในช่วง 2-3 เดือนที่ผ่านมา มีปัจจัยภายนอกที่กดดันตลาดหุ้นหลายอย่าง ทั้งความเสี่ยงเกิดภาวะถดถอยในบางประเทศ, บอนด์ยีลด์สหรัฐปรับขึ้นแรง, การปรับลดกำลังการผลิตของกลุ่ม OPEC+ และสหรัฐเสี่ยงเกิด Government Shutdown หนุนให้เม็ดเงินไหลเข้าสินทรัพย์ปลอดภัยอย่าง Dollar Index ตั้งแต่ ส.ค. 2566 เป็นต้นมา

โดยตั้งแต่ต้นเดือนนี้ต่างชาติยังคงขายสุทธิอย่างต่อเนื่อง รวมกว่า 2.5 พันล้านเหรียญ ซึ่งเป็นการขายสุทธิทุกประเทศ เริ่มจากไต้หวัน 1.5 พันล้านเหรียญ เกาหลีใต้ 700 ล้านเหรียญ ไทย 239 ล้านเหรียญ ฟิลิปปินส์ 45 ล้านเหรียญ และอินโดนีเซีย 1 ล้านเหรียญ

กดดันให้ตลาดหุ้นไทยย่อตัวลงมาอยู่ที่ 1,438 จุด และมี PBV ที่ต่ำเพียง 1.4 เท่า ถือว่าอยู่ในโซนน่าสะสม แต่ตลาดยังผันผวนจากปัจจัยภายนอก และเผชิญกับแรงขายของต่างชาติที่มีต่อเนื่อง ดังนั้น กลยุทธ์การลงทุน ฝ่ายวิจัยแนะนำสะสมหุ้นหลบความผันผวนจากแรงขายของนักลงทุนต่างชาติ

ทั้งจากหุ้นพื้นฐานดีต่างชาติถือน้อย PLANB, COM7, AOT, PTTEP และหุ้นผันผวนต่ำ ปันผลสูง LH, HMPRO, ADVANC เชื่อว่ายังมีโอกาส Outperform ตลาดได้