เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
‘เอกนิติ’ เผย ‘ศุภจี’ เร่งเจรจาภาษีสหรัฐฯ คุยภาคเอกชนรับมือ
Politics ‘เอกนิติ’ เผย ‘ศุภจี’ เร่งเจรจาภาษีสหรัฐฯ คุยภาคเอกชนรับมือ
รัฐบาลพับแผน ‘แลนด์บริดจ์’ ชี้ผลศึกษาไม่คุ้ม เปลี่ยนไปพัฒนาระบบราง-ท่าเรือระนอง
Politics รัฐบาลพับแผน ‘แลนด์บริดจ์’ ชี้ผลศึกษาไม่คุ้ม เปลี่ยนไปพัฒนาระบบราง-ท่าเรือระนอง
EXIM BANK ผลงาน Q2/69 ปล่อยสินเชื่อใหม่ 2.2 หมื่นล้าน ปรับกลยุทธ์ช่วย SMEs
Finance EXIM BANK ผลงาน Q2/69 ปล่อยสินเชื่อใหม่ 2.2 หมื่นล้าน ปรับกลยุทธ์ช่วย SMEs
จาก ”แสนสิริ” สู่ผู้นำประเทศ “เศรษฐา ทวีสิน” คว้ารางวัลเกียรติยศ Thailand Zero Dropout
Real Estate จาก ”แสนสิริ” สู่ผู้นำประเทศ “เศรษฐา ทวีสิน” คว้ารางวัลเกียรติยศ Thailand Zero Dropout
นายกฯ ถก เศรษฐา บนตึกไทยคู่ฟ้า รับคำแนะนำด้านเศรษฐกิจ
Politics นายกฯ ถก เศรษฐา บนตึกไทยคู่ฟ้า รับคำแนะนำด้านเศรษฐกิจ
‘อนุทิน’ ขอรอฟัง ‘ศุภจี’ รายงานผลเจรจาฉบับเต็ม หลังสหรัฐขึ้นภาษีนำเข้าไทย 12.5%
Economic ‘อนุทิน’ ขอรอฟัง ‘ศุภจี’ รายงานผลเจรจาฉบับเต็ม หลังสหรัฐขึ้นภาษีนำเข้าไทย 12.5%
จับตาศึกสายรัดสุขภาพ ‘Garmin’ ปะทะ ‘Whoop’
Tech จับตาศึกสายรัดสุขภาพ ‘Garmin’ ปะทะ ‘Whoop’
รัฐบาลสานต่อ Thailand Zero Dropout Plus มอบรางวัล ‘เศรษฐา’
Politics รัฐบาลสานต่อ Thailand Zero Dropout Plus มอบรางวัล ‘เศรษฐา’
คลังเคาะผู้จัดการ กยศ. ‘พิมพ์เพ็ญ’ เต็ง-รับโจทย์แก้หนี้การศึกษา
Finance คลังเคาะผู้จัดการ กยศ. ‘พิมพ์เพ็ญ’ เต็ง-รับโจทย์แก้หนี้การศึกษา
นายกฯ เปิดทำเนียบรับ รมว.กลาโหมจีน เร่งต่อยอดผลเยือนจีน สร้างกลไกความมั่นคงใหม่
Politics นายกฯ เปิดทำเนียบรับ รมว.กลาโหมจีน เร่งต่อยอดผลเยือนจีน สร้างกลไกความมั่นคงใหม่
ดูทั้งหมด

เปิดมุมมอง แม่ทัพหัวเว่ย ปี’66 ปักหมุดใหม่ “พลังงานดิจิทัล”

09 เม.ย. 2566 | 11:00น.
เดวิด หลี่

แม้ผลประกอบการปี 2565 ของมังกรจีน “หัวเว่ย” อาจดูไม่สวยนักจากกำไรที่ลดลงไปกว่า 69% อันเป็นผลมาจากสงครามการค้าแต่ไม่ได้ทำให้บริษัทให้ความสำคัญกับการลงทุนด้านการวิจัยและพัฒนาลดลง ตรงกันข้ามใส่เพิ่มขึ้นคิดเป็นสัดส่วนถึง 25.1% ของรายได้ทั้งปีทำให้ยอดการลงทุนด้านการวิจัยและพัฒนาในรอบ 10 ปีที่ผ่านมามีมูลค่าสูงกว่า 977.3 พันล้านหยวนเพื่อตอบสนองกลุ่มธุรกิจที่มีหลากหลายครอบคลุมหลายประเทศ โดยเฉพาะฐานที่มั่นสำคัญในตลาดเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

“ประชาชาติธุรกิจ” มีโอกาสพูดคุยกับ “เดวิด หลี่” ประธานกรรมการบริหาร บริษัท หัวเว่ย เทคโนโลยี่ (ประเทศไทย) ที่เพิ่งเข้ามารับตำแหน่งในเดือน ก.พ.ที่ผ่านมา ดังนี้

Q : ภาพรวมตลาดในประเทศไทย

ประเทศไทยเป็นพื้นที่ที่มีความสำคัญสำหรับเรา ไทย และภูมิภาคอาเซียนเป็นประชาคมที่มีการเคลื่อนไหวมากที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ท่ามกลางความท้าทายต่าง ๆ ภูมิภาคนี้ยังมีแนวโน้มการเติบโตทางเศรษฐกิจในเชิงบวก การทำดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชั่นยังมีความท้าทาย และต้องใช้วิศวกร และนักพัฒนาซอฟต์แวร์ที่มีศักยภาพอีกมาก เรามีลูกค้าอยู่ในหลายกลุ่มอุตสาหกรรม

ในภาพรวมหัวเว่ยจะมุ่งสร้างการเติบโตใน 5 หน่วยธุรกิจ คือ 1.ธุรกิจผู้ให้บริการ (Carrier) เน้นปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานของไทยสำหรับการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีขั้นสูง เช่น 5G กลุ่มธุรกิจนี้เป็นหนึ่งในเสาหลักสำคัญของเรา

2.EBG กลุ่มธุรกิจเอ็นเตอร์ไพรส์เป็นการนำเทคโนโลยีมาเสริมศักยภาพการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลเพิ่มคุณค่าขององค์กรธุรกิจแต่ละแห่งในเชิงลึก

3.ธุรกิจคลาวด์ เราเป็นบริษัทข้ามชาติแห่งแรกที่เปิดตัวคลาวด์ในราคาที่จับต้องได้ในไทย และเตรียมขยายการลงทุนรองรับความต้องการที่เพิ่มขึ้น

4.ธุรกิจเทคโนโลยีพลังงานแสงอาทิตย์ และ 5.กลุ่มธุรกิจ Consumer เน้นไปที่อุปกรณ์ แก็ดเจตต่าง ๆ

ธุรกิจเหล่านี้มีวงจรธุรกิจที่แตกต่างกัน บางธุรกิจมีขนาดใหญ่ บางธุรกิจอยู่ในจุดที่มั่นคง บางธุรกิจเป็นธุรกิจใหม่ที่กำลังเติบโต

Q : กลุ่มธุรกิจที่มีแนวโน้มเติบโตมาก

คงเติบโตพอ ๆ กัน แต่สิ่งที่น่าสนใจ คือกรีนเอเนอร์จี โซลูชั่น ของเราที่ค่อนข้างมีความพร้อม โดยเฉพาะโซลูชั่นด้านพลังงานแสงอาทิตย์ และในประเทศไทย เราเพิ่งเริ่มต้นเท่านั้น

ใน 5 กลุ่มธุรกิจของเรามีทั้งธุรกิจโครงข่ายแบบดั้งเดิม และกลุ่มธุรกิจใหม่ แต่ละอุตสาหกรรมมีการเติบโตที่แตกต่างกัน สำหรับธุรกิจใหม่ ผมคิดว่าธุรกิจที่จะพลิกโฉม คือ ด้านดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชั่น และธุรกิจพลังงานใหม่

จากความต้องการด้านพลังงานแนวใหม่สำหรับที่อยู่อาศัย และองค์กรธุรกิจในไทยเพิ่มขึ้นอย่างมาก ซึ่งเรายินดีเป็นอย่างยิ่งที่จะร่วมส่งเสริมการเติบโตด้านนี้

สำหรับการเปลี่ยนแปลงสู่ดิจิทัล เราต้องให้ความสำคัญกับเทคโนโลยีคลาวด์ที่จำเป็นอย่างยิ่งในการพัฒนาธุรกิจเอสเอ็มอี เพราะสามารถเข้าถึงบริการโดยลงทุนไม่สูงจึงมั่นใจว่าทั้งสองกลุ่มจะโตอย่างรวดเร็ว แต่ก็ยากที่จะเปรียบเทียบว่าธุรกิจใดมีศักยภาพการเติบโตที่สูงกว่า

Q : เทรนด์พลังงานดิจิทัล

เราให้ความสำคัญกับพลังงานสะอาด โดยเฉพาะพลังงานแสงอาทิตย์ เป็นเทรนด์ที่ได้รับความนิยมมาก

ตั้งแต่ปี 2565 ธุรกิจพลังงานแสงอาทิตย์เติบโตอย่างแข็งแกร่งต่อเนื่องประเทศไทยมีข้อได้เปรียบมากในการพัฒนาธุรกิจพลังงานแสงอาทิตย์ จากแสงแดดกว่า 2,600 ชั่วโมงต่อปี มากกว่าทวีปยุโรป แต่เทคโนโลยีโซลาร์รูฟในยุโรปก้าวกระโดดอย่างมาก ขณะที่ไทยเพิ่งเริ่มต้นพัฒนาเทคโนโลยีนี้ ด้วยราคาพลังงานปัจจุบัน และแนวคิดของคนรุ่นใหม่ที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อมมากขึ้น ทำให้เทรนด์การใช้พลังงานแสงอาทิตย์มีโอกาสไปได้อีกไกล

เราคาดหวังว่าจะกระตุ้นพาร์ตเนอร์ให้เร่งเทคโนโลยี และปรับใช้พลังงานใหม่เหล่านี้ เพื่อผลักดันอุตสาหกรรมนี้ ซึ่งต้องเร่งให้มีผู้เล่นมากขึ้น ทำให้เทคโนโลยีดีขึ้น ปลอดภัยขึ้น และมีราคาถูกลง เพื่อให้พลังงานสะอาดเหมาะสมกับการใช้งานเป็นการทั่วไป

สำหรับธุรกิจพลังงานดิจิทัล หรือกลุ่มพลังงานที่นอกเหนือจากพลังงานแสงอาทิตย์ มีนักลงทุนจำนวนมากสนใจลงทุนศูนย์ข้อมูล ซึ่งเมื่อคุณลงทุนในบริษัทใด ๆ เท่ากับว่าคุณลงทุนในศูนย์ข้อมูลของพวกเขาด้วย จะเห็นว่าหลายบริษัทขยายการลงทุนในไทยเพื่อผลักดันให้ไทยเป็นศูนย์กลางด้านดิจิทัล

แต่การสร้างศูนย์ข้อมูล ต้องใช้อุปกรณ์เสริมจำนวนมาก เช่น แบตเตอรี่ เซิร์ฟเวอร์ อุปกรณ์ส่งสัญญาณ เราเตอร์ อุปกรณ์ระบายความร้อน โครงสร้างพื้นฐาน ฯลฯ ซึ่งเรามีพื้นฐานด้านการผลิตอุปกรณ์เหล่านี้ แม้การสร้างศูนย์ข้อมูลเป็นเรื่องยาก แต่เราก็ยังมุ่งมั่นลงทุนด้านนี้เพื่อผลักดันประเทศไทยให้เป็นศูนย์กลางด้านดิจิทัลระดับภูมิภาค

เช่นเดียวกับการที่เราพูดเรื่อง โซลาร์ โซลูชั่น เราไม่ได้ทำแผงโซลาร์เซลล์ไปติดตั้งเท่านั้น แต่ยังมี Inverter แบตเตอรี่ ตลอดจนชิปอัจฉริยะต่าง ๆ ที่เข้าไปอยู่ในอุปกรณ์ และโซลูชั่นของเรา ซึ่งค่อนข้างหลากหลายมากทีเดียว

Q : ต้องใช้เงินลงทุนแค่ไหน

เรื่องการลงทุนด้านพลังงานดิจิทัล คงไม่สามารถบอกเป็นตัวเลขตรงไปตรงมาได้ แต่สามารถแบ่งปันข้อมูลได้ว่าเราเริ่มลงทุนหลายด้านเมื่อปีที่ผ่านมา รวมถึงตั้งเป้าการผลิตคนดิจิทัลถึง 10,000 คน ใน 3 ปี ทั้งร่วมมือจากภาครัฐและภาคการศึกษาหลายแห่ง สร้างแพลตฟอร์มให้ความรู้วิศวกร และนักศึกษา ปีนี้มีวิศวกร 358 คน ได้รับใบรับรองความรู้จากการฝึกอบรมภายในไม่กี่เดือน

เรายังเพิ่มวิศวกรด้าน “กรีน เอนเนอร์จี” ไปแล้วกว่า 280 คน ใน 6 เดือนแรกของปี 2566 และวางแผนจัดอีเวนต์เพื่อเปิดรับพันธมิตรผู้ประกอบการอีก 6 ครั้ง เพื่อส่งเสริมการขยายธุรกิจด้านพลังงานสะอาด

เราต้องการพาร์ตเนอร์ธุรกิจเอสเอ็มอีในประเทศ จะเรียกว่าเป็น “ผู้ติดตั้ง” (Installer) เพื่อช่วยติดตั้งอุปกรณ์ต่าง ๆ ที่ใช้ในโซลูชั่นพลังงานสะอาดของหัวเว่ย รวมทั้งให้คำแนะนำด้านเทคนิคกับผู้ใช้ โดยเพิ่มจำนวน Installer เหล่านี้มาเป็นพาร์ตเนอร์ของเรา เพื่อเร่งผลักดันอุตสาหกรรมนี้ให้เติบโตจนผลิตภัณฑ์มีราคาถูกและใช้งานได้ทั่วไป

กลยุทธ์ด้านพลังงานสะอาดของหัวเว่ยจะเน้นกลุ่มที่อยู่อาศัยและองค์กรเชิงพาณิชย์ มีการพัฒนาข้อตกลงกับบริษัทชั้นนำขนาดใหญ่หลายแห่งแล้ว รวมถึงหน่วยงานรัฐบาล เพื่อพิจารณาการสร้างโครงการสาธารณูปโภคขนาดใหญ่

Q : ธุรกิจโครงข่ายหลังการควบรวมทรู-ดีแทค

ธุรกิจผู้ให้บริการโครงข่ายเป็นธุรกิจหลักของเรา หัวเว่ยเป็นผู้ให้บริการโครงสร้างพื้นฐานทั่วทั้งภูมิภาคเอเชีย เชื่อว่าการควบรวมกิจการครั้งนี้จะเสริมสร้างให้การใช้โครงข่ายมีความเป็นปึกแผ่นมั่นคง (Solidity) ทำให้คนไทยได้รับบริการที่ดีขึ้น

ผมขอย้ำอีกครั้งว่าไทยอยู่แถวหน้าด้านโครงสร้างพื้นฐานโทรคมนาคมในเอเชีย-แปซิฟิก ปีนี้ เราจะใช้ประโยชน์จากการขยายของกลุ่มอุตสาหกรรมต่าง ๆ ที่จะฟื้นตัวจากการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจที่กลับตัว ผลักดันเทคโนโลยี 5G เพื่อช่วยลูกค้าธุรกิจต่างๆ ตั้งแต่บริษัทยักษ์ไปจนถึงเอสเอ็มอี ในการทำดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชั่น ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญยิ่งสำหรับธุรกิจผู้ให้บริการโครงข่าย (Carrier)

หลังโควิด-19 ประเทศไทยมีนักท่องเที่ยวจำนวนมากหลั่งไหลเข้ามา ทำให้ธุรกิจโรงแรม, สนามบิน, การขนส่ง และร้านอาหารฟื้นตัวอย่างรวดเร็ว เราเชื่อว่าอุตสาหกรรมเหล่านี้ต้องเข้าสู่การทำดิจิทัลทรานส์ฟอร์ม ทำให้ธุรกิจไอซีทีของเรามีแนวโน้มเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว

Q : รับมือสงครามการค้า

ผมมองว่าภูมิภาคอาเซียนมีความสงบสุข และเศรษฐกิจยังมีความเคลื่อนไหวอยู่เสมอ ความก้าวหน้าเป็นทิศทางหลักของภูมิภาคนี้ และประเทศไทยก็เปิดกว้างและส่งเสริมอิสรภาพในการทำธุรกิจ องค์กรเลือกทำธุรกิจตามปัจจัยหรือโอกาสที่เอื้ออำนวย

กรณีสงครามการค้า ผมคิดว่าประเทศไทยยังมุ่งเน้นการให้บริการลูกค้าให้ดีที่สุด ในแง่ห่วงโซ่อุปทาน เราเพิ่มการลงทุนในโครงการสร้างความต่อเนื่องทางธุรกิจ (BCM) ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมาเพื่อป้องกันการหยุดชะงักของธุรกิจจากความเสี่ยงต่าง ๆ ที่อาจเกิดขึ้น เชื่อว่าตลอด 3 ปีที่ผ่านมา เราพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่ามีระบบห่วงโซ่อุปทานที่แข็งแกร่ง

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ดิจิทัล หัวเว่ย