เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
เก็งหุ้นแบงก์จ่ายปันผลปี’69 ‘KKP-CREDIT’ กำไรพุ่ง-แจกเพิ่มขึ้น
Finance เก็งหุ้นแบงก์จ่ายปันผลปี’69 ‘KKP-CREDIT’ กำไรพุ่ง-แจกเพิ่มขึ้น
ราคาทองวันนี้ (29 ต.ค. 69) คงที่ ทองรูปพรรณบาทละ 65,600 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (29 ต.ค. 69) คงที่ ทองรูปพรรณบาทละ 65,600 บาท
ส่อง 20 กองทุนเด่นโค้งท้ายปี ก่อนปิดฉาก Thai ESG ลดภาษี 3 แสน
Finance ส่อง 20 กองทุนเด่นโค้งท้ายปี ก่อนปิดฉาก Thai ESG ลดภาษี 3 แสน
เร่งถกซื้อเพิ่มก๊าซเมียนมา เล็งแหล่ง A6 ส่งเข้าราชบุรี
Economic เร่งถกซื้อเพิ่มก๊าซเมียนมา เล็งแหล่ง A6 ส่งเข้าราชบุรี
ไฮเออร์ทุ่ม 5,250 ล้านบาท ตั้งโรงงานเครื่องซักผ้าระยอง
Business ไฮเออร์ทุ่ม 5,250 ล้านบาท ตั้งโรงงานเครื่องซักผ้าระยอง
ค่าเงินบาทวันนี้ (29 ต.ค.) เปิดตลาด 33.75 บาท บทวิเคราะห์ล่าสุด
Finance ค่าเงินบาทวันนี้ (29 ต.ค.) เปิดตลาด 33.75 บาท บทวิเคราะห์ล่าสุด
เปิดสเป็ก MacBook Pro ‘จอสัมผัส’ รุ่นแรก ใช้ชิป M5 Pro-M5 Max เริ่มต้น 104,900 บาท
Tech เปิดสเป็ก MacBook Pro ‘จอสัมผัส’ รุ่นแรก ใช้ชิป M5 Pro-M5 Max เริ่มต้น 104,900 บาท
เปิดดีลใหญ่ PTTGC-SCGC รวมธุรกิจปิโตรเคมี ปั้นบริษัทร่วมทุน 1.86 แสนล้าน
Finance เปิดดีลใหญ่ PTTGC-SCGC รวมธุรกิจปิโตรเคมี ปั้นบริษัทร่วมทุน 1.86 แสนล้าน
ราคาที่ดิน ‘กทม.-ปริมณฑล’ ฟื้น ‘รถไฟฟ้า-M82’ ดันขึ้นยกแผง 
Real Estate ราคาที่ดิน ‘กทม.-ปริมณฑล’ ฟื้น ‘รถไฟฟ้า-M82’ ดันขึ้นยกแผง 
บทเรียนยุโรป ก่อนวิกฤตการคลังมาถึงไทย
Columns บทเรียนยุโรป ก่อนวิกฤตการคลังมาถึงไทย
ดูทั้งหมด

คนไทยใช้จ่ายออนไลน์ เติบโตสูงสุดในเอเชีย เปิด 3 ปัจจัยหนุน

27 ก.พ. 2567 | 17:00น.
โอนเงิน ใช้จ่ายออนไลน์ ธุรกรรมออนไลน์

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย เปิดข้อมูลการใช้จ่ายออนไลน์ พบคนไทยใช้มากขึ้น จนเติบโตสูงสุดในเอเชีย ทำธุรกรรมผ่านออนไลน์ถึง 95.5% จากปริมาณธุรกรรมรายย่อย พร้อมเปิด 3 ปัจจัยหนุนการเติบโต

วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2567 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ศูนย์วิจัยกสิกรไทย รายงานข้อมูลการใช้จ่ายออนไลน์ของประเทศทวีปเอเชีย ช่วงปี 2020-2022 ซึ่งรวบรวมจากธนาคารกลางของแต่ละประเทศ โดยระบุว่า คนไทยใช้จ่ายออนไลน์เติบโต 30.6% ต่อปี สูงสุดในเอเชีย โดยมีการใช้จ่ายเฉลี่ยอย่างน้อย 1 ครั้ง/วัน

ข้อมูลดังกล่าว มีการรวบรวม CAGR (Compound Annual Growth Rate) หรืออัตราการเติบโตเฉลี่ยสะสมต่อปี โดยเป็นข้อมูลตั้งแต่ปี 2020-2022 พบว่า ประเทศไทยมีการใช้จ่ายออนไลน์เติบโต 30.6% ต่อปี จากปี 2020 ที่มีอยู่เฉลี่ย 250 ครั้งต่อคนต่อปี เพิ่มขึ้นเป็นเฉลี่ย 557 ครั้งต่อคนต่อปี ในปี 2022 พร้อมทั้งระบุด้วยว่า คนไทยทำธุรกรรมออนไลน์ คิดเป็น 95.5% ของปริมาณธุรกรรมรายย่อยทั้งหมด

ขณะที่ตัวเลขการเติบโต เกี่ยวกับการใช้จ่ายออนไลน์ ในประเทศอื่น ๆ เรียงตามอัตราเติบโตมากที่สุด-น้อยที่สุด เป็นดังนี้

  1. มาเลเซีย
    • ปี 2020 เฉลี่ย 170 ครั้งต่อคนต่อปี
    • ปี 2022 เฉลี่ย 272 ครั้งต่อคนต่อปี
    • อัตราเติบโต 17.0% ต่อปี
  2. เกาหลีใต้
    • ปี 2020 เฉลี่ย 144 ครั้งต่อคนต่อปี
    • ปี 2022 เฉลี่ย 196 ครั้งต่อคนต่อปี
    • อัตราเติบโต 11.0% ต่อปี
  3. จีน
    • ปี 2020 เฉลี่ย 1,061 ครั้งต่อคนต่อปี
    • ปี 2022 เฉลี่ย 1,318 ครั้งต่อคนต่อปี
    • อัตราเติบโต 7.5% ต่อปี
  4. อินโดนีเซีย
    • ปี 2020 เฉลี่ย 109 ครั้งต่อคนต่อปี
    • ปี 2022 เฉลี่ย 129 ครั้งต่อคนต่อปี
    • อัตราเติบโต 5.7% ต่อปี
  5. สิงคโปร์
    • ปี 2020 เฉลี่ย 533 ครั้งต่อคนต่อปี
    • ปี 2022 เฉลี่ย 579 ครั้งต่อคนต่อปี
    • อัตราเติบโต 2.8% ต่อปี

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ระบุเพิ่มเติมว่า ปัจจัยหนุนการเติบโตของการใช้จ่ายออนไลน์ในไทย มี 3 อย่าง คือ

  1. มาตรการ Promptpay และ Thai OR Code
  2. การพัฒนาแอปพลิเคชั่น Mobile Banking ที่ตอบโจทย์การทำธุรกรรมทุกรูปแบบ
  3. คนไทยคุ้นชินกับการใช้จ่ายออนไลน์ขึ้นนับตั้งแต่ช่วงโควิด-19

ทั้งนี้ ตัวเลขธุรกรรมดังกล่าว เป็นปริมาณธุรกรรมการใช้จ่ายออนไลน์ด้วย Internet Banking, Mobile Banking และ e-Money ต่อประชากรที่มีอายุตั้งแต่ 15-64 ปี

ย้อนดูปี 2566 แอปแบงก์ล่มถึง 18 ครั้ง

ผู้สื่อข่าว “ประชาชาติธุรกิจ” รวบรวมสถิติจากธนาคารแห่งประเทศไทย เกี่ยวกับภาพรวมระบบขัดข้อง ตลอดปี 2566 พบว่า

  • ช่องทางโมบายแบงกิ้ง ขัดข้องจำนวนทั้งสิ้น 18 ครั้ง รวมทั้งสิ้น 25 ชั่วโมง
  • ช่องทางอินเทอร์เน็ตแบงกิ้ง รวม 2 ครั้ง 5 ชั่วโมง
  • ช่องทาง ATM/CDM รวม 4 ครั้ง รวม 11 ชั่วโมง
  • ช่องทางสาขา จำนวนทั้งสิ้น 3 ครั้ง รวม 4 ชั่วโมง

ขณะเดียวกัน ยังมีไม้แข็งของธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ขีดเส้นไว้ว่า ห้ามระบบแอปธนาคาร หรือโมบายแบงกิ้ง (Mobile Banking) ล่มเกิน 8 ชั่วโมง ภายในรอบ 1 ปีปฏิทิน (นับจากมกราคม-ธันวาคม ของปีนั้น) โดยมีการวางบทลงโทษตามระดับความรุนแรงเริ่มจากตักเตือน สั่งให้ดำเนินการปรับปรุงแก้ไข จนโทษสูงสุด คือโทษปรับสูงสุด 500,000 บาทต่อครั้ง และหากไม่ดำเนินการแก้ไขจะปรับเพิ่ม 5,000 บาทต่อวัน