เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
สภาฯ รับหลักการงบฯ 70 เอกนิติ ย้ำ ฝีไม่แตก โปร่งใส ไม่มีหมกเม็ด
Politics สภาฯ รับหลักการงบฯ 70 เอกนิติ ย้ำ ฝีไม่แตก โปร่งใส ไม่มีหมกเม็ด
กระทรวงภูมิใจไทย 1.4 ล้านล้านงบรัฐบาลอนุทิน ปีแรก 3.788 ล้านล้าน
Politics กระทรวงภูมิใจไทย 1.4 ล้านล้านงบรัฐบาลอนุทิน ปีแรก 3.788 ล้านล้าน
ฟื้นกองเรือเก่าภาษีเจริญ ผุดนำร่อง ‘School Boat-เรือแท็กซี่’ เชื่อม BTS บางหว้า
Politics ฟื้นกองเรือเก่าภาษีเจริญ ผุดนำร่อง ‘School Boat-เรือแท็กซี่’ เชื่อม BTS บางหว้า
ผลเลือกตั้ง กทม.-พัทยา
Politics ผลเลือกตั้ง กทม.-พัทยา
JimmyYoung สลัดโมเดลออนไลน์ รุกตลาดแมสส่งแบรนด์ Black Magic บุก 7-Eleven
Business JimmyYoung สลัดโมเดลออนไลน์ รุกตลาดแมสส่งแบรนด์ Black Magic บุก 7-Eleven
กทพ. อัดโปรแรง 7 ก.ค. แจกเงินคืน 50% ดันยอดผู้ใช้ Easy Pass ลดภาระค่าครองชีพ
News กทพ. อัดโปรแรง 7 ก.ค. แจกเงินคืน 50% ดันยอดผู้ใช้ Easy Pass ลดภาระค่าครองชีพ
สุริยะ คาดไม่เกิน 30 วัน ส่งออกกุ้งไทย ไปมาเลเซียได้
Politics สุริยะ คาดไม่เกิน 30 วัน ส่งออกกุ้งไทย ไปมาเลเซียได้
ตลาดหลักทรัพย์ฯ เพิ่มเกณฑ์กำกับดูแล บจ. เข้มเปิดเผยข้อมูล ขึ้นเครื่องหมาย C มีผลตั้งแต่ 1 ก.ค. 69
Finance ตลาดหลักทรัพย์ฯ เพิ่มเกณฑ์กำกับดูแล บจ. เข้มเปิดเผยข้อมูล ขึ้นเครื่องหมาย C มีผลตั้งแต่ 1 ก.ค. 69
DPU ชู 3 งานวิจัยนวัตกรรมเกาะเกร็ด ดึงนักศึกษาลงพื้นที่ยกระดับ GI–ท่องเที่ยว
Uncategorized DPU ชู 3 งานวิจัยนวัตกรรมเกาะเกร็ด ดึงนักศึกษาลงพื้นที่ยกระดับ GI–ท่องเที่ยว
เริ่มมีผลแล้ว! ค่าธรรมเนียมธนาคารมาตรฐานใหม่ 19 รายการ ทยอยบังคับใช้ถึง ต.ค. 2569
Finance เริ่มมีผลแล้ว! ค่าธรรมเนียมธนาคารมาตรฐานใหม่ 19 รายการ ทยอยบังคับใช้ถึง ต.ค. 2569
ดูทั้งหมด

งบลงทุนรัฐค้างท่อ 1.2 แสนล้าน ไฟเขียวยืดเซ็นสัญญา มี.ค.นี้

15 ก.พ. 2561 | 06:30น.

สำนักงบฯปรับมาตรการเร่งรัดเบิกจ่าย หลังงบฯลงทุนไตรมาสแรกค้างท่อ 1.2 แสนล้าน ครม.ให้ยืดเซ็นสัญญาถึง มี.ค. คาดไตรมาส 2 เทกระจาดได้เพิ่ม 6 หมื่นล้านคาดโทษ 10 กระทรวงเบิกจ่ายอืด เผยแห่ขอจัดสรรงบฯกลางปีทะลุ 2 แสนล้าน

นายเดชาภิวัฒน์ ณ สงขลา ผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า เมื่อเร็ว ๆ นี้ คณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้เห็นชอบการปรับปรุงแนวทางการดำเนินงานและเร่งรัดการใช้จ่ายงบประมาณ ภายใต้มาตรการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้จ่ายงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2561 หลังพบว่าผลการเบิกจ่ายงบฯลงทุน ณ สิ้นไตรมาสแรก (ต.ค.-ธ.ค. 2560) เบิกจ่ายได้ 87,182 ล้านบาท หรือ 13.21% ต่ำกว่าเป้าที่กำหนดไว้ แต่มีการก่อหนี้ผูกพันแล้ว 253,168 ล้านบาทหรือ 38.37% และมีงบฯลงทุนจำนวนหนึ่งที่เข้าสู่กระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง และบางส่วนจัดซื้อจัดจ้างแล้ว แต่ลงนามไม่ทันวันที่ 30 ธ.ค. 2560

งบฯลงทุนค้างท่อ 1.2 แสนล้าน

ในส่วนของรายจ่ายลงทุนรายการปีเดียวที่ยังก่อหนี้ผูกพันไม่ทัน 30 ธ.ค. 2560 มีจำนวน 128,310 ล้านบาท แบ่งเป็น 1) อยู่ระหว่างปรับแผน 30,286 ล้านบาท 2) อยู่ระหว่างประกาศประกวดราคา/จัดซื้อจัดจ้าง 46,574 ล้านบาท 3) ได้ผลประกวดราคา/จัดซื้อจัดจ้างแล้ว รอลงนามในสัญญา 19,545 ล้านบาท 4) ก่อหนี้ผูกพันแล้วช่วงเดือน ม.ค. 2561 จำนวน 16,397 ล้านบาท และอื่น ๆ เช่น ดำเนินการเอง เป็นต้น 15,526 ล้านบาท

“พบว่า รายจ่ายลงทุนที่เป็นรายจ่ายปีเดียวเข้าสู่กระบวนการจัดซื้อจัดจ้างแล้วกว่า 100,000 ล้านบาท แต่ลงนามไม่ทัน สำนักงบฯจึงขอให้ ครม.เห็นชอบขยายระยะเวลาให้สามารถลงนามได้หลัง 30 ธ.ค. 2560 จะทำให้มีงบฯลงทุนอีกราว 60,000 ล้านบาท สามารถเบิกจ่ายเข้าสู่ระบบได้ภายในสิ้นเดือน ก.พ. หรือกลาง มี.ค.นี้”

จี้รายงานสัญญาก่อหนี้ 16 ก.พ.

สำหรับรายจ่ายลงทุนที่ ครม.ผ่อนปรนให้ จะเป็นรายการลงทุนปีเดียวที่วงเงินไม่เกิน 1,000 ล้านบาท และได้เข้าสู่กระบวนการประกวดราคาแล้ว แต่ก่อหนี้ผูกพันไม่ทันในไตรมาส 1 ปีงบประมาณ 2561 และให้รายงานแผนการใช้จ่ายและความคืบหน้าเข้ามาที่สำนักงบฯ ภายใน 16 ก.พ.นี้

นายเดชาภิวัฒน์กล่าวว่า การปรับปรุงมาตรการดังกล่าว ยังคงเป้าหมายการเบิกจ่ายงบฯปีนี้ไว้เช่นเดิม คือ ตั้งเป้าหมายเบิกจ่ายงบฯรายจ่ายภาพรวมไม่น้อยกว่า 96% เบิกจ่ายรายจ่ายลงทุนไม่น้อยกว่า 88% ซึ่งถึงสิ้นไตรมาสแรก มีการเบิกจ่ายภาพรวมแล้ว 897,768 ล้านบาท หรือ 30.96% แบ่งเป็นรายจ่ายประจำ 810,586 ล้านบาท หรือ 36.18% รายจ่ายลงทุน 87,182 ล้านบาท หรือ 13.21%

“ไตรมาสแรก เบิกจ่ายลงทุนยังต่ำเป้า แต่ดูการก่อหนี้ผูกพันแล้ว ดีกว่าปีที่ผ่านมา ส่วนรายจ่ายประจำไม่มีปัญหา ให้เร่งเบิกพวกงบฯฝึกอบรมให้ได้ 50% และต้องการเร่งรัดงบฯลงทุนให้ลงสู่ระบบเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ”

ใช้สถิติวัดประสิทธิภาพ

นอกจากนี้ ครม.ยังกำหนดด้วยว่า เมื่อสิ้นสุดไตรมาส 2 (สิ้น มี.ค. 2561) แล้ว ให้สำนักงบฯนำรายจ่ายลงทุนของส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ และหน่วยงานอื่นที่ไม่สามารถก่อหนี้ผูกพันได้ตามกำหนด ทั้งรายการปีเดียว และรายการผูกพัน เป็นเครื่องชี้วัดสะท้อนประสิทธิภาพในการบริหารงบประมาณของหน่วยงาน มาประกอบการพิจารณาในการจัดทำงบฯรายจ่ายประจำปีงบฯ 2562 ต่อไป

“เราต้องการให้ส่วนราชการที่ของบฯโครงการจะต้องพร้อมลงนาม จะได้เบิกจ่ายไปกระตุ้นเศรษฐกิจได้จริง เพราะดูสถิติแล้วทั้งรายจ่ายประจำ รายจ่ายลงทุน ปกติจะเบิกได้ไม่ถึง 95% จึงเสนอว่าถ้าเบิกจ่ายไม่ถึง จะเอาสถิติย้อนหลัง 3 ปีมาเป็นตัวชี้วัดการทำงาน และประสิทธิภาพด้านการเบิกจ่ายงบฯลงทุน หากหน่วยงานไหนยังเฉื่อย ๆ ก็อาจได้รับการจัดสรรงบฯปีงบฯ 2562 น้อยกว่าที่ขอมา”

ตั้งเป้าเบิกงบฯเพิ่ม 1.5 แสนล้าน

นายเดชาภิวัฒน์กล่าวว่า ในส่วนที่รัฐบาลได้จัดทำงบฯรายจ่ายเพิ่มเติม 150,000 ล้านบาทนั้น ขณะนี้ส่วนราชการได้ส่งคำขอรับการจัดสรรงบฯเข้ามาแล้ว วงเงินคำขอรวมทั้งสิ้น 200,000 ล้านบาท ซึ่งจะพิจารณาจัดสรรให้ตามโจทย์ที่รัฐบาลต้องการดูแลประชาชน ทั้งด้านการปฏิรูปภาคเกษตร การสนับสนุนมาตรการพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ การพัฒนาการท่องเที่ยวชุมชน และโครงการที่เกี่ยวข้องอื่น ๆ

“เราให้ส่วนราชการส่งคำขอ ถึงวันที่ 9 ก.พ. หลังจากนี้จะจัดสรรให้อยู่ภายใต้กรอบ 150,000 ล้านบาท โดยให้ความสำคัญกับโครงการที่จะเบิกจ่ายให้หมดได้ภายในเดือน ก.ย. 2561 ไม่สนับสนุนให้กันเหลื่อมปี ดังนั้นคงตั้งเป้าเบิกจ่ายให้ได้ 100% ไว้ก่อน”

ทั้งนี้ ตามกำหนด สำนักงบฯจะเสนอ ครม.พิจารณาจัดสรรงบฯเพิ่มเติม 150,000 ล้านบาทอีกครั้งกลางเดือน มี.ค.นี้ และจะเข้าสู่สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) วันที่ 22 มี.ค. กฎหมายน่าจะบังคับใช้ได้เดือน เม.ย.

10 กระทรวงเบิกต่ำเป้า

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เป้าหมายเบิกจ่ายรายจ่ายลงทุนตามมาตรการเร่งรัดของรัฐบาล กำหนดว่าจะต้องเบิกจ่ายรายจ่ายลงทุนให้ได้ 21.11% ในไตรมาสแรก และเบิกจ่ายให้ได้อีก 22% ในไตรมาส 2

อย่างไรก็ตาม ล่าสุดเว็บไซต์ของกรมบัญชีกลาง ณ วันที่ 9 ก.พ. 2561 รายงานว่า หน่วยงานระดับกระทรวงที่ยังเบิกจ่ายรายจ่ายลงทุนต่ำกว่า 21.11% ได้แก่ หน่วยงานของรัฐสภา เบิกจ่ายได้ 1.68% กระทรวงอุตสาหกรรมเบิกจ่ายได้ 5.23% กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติฯ 6.44% ยุติธรรม 10.40% มหาดไทย 10.50% การท่องเที่ยวและกีฬา 13.13% ส่วนราชการไม่สังกัดสำนักนายกรัฐมนตรี กับกระทรวง เบิกจ่ายได้ 16.03% กระทรวงแรงงาน 17.75% กระทรวงวัฒนธรรม 18.67% กลาโหม 19.31% เกษตรและสหกรณ์ 19.38% สาธารณสุข 20.88%

แท็กที่เกี่ยวข้อง

การเงิน