แม็คกรุ๊ป กำไรพุ่ง 119% ยอดขายทะลุ 2.1 พันล้าน เคาะปันผล 0.50 บาท/หุ้น

แม็คกรุ๊ป

“แม็คกรุ๊ป” ไตรมาส 2 ปีบัญชี 2567 กำไร 283 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 119% อัตรากำไรขั้นต้นสูง 64% รับอานิสงส์มาตรการภาครัฐ-ฤดูกาลท่องเที่ยว ดันงวดครึ่งปีแรกโกยรายได้จากยอดขายทะลุ 2,184 ล้านบาท บอร์ดเคาะจ่ายปันผล 0.50 บาท XD วันที่ 28 ก.พ.นี้

วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2567 นายเจมส์ ริชาร์ด อมตวิวัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แม็คกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ MC องค์กรธุรกิจค้าปลีก ประเภทสินค้าแฟชั่นและสินค้าไลฟ์สไตล์ “แม็คยีนส์” เปิดเผยถึงภาพรวมผลการดำเนินงานงวดไตรมาส 2 ปีบัญชี 2567 (1 ตุลาคม-31 ธันวาคม 2566) ว่ากลุ่มบริษัทมีกำไรสุทธิ 283 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 119% เทียบไตรมาสก่อนหน้าที่มีกำไรสุทธิ 129 ล้านบาท และเพิ่มขึ้น 14.8% เมื่อเทียบงวดเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 246 ล้านบาท

เจมส์ ริชาร์ด อมตวิวัฒน์
เจมส์ ริชาร์ด อมตวิวัฒน์

โดยบริษัทยังคงสามารถรักษาอัตรากำไรขั้นต้นให้อยู่ในระดับที่สูงกว่า 64% มีอัตรากำไรสุทธิที่ 21.5% อย่างไรก็ตาม กำไรสุทธิที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่องติดต่อกัน 2 ไตรมาส หนุนให้งวด 6 เดือนแรกปีบัญชี 2567 (1 กรกฎาคม-31 ธันวาคม 2566) มีกำไรสุทธิ 412 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 13.8% เมื่อเทียบงวดเดียวกัน มีกำไรสุทธิ 362 ล้านบาท

นายเจมส์ ริชาร์ด กล่าวว่า ไตรมาส 2 ของปีบัญชี 2567 บริษัทมีรายได้จากการขายสินค้ารวม 1,302 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 420 ล้านบาท หรือ 47.61% จากไตรมาสก่อนหน้า และเพิ่มขึ้น 186 ล้านบาท หรือ 16.6% เทียบงวดเดียวกันปีก่อน ที่มีรายได้จากการขาย 1,117 ล้านบาท หนุนให้งวดครึ่งแรกของปีบัญชี 67 บริษัทมีรายได้จากการขายสินค้ารวมทั้งสิ้น 2,184 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 308 ล้านบาท หรือ 16.4% จากช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน

เป็นผลจากกำลังซื้อที่กลับมาในช่องทางออฟไลน์ และการขยายสาขาอย่างต่อเนื่อง รวมไปถึงการเติบโตในช่องทางออนไลน์ และได้รับอานิสงส์จากมาตรการของภาครัฐ รวมถึงฤดูกาลท่องเที่ยวในประเทศที่กลับมาคึกคัก การปรับตัวลดลงของราคาขายปลีกน้ำมัน ทำให้ประชาชนมีความเชื่อมั่นและมีกำลังซื้อเพิ่มขึ้น และการจัดกิจกรรมส่งเสริมทางการตลาด

Advertisment

กำลังซื้อกลับเข้ามาทั้งในช่องทางออฟไลน์ ได้แก่ ช่องทางร้านค้าปลีกของตนเอง (Free-Standing Shop) 68% เพิ่มขึ้นจากไตรมาสแรกอยู่ที่ 66%, ห้างสรรพสินค้า (Department Store) 19%, ร้านค้าออนไลน์ (e-Commerce) 10% และช่องทางอื่น ๆ คิดเป็น 3%

ทั้งนี้ รายได้จากช่องทางค้าปลีกของตนเองเพิ่มขึ้นชัดเจน โดยไตรมาส 2 ปีบัญชี 2567 มีรายได้ 889 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 150 ล้านบาท หรือ 20.3% งวด 6 เดือน มีรายได้ 1,474 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 243 ล้านบาทหรือ 19.8% จากกำลังซื้อที่กลับมาจากการขยายช่องทางการจำหน่ายผ่าน Mc Outlet ที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง หนุนให้บริษัทมีจุดจำหน่ายรวมทั้งสิ้น 570 จุด

ขณะที่ร้านค้าออนไลน์ (e-Commerce) ไตรมาส 2 ปีบัญชี 2567 มีรายได้ 129 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 41 ล้านบาท หรือ 46.7% ส่วนงวด 6 เดือนมีรายได้ 229 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 76 ล้านบาท หรือ 49.8% ซึ่งแบรนด์แม็คยีนส์มียอดขายอันดับ 1 สูงสุดในแพลตฟอร์ม TiKToK หมวดหมู่สินค้าเสื้อผ้าผู้ชาย

บริษัทยังคงดำเนินธุรกิจตามกลยุทธ์หลัก ที่มุ่งเน้นคุมเข้มต้นทุน เพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการค่าใช้จ่าย พร้อมปรับเกมการตลาดเน้นทำ Product Mix การส่งเสริมการขายและการบริหารช่องทางการขายสินค้าอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ผลดำเนินการรวมของบริษัทเติบโต หนุนให้ผลตอบแทนส่วนผู้ถือหุ้น (ROE) ขึ้นไปอยู่ที่ 18.1% จาก 17.4% เมื่อสิ้นเดือนมิถุนายน 2566

Advertisment

“แม็คกรุ๊ป” ยังคงสถานะการเป็นบริษัทไม่มีหนี้เงินกู้กับสถาบันการเงิน ขณะที่เงินสดในมือเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดย ณ สิ้นเดือนธันวาคม 2566 มีเงินสดอยู่ 1,719 ล้านบาท

ผลการดำเนินงานและฐานะการเงินที่แข็งแกร่งต่อเนื่อง ส่งผลให้คณะกรรมการบริษัทมีมติอนุมัติให้จ่ายเงินปันผลให้กับผู้ถือหุ้นสำหรับผลดำเนินงานงวด 6 เดือนแรกของปีบัญชี 2567 ในอัตราหุ้นละ 0.50 บาท คิดเป็นอัตราการจ่ายปันผลเกือบ 100% ของกำไรสุทธิ และให้อัตราผลตอบแทนกับผู้ถือหุ้นประมาณราว 3.5-4%

โดยจะขึ้นเครื่องหมาย XD วันที่ 28 ก.พ. 2567 วันกำหนดรายชื่อผู้มีสิทธิได้รับปันผล (Record Date) คือวันที่ 29 ก.พ. 2567 กำหนดจ่ายวันที่ 12 มี.ค. 2567