ระดมตร.สุราษฎร์นับร้อย สอบปากคำผู้เสียหายโกงเงินคนชรา มูลค่าหลายล้าน

ตำรวจสุราษฎร์ฯ ระดมพนักงานสอบสวนกว่า 100 นายเร่งสอบปากคำผู้เสียหายโกงเงินคนชรา พบหลักฐานสวมศพรับเงิน 36 ศพ เป็นเงินกว่า 4 ล้านบาท

เมื่อวันที่ 18 ต.ค. ที่ศาลาประชาคม อ.วิภาวดี จ.สุราษฎร์ธานี พ.ต.อ.วันชัย ปาละวัน ผกก.สภ.วิภาวดี นำพนักงานสอสวน จำนวน 105 คน เร่งสอบสวนปากคำผู้เสียหายคดีฉ้อโกงเงินฌาปณกิจศพ ชมรมผู้สูงอายุ ต.ตะกุกเหนือ อ.วิภาวดี จำนวน 693 ปาก เพื่อสรุปสำนวนส่งพนักงานอัยการจังหวัดไชยา หลังมีคำสั่งให้พนักงานสอบสวน สอบสวนปากคำพยานเพิ่มเติม ในคดีที่ ด.ต.จรูญ ศรีตะกุก ประธานชมรมผู้สูงอายุ ต.ตะกุกเหนือ พร้อมพวก 11 คน ตกเป็นผู้ต้องหาคดีฉ้อโกงเงินฌาปณกิจศพของสมาชิกชมรม มีผู้เสียหายกว่า 3,400 คน

พ.ต.อ.วันชัย กล่าวว่า สำหรับคดีดังกล่าว มีสมาชิกชมรมผู้สูงอายุ ต.ตะกุกเหนือ อ.วิภาวดี เข้าแจ้งความร้องทุกข์กับพนักงานสอบสวนเมื่อเดือน พ.ย.2558 ให้ดำเนินคดี ด.ต.จรูญ ศรีตะกุก ประธานบริหารชมรมผู้สูงอายุฯ กับกรรมการบริหารรวม 11 คน หลังพบว่า มีการเรียกเก็บเงินสบทบกองทุนฌาปณกิจ แต่ไม่ได้มีการจ่ายจริง โดยมีการสวมรายชื่อผู้เสียชีวิตเพื่อเรียกเก็บเงินจากสมาชิก มีผู้เสียหายกว่า 3,400 คน ซึ่งหลังจากพนักงานสอบสวนได้รับแจ้งความร้องทุกข์ ดำเนินการสอบสวนปากคำผู้เสีย ก็ได้สรุปสำนวนสอบสวน ต่อพนักงานอัยการจังหวัดไชยา มีความเห็นสั่งฟ้อง ด.ต.จรูญ กับพวก ร่วม 11 คน ในข้อหาฉ้อโกงประชาชน แต่ล่าสุดพนักงานอัยการจังหวัดไชยา ได้ตีสำนวนกลับ ให้มีการสอบสวนปากคำพยานเพิ่มเติม พร้อมสำนวนคดีชันสูตรพลิกศพจำนวน 882 ศพ ตามที่ผู้เสียหายกล่าวอ้าง

พ.ต.อ.วันชัย กล่าวด้วยว่า ในการสอบสวนปากคำเพิ่มเติม พบว่ามีการประทำผิดด้วยการสวมศพเพื่อเรียกเก็บเงินสมทบกองทุนฌาปณกิจ จำนวน 36 ศพ มูลค่าความเสียหาย 4.32 ล้านบาท และพบผู้กระทำผิดเพิ่มเติมอีก 21 คน ซึ่งล่าสุดได้มีการแจ้งข้อหาเพิ่มเติมกับผู้ต้องทั้งสิ้น 32 ราย ในข้อหา ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน และ ร่วมกันปลอมแปลงเอกสารทางราชการ

สำหรับเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อ 30มิ.ย.58 ได้มีสมาชิกชมรมผู้สูงอายุตำบลตะกุกเหนือ อ.วิภาวดี จ.สุราษฎร์ธานี รวมตัวกัน จำนวน 50 คน นำโดยนางสุพัสชฎานันท์ เพชรคีรี บ้านเลขที่ 17 ม.12 ตำบลตะกุกเหนือ อำเภอวิภาวดี จังหวัดสุราษฎร์ธานี ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุและลูกหลาน เดินทางเข้าร้องเรียนต่อศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดสุราษฎร์ธานี เพื่อยื่นหนังสือให้ดำเนินการตรวจสอบบัญชีของชมรมผู้สูงอายุฌาปนกิจตำบลตะกุกเหนือ และขอให้ตรวจสอบคณะกรรมการบริหารงานของชมรมผู้สูงอายุตำบลตะกุกเหนือ เนื่องจากพบว่ามีการทุจริตเรียกเก็บเงินสมทบกองทุนฌาปณกิจ ด้วยการนำชื่อผู้ที่ยังมีชีวิตอยู่ไปสวมเป็นผู้เสียชีวิต ซึ่งต่อมาการตรวจสอบพบว่ามีการทุจริตจริง และมีผู้เสียหายกว่า 3,400 คน มูลค่าความเสียหายกว่า 20 ล้านบาท


 

 

ที่มา มติชนออนไลน์

ไม่พลาดข่าวสำคัญ เจาะลึกทุกประเด็น
เพิ่มเราเป็นเพื่อนทาง @prachachat

ติดตามข่าวธุรกิจ