ราคาน้ำมันดิบปรับขึ้น หลังข้อมูลเผยปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐปรับลด

+ ราคาน้ำมันดิบกลับมาขยับขึ้นอีกครั้ง โดยเบรนท์ปรับเพิ่มขึ้นกว่าร้อยละ 1.5 หลังนักลงทุนตอบรับข้อมูลของ Genscape ซึ่งรายงานปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐฯ ณ จุดส่งมอบคุชชิ่ง รัฐโอกลาโฮมา ประจำสัปดาห์สิ้นสุดวันที่ 15 ส.ค. 60 ปรับลดลงมากกว่า 1 ล้านบาร์เรล สวนทิศทางกับข้อมูลในสัปดาห์ก่อนหน้าที่ปรับเพิ่มขึ้นราว 700,000 บาร์เรล

+ ราคาน้ำมันดิบยังได้รับแรงหนุนจากข้อมูลของสำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานสหรัฐฯ (EIA) ที่รายงานการปรับลดของปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐฯ กว่า 8.95 ล้านบาร์เรล ส่งผลให้ปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐฯ ในปัจจุบันอยู่ที่ 466.5 ล้านบาร์เรล ต่ำกว่าระดับในปี 59 เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

+ ผู้เชี่ยวชาญจาก Rivkin Securities ให้ความเห็นว่า การปรับลดลงของปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐฯ ถือเป็นสัญญาณที่แสดงให้เห็นถึงผลจากความพยายามของกลุ่มผู้ผลิตน้ำมันดิบโอเปกและนอกโอเปก และหากยังมีการปรับลดเช่นนี้ต่อไปก็จะส่งผลให้ปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐฯ สามารถลดลงไปต่ำกว่าระดับเฉลี่ย 5 ปีย้อนหลังตามเป้าหมายได้ภายใน 2 เดือน

– อย่างไรก็ตาม ตลาดยังคงจับตามองกำลังการผลิตน้ำมันดิบจากชั้นหินดินดาน (Shale oil) ของสหรัฐฯ โดยกำลังการผลิตได้ปรับตัวขึ้นกว่า 79,000 บาร์เรลต่อวันในสัปดาห์ก่อน ส่งผลให้กำลังการผลิตดังกล่าวในปัจจุบันอยู่ที่ 9.5 ล้านบาร์เรลต่อวัน นับเป็นระดับที่สูงที่สุดตั้งแต่เดือน ก.ค. 58

ราคาน้ำมันเบนซิน ปรับตัวลดลงมากกว่าราคาน้ำมันดิบดูไบ โดยได้รับแรงกดดันจากการส่งออกจากประเทศจีนที่ยังอยู่ในระดับสูง ประกอบกับแรงกดดันจากข้อมูลปริมาณน้ำมันเบนซินคงคลังสหรัฐฯ ในสัปดาห์ก่อนหน้าที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 231.13 ล้านบาร์เรล

ราคาน้ำมันดีเซล ปรับตัวลดลงมากกว่าราคาน้ำมันดิบดูไบ จากอุปทานในภูมิภาคที่ยังคงอยู่ในระดับสูงโดยเฉพาะจากประเทศจีน และอุปสงค์ที่ค่อนข้างซบเซาซึ่งเป็นผลจากความต้องการใช้ที่ปรับลดลงในช่วงฤดูฝน

ไทยออยล์คาดการณ์ราคาน้ำมันดิบในสัปดาห์นี้

ราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัสเคลื่อนไหวในกรอบ 46-51 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล
ราคาน้ำมันดิบเบรนท์เคลื่อนไหวในกรอบ 49-54 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล

ปัจจัยที่น่าจับตามอง

ปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐฯ คาดจะปรับลดลงต่อเนื่องเป็นสัปดาห์ที่ 7 ติดต่อกัน หลังโรงกลั่นในสหรัฐ เพิ่มกำลังการกลั่นขึ้นมาเพื่อรองรับความต้องการใช้น้ำมันในประเทศและภูมิภาคที่เพิ่มขึ้น รวมถึงการนำเข้าน้ำมันดิบที่คาดจะปรับลดลง โดยสำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานสหรัฐฯ (EIA) รายงานปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐฯ สำหรับสัปดาห์สิ้นสุดวันที่ 4 ส.ค. ปรับลดลง 6.5 ล้านบาร์เรลมาอยู่ที่ระดับต่ำสุดในรอบ 11 เดือนที่ระดับ 475.4 ล้านบาร์เรล ซึ่งมากกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ว่าจะปรับลดลง 2.7 ล้านบาร์เรล

การผลิตน้ำมันดิบของสหรัฐฯ มีแนวโน้มทรงตัวจากสัปดาห์ก่อนหน้า หลังผู้ผลิตน้ำมันดิบในสหรัฐฯ หลังผู้ผลิตในสหรัฐฯ ยังคงเพิ่มการขุดเจาะน้ำมันดิบขึ้นต่อเนื่อง โดย Baker Hughes รายงานปริมาณแท่นขุดเจาะน้ำมันดิบ สำหรับสัปดาห์สิ้นสุดวันที่ 11 ส.ค. ปรับเพิ่มขึ้น 3 แท่นมาอยู่ที่ระดับ 768 แท่น ซึ่งนับเป็นการปรับเพิ่มขึ้นเป็นครั้งที่สองในรอบสามสัปดาห์ที่ผ่านมา

ตลาดยังคงได้รับแรงหนุนต่อเนื่องหลังกลุ่มประเทศสมาชิกในข้อตกลงได้แก่ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ อิรัก คาซัคสถาน และมาเลเซียแสดงเจตจำนงพร้อมที่จะเพิ่มความร่วมมือในการปรับลดกำลังการผลิตให้เป็นไปตามข้อตกลง นอกจากนี้ ซาอุดิอาระเบียประกาศลดการส่งออกน้ำมันดิบในเดือน ก.ย. ลงประมาณ 520,000 บาร์เรลต่อวัน ในขณะที่ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์จะปรับลดการส่งออกลงร้อยละ 10 ของการส่งออกทั้งหมด

ไม่พลาดข่าวสำคัญ เจาะลึกทุกประเด็น
เพิ่มเราเป็นเพื่อนทาง @prachachat

ติดตามข่าวธุรกิจ