กรุงไทย ส่งแคมเปญ “สินเชื่อรวมหนี้ข้าราชการยั่งยืน” หวังสางหนี้ 5 หมื่นล้าน

กรุงไทย

ธนาคารกรุงไทย ออกแคมเปญ “สินเชื่อรวมหนี้ข้าราชการยั่งยืน” นำร่องช่วยเหลือข้าราชการครู “สหกรณ์ออมทรัพย์ครูขอนแก่น” และ “เครดิตบูโร” เพื่อลดภาระการเงิน ปิดจบหนี้เรื้อรังได้เร็วขึ้น คาดช่วยเหลือข้าราชการได้ 5 หมื่นคน วงเงิน 5 หมื่นล้านบาท

วันที่ 9 เมษายน 2567 นายผยง ศรีวณิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า ธนาคารตระหนักถึงปัญหาหนี้ครัวเรือนที่อยู่ในระดับสูง ส่งผลกระทบต่อวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของทุกคนและเป็นอุปสรรคสำคัญที่ฉุดรั้งการเติบโตของเศรษฐกิจในระยะหน้า รัฐบาลโดยนโยบายของนายกรัฐมนตรี ขับเคลื่อนผ่านกระทรวงการคลัง และประธานกรรมการกำกับการแก้ไขหนี้สินของประชาชนรายย่อย จึงขอให้ทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องร่วมมือกัน เพื่อเร่งแก้ไขปัญหาหนี้สินโดยเร็วที่สุด

โดยให้ความสำคัญกับการช่วยเหลือข้าราชการกลุ่มเปราะบาง ที่มีภาระหนี้สูง เงินเดือนถูกหักไปใช้หนี้จนเกือบหมด มีเหลือใช้ในแต่ละเดือนไม่ถึง 30% ซึ่งไม่เพียงพอต่อการดำรงชีพ ทำให้ต้องไปกู้เพิ่มเพื่อมาใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน จนมีหนี้อยู่หลายแห่ง กระจัดกระจาย และอยู่ในวงจรหนี้ไม่จบไม่สิ้น

กรุงไทย

ธนาคารกรุงไทย ในฐานะธนาคารพาณิชย์ของรัฐ สนับสนุนนโยบายรัฐบาลอย่างเต็มที่ในการแก้ไขปัญหาหนี้ข้าราชการ โดยเร่งพัฒนารูปแบบ และวิธีการต่าง ๆ เพื่อก้าวข้ามข้อจำกัด ปัญหาและอุปสรรคในเชิงระบบ ทั้งในด้านการเข้าถึงข้อมูลที่จำเป็นในการประเมินสภาพและสถานะของหนี้ ความสามารถในการประเมินกำลังของข้าราชการแต่ละรายในการชำระหนี้ เพื่อให้สามารถช่วยเหลือข้าราชการได้อย่างตรงจุด ทันการณ์ และเพิ่มความสามารถในการดำรงชีพของข้าราชการอย่างเหมาะสม ธนาคารจึงได้จัดทำโครงการ “สินเชื่อรวมหนี้ข้าราชการยั่งยืน” เพิ่มเติมจากมาตรการความช่วยเหลือข้าราชการที่ทำมาอย่างต่อเนื่อง

Advertisment

ภายใต้โครงการนี้ ธนาคารได้บูรณาการด้านข้อมูล เพื่อให้ทราบถึงสถานะหนี้องค์รวมอย่างต่อเนื่อง และเป็นปัจจุบัน รวมถึงเชื่อมโยงแหล่งที่มาของรายได้ตลอดช่วงอายุวัย โดยได้ร่วมมือกับหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง

อาทิ กระทรวงการคลัง กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงกลาโหม กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงสาธารณสุข สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กรมส่งเสริมสหกรณ์ กรมบัญชีกลาง และ เครดิตบูโร รวมถึงสหกรณ์ที่ข้าราชการเป็นสมาชิก

ซึ่งจากจำนวนสหกรณ์ฯ กว่า 1,300 แห่งทั่วประเทศ กรมส่งเสริมสหกรณ์ฯ ได้พิจารณาคัดเลือก “สหกรณ์ออมทรัพย์ครูขอนแก่น” เป็นสหกรณ์ต้นแบบในการแก้ไขปัญหาหนี้ เนื่องจากเป็นสหกรณ์ขนาดใหญ่ 1 ใน 7 สหกรณ์ออมทรัพย์ที่เข้าร่วมกับเครดิตบูโร ทำให้มีข้อมูลในการวิเคราะห์สถานะหนี้ได้อย่างรอบด้าน และพิจารณารูปแบบการชำระหนี้ที่เหมาะสม

นายสันทาน สีสา รองอธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ เปิดเผยว่า ตามที่รัฐบาลได้มีนโยบายการแก้ไขปัญหาหนี้สินประชาชนทุกภาคส่วน และมอบหมายให้หน่วยงานต่าง ๆ นำนโยบายไปสู่การปฏิบัติเพื่อให้เกิดผลเป็นรูปธรรมโดยเร็ว กรมส่งเสริมสหกรณ์จึงได้ขอความร่วมมือสหกรณ์จัดทำโครงการเพื่อช่วยเหลือสมาชิก โดยการลดดอกเบี้ยเงินกู้ และการปรับโครงสร้างหนี้ให้แก่สมาชิก โดยเสนอให้สหกรณ์ออมทรัพย์ครู ขอนแก่น จำกัด

Advertisment

ซึ่งเป็นสหกรณ์ออมทรัพย์แห่งแรกที่เข้าร่วมเป็นสมาชิกบริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ จำกัด (เครดิตบูโร) เป็นต้นแบบในการแก้ไขปัญหาหนี้สินและส่งเสริมวินัยทางการเงินร่วมกับ ธนาคารกรุงไทย ภายใต้โครงการ “สินเชื่อรวมหนี้ข้าราชการยั่งยืน”

โดยเชื่อมั่นว่า จากความมุ่งมั่นของทั้ง 2 หน่วยงาน จะช่วยให้ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาในพื้นที่จังหวัดขอนแก่น ได้รับการแก้ไขปัญหาหนี้สินอย่างเป็นระบบและเป็นธรรม และมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

นายอนุศาสตร์ สอนศิลพงศ์ ประธานกรรมการ สหกรณ์ออมทรัพย์ครูขอนแก่น จำกัด เปิดเผยว่า สหกรณ์ออมทรัพย์ครูขอนแก่น เป็นสหกรณ์ต้นแบบรายแรกที่เป็นสมาชิกเครดิตบูโร ซึ่งเป็นการจุดประกายการบริหารความเสี่ยงของสหกรณ์ให้เข้มแข็ง มั่นคง และเป็นมาตรฐาน เทียบได้กับสถาบันการเงิน

โดยปัจจุบันมีสมาชิกรวม 22,175 คน มีสินทรัพย์ จำนวน 33,707 ล้านบาท มีสมาชิกที่เป็นลูกหนี้สหกรณ์ 16,756 คน คิดเป็นร้อยละ 76 ของสมาชิกทั้งหมด คิดเป็นมูลหนี้รวม 33,238 ล้านบาท

โดยปัญหาของสมาชิกคือ มีเจ้าหนี้มากกว่า 1 ราย ทำให้รายได้ไม่เพียงพอต่อการชำระหนี้ มีเงินเดือนเหลือไม่เพียงพอต่อการดำรงชีพ สหกรณ์ออมทรัพย์ครูขอนแก่น เล็งเห็นถึงความเดือดร้อนของสมาชิก จึงได้ร่วมมือกับธนาคารกรุงไทย ภายใต้บันทึกข้อตกลงความร่วมมือโครงการสินเชื่อรวมหนี้ข้าราชการยั่งยืน เพื่อให้สมาชิกได้รับบริการสินเชื่อในอัตราดอกเบี้ยต่ำและมีระยะผ่อนชำระยาวขึ้น และมีเงินได้รายเดือนคงเหลือเพียงพอต่อการดำรงชีพ ส่งเสริมวินัยทางการเงินเพื่อให้สมาชิกสหกรณ์ออมทรัพย์ครูขอนแก่น มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

นายสุรพล โอภาสเสถียร ผู้จัดการใหญ่ บริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ จำกัด (เครดิตบูโร) เปิดเผยว่า เครดิตบูโรมีความห่วงใยในปัญหาหนี้ครัวเรือนที่สูงขึ้นมาโดยตลอด และเห็นว่าโครงการ “สินเชื่อรวมหนี้ข้าราชการยั่งยืน” เครดิตบูโรจะมีส่วนร่วมในการส่งเสริมเพื่อสร้างวินัยทางการเงิน เพื่อให้การแก้ไขปัญหาหนี้ได้อย่างยั่งยืน สำหรับลูกหนี้ที่เข้าร่วมโครงการ จะได้รับความช่วยเหลือด้วยการลดภาระอัตราดอกเบี้ย และชำระหนี้ที่เหมาะสมกับรายได้ และมีเงินไว้กินไว้ใช้อย่างเพียงพอ

ขณะเดียวกันลูกหนี้จะร่วมแสดงเจตนารมณ์ตามกฎหมายอย่างเป็นทางการว่าจะไม่ก่อหนี้เพิ่ม โดยโครงการนี้นำร่องเริ่มกับสหกรณ์ออมทรัพย์ครูขอนแก่นที่เป็นสมาชิกเครดิตบูโรรายแรก เพื่อช่วยให้จัดการหนี้ได้ดีขึ้น และทำให้ชีวิตความเป็นอยู่ของข้าราชการดีขึ้น

สำหรับ “สินเชื่อรวมหนี้ข้าราชการยั่งยืน” ข้าราชการกลุ่มเปราะบาง สามารถรวมหนี้รายย่อยทุกประเภท ทั้งสินเชื่อบุคคล บัตรเครดิต และสินเชื่อบ้าน สินเชื่อรถยนต์ จากทั้งธนาคารกรุงไทยและสถาบันการเงินอื่น ๆ โดยมีรายละเอียด ดังนี้

1. สินเชื่อแบบใช้หลักทรัพย์ค้ำประกัน ทั้ง สินเชื่อบ้าน (พร้อมขอกู้เพิ่ม) และสินเชื่อบ้านแลกเงิน (พร้อมขอกู้เพิ่ม) อัตราดอกเบี้ยต่ำคงที่ 3.50% ต่อปี 3 ปีแรก หลังจากนั้น อัตราดอกเบี้ยคงที่ 4.75% ต่อปี ตลอดอายุสัญญา (อัตราดอกเบี้ยตลอดอายุสัญญา 4.49% ต่อปี โดยคำนวณจากวงเงินกู้ 1 ล้านบาท อายุสัญญาสูงสุด 40 ปี ผ่อนชำระ 4,700 บาท/เดือน) โดยได้รับยกเว้นค่าประเมินราคาหลักทรัพย์ประกัน เงื่อนไขและเกณฑ์การพิจารณาสินเชื่อเป็นไปตามที่ธนาคารกำหนด

2. สินเชื่อแบบไม่ใช้หลักทรัพย์ค้ำประกัน อัตราดอกเบี้ยคงที่ 6.75% ต่อปี ตลอดอายุสัญญา ธนาคารสนับสนุนให้กู้เท่าที่จำเป็นและชำระคืนไหว เงื่อนไขและเกณฑ์การพิจารณาสินเชื่อเป็นไปตามที่ธนาคารกำหนด

จุดเด่นแคมเปญ

● สามารถร่วมใช้บริการทางการเงินกับสหกรณ์ที่ข้าราชการเป็นสมาชิก (Co-Exist) โดยที่ให้มีเงินเหลือใช้เพื่อดำรงชีพไม่น้อยกว่า 30% และยังสามารถหมดหนี้ได้หลังเกษียณ

● อัตราดอกเบี้ยต่ำ “คงที่” ตลอดอายุสัญญา ไม่ผันผวนไปตามทิศทางของดอกเบี้ย วางแผนการบริหารหนี้ระยะยาวและสภาพคล่องได้ดียิ่งขึ้น

● ขยายระยะเวลาคืนหนี้ และอายุผู้กู้ ให้สามารถชำระได้สูงสุดถึงอายุ 80 ปี จากเดิมกำหนดอายุถึง 60 ปี เพื่อเพิ่มสภาพคล่องให้กับข้าราชการ

● สร้างวินัยการเงิน เพื่อให้สามารถแก้ปัญหาหนี้ได้อย่างยั่งยืน ในระหว่างเข้าร่วมมาตรการฯ ลูกหนี้จะเข้าร่วมแสดงเจตนารมณ์ไม่ก่อหนี้เพิ่ม โดยธนาคารร่วมมือกับเครดิตบูโร ในการแจ้งเตือน หากลูกหนี้มีการก่อหนี้เพิ่มและร่วมมือกับสหกรณ์ในการแชร์ข้อมูลสถานะหนี้ โดยได้รับความยินยอมจากลูกหนี้ตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ( iLock Bureau)

● โปรแกรมตรวจสุขภาพทางการเงิน เป็นเครื่องมือตรวจสุขภาพทางการเงินออนไลน์ที่จะช่วยให้ทราบสถานะทางการเงินเพื่อช่วยวางแผนเริ่มต้นจัดการหนี้ได้ง่าย ๆ ผ่าน https://krungthai.com/link/รวมหนี้ยั่งยืน

ทั้งนี้ สินเชื่อรวมหนี้ข้าราชการยั่งยืน สำหรับข้าราชการที่มีสินเชื่อกรุงไทยวงเงินฉุกเฉินและเป็นข้าราชการที่ในอนาคตจะมีสิทธิได้รับหนังสือรับรองสิทธิบำเหน็จตกทอดจากกรมบัญชีกลางเมื่อเกษียณอายุ และมีสิทธิจะได้รับบำนาญรายเดือนหลังเกษียณอายุ โดยเบื้องต้นคาดว่าจะสามารถช่วยเหลือข้าราชการได้ 50,000 คน รวมวงเงิน 50,000 ล้านบาท

อีกทั้งปัจจุบันธนาคารยังมีวงเงินสนับสนุนสหกรณ์ทั้งระบบอยู่ถึงเกือบ 140,000 ล้านบาท ธนาคารกรุงไทยให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาหนี้ และสนับสนุนให้กู้เท่าที่จำเป็นและชำระคืนไหว ตามแนวทางการให้สินเชื่ออย่างรับผิดชอบและเป็นธรรม (Responsible Lending) ของธนาคารแห่งประเทศไทย

โดยคาดหวังว่า จากความร่วมมือในครั้งนี้ จะช่วยให้ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา หลุดพ้นวงจรหนี้ ดำรงชีพได้อย่างมีศักดิ์ศรี มีสุขภาพทางการเงินที่ดีขึ้น และมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นอย่างยั่งยืน

ผู้ที่สนใจสามารถขอคำแนะนำการแก้หนี้อย่างยั่งยืนได้ที่ธนาคารกรุงไทยทุกสาขา หรือ Krungthai Contact Center 02 111 1111 กด 99