Fallout บน Prime Video จะลบคำสาป Live Action จากเกมดังได้หรือไม่

ย้อนรอยโลกหลังสงครามนิวเคลียร์ ดินแดนรกร้าง และจักรวาลของเกม Fallout ก่อนชมไลฟ์แอ็กชั่นซีรีส์ของ Prime Video จะสามารถหลุดคำสาปหนัง-ซีรีส์ ที่สร้างจากเกมต้องห่วย-เจ๊ง เสมอไป 

ซีรีย์ Fallout ที่จะเริ่มสตรีมบน Prime Video วันที่ 11 เมษายน 2567 เป็นที่น่าจับตามองจากวงการเกมเมอร์ รวมถึงผู้ชื่นชอบคอนเทนต์ซีรีส์เอาตัวรอดหลังเหตุการณ์วันสิ้นโลกที่ฉากหลังคือความรกร้างปรักหักพังของอารยธรรมมนุษย์ด้วยว่า ฝีมือการดัดแปลงของผู้ผลิตจะสามารถพาผลงานหลุดจากคำสาปความห่วย เจ๊ง ของหนัง-ซีรีส์ ที่ดัดแปลงจากเกม-มังง-อนิเมะ ได้หรือไม่

คำสาปหนังเกม

ในอดีตที่ผ่านมา ผู้ผลิตหนัง-ซีรีส์ หลายรายพยายามดัดแปลงเกมยอดนิยม ที่มีพลอตเรื่องแข็งแกร่ง เซตติ้งดีเยี่ยม และมีแฟนคลับล้นหลามมาพัฒนาเป็นเวอร์ชั่นคนแสดง หรือ “Live action” เช่น Resident Evil, Doom, Lara Croft : Tomb Raider, Prince of Persia เป็นต้น ซึ่งส่วนใหญ่ประสบความสำเร็จในแง่ของรายได้ ในการฉายครั้งแรกแต่ไม่ได้ทำภาคต่อ

แม้จะมีรายได้งามแต่คะแนนวิจารณ์กลับ “เน่า” จนเมื่อมีการบอกต่อ ๆ กันก็กลายเป็นว่าหนังจากเกม “ห่วย” และ “เจ๊ง” เพราะไม่ได้ไปต่อ นาวันเข้ากลายเป็นคำสาปว่าหนังจากเกมต้องห่วยและเจ๊ง

ขอยกตัวอย่าง Resident Evil ซึ่งเป็นเกมเอาตัวรอด ปริศนา และเนื้อหาเกี่ยวเชื้อไวรัสและองค์กรลึกลับ ที่มีเกมภาคหลักมาถึง 7 ภาคยาวนานกว่า 20 ปี รวมถึงแฟนคลับเหนียวแน่นทั่วโลก เป็นตัวอย่างที่สะท้อนคำสาปหนังจากเกมได้ดีเยี่ยม

Advertisment

Resident Evil ถูกนำไปดัดแปลงหลายเวอร์ชั่นทั้งภาพยนตร์ และทีวีซีรีส์แต่ล้มเหลวในแง่คำวิจารณ์ อย่างเวอร์ชั่นหนังในชื่อไทย “ผีชีวะ” ที่มี “อลิซ” หรือ “มิลล่า โจโววิช” เป็นตัวเอกแม้จะได้รับความนิยมทำมา 6 ภาค กวาดรายได้ไป 1,200 ล้านเหรียญสหรัฐ แต่โดนแฟนคลับ Resident Evil ถล่มยับด้วยการบอกว่านี่เป็นหนังเรื่องใหม่ ไม่ได้เกี่ยวข้องกับเกม Resident Evil เลย

และคะแนนรีวิว Resident Evil 2002 imdb อยู่ที่ 6.6/10 ส่วน Rotten Tomatoes อยู่ที่ 36% แต่ละภาคที่ตามมาก็เฉลี่ยประมาณนี้

ภาพจาก imdb

อีกเรื่องคือ Lara Croft : Tomb Raider 2001 ที่ “แองเจลิน่า โจลี่” นำแสดงนั้น คะแนนรีวิวอยู่ที่ Rotten Tomato 20% และ IMDB 5.8/10 แต่รายได้กลับสูงถึง 270 ล้านเหรียญ และมีภาคต่อมาอีก

ภาพจาก imdb

คำสาปหนังเกมที่ว่าห่วยและเจ๊ง จึงไม่จริง เพราะคงมีคนชอบอยู่มาก เพียงแต่ยังไม่ถึงขั้นเป็น “หนังดี” ในการพัฒนาบทให้เหมาะสมกับไลฟ์แอ็กชั่น

Advertisment

อย่างไรก็ตาม ในช่วง 2-3 ปีมานี้ แพลตฟอร์มสตรีมมิ่งหลายรายก็ได้นำเกมดังมาพัฒนาและดัดแปลงบท ให้เป็นซีรีส์ไลฟ์แอ็กชั่น เมื่อใช้วิธีการสตรีมมิ่งไม่มีการวัดค่าตั๋ว หากวัดคะแนนการชมเรียกว่ากวาดคะแนนคนดูทั่วโลกกันล้นหลาม เพราะการทำเป็นเรื่องยาวให้เวลาการเล่าเรื่องปูพื้นฐานตัวละครและสร้างจักรวาลของเกมนั้น ๆ ขึ้นมาเป็นจุดเปลี่ยนการทำไลฟ์แอ็กชั่นจากเกมเลย

ตัวอย่างเช่น The Witcher (2019) ของ Netflix กวาด Rotten Tomato 80% และ IMDB 8/10 คะแนน

หรือล่าสุด คือ The last of us (2023) ของ HBO กวาด Rotten Tomato 96% และ IMDB 8.7/10 คะแนน

ภาพจาก imdb

จึงเป็นที่จับตามมองว่า ยักษ์ใหญ่สตรีมมิ่งแพลตฟอร์ม อย่าง Amazon Prime หันมาเอาอย่างสองแพลตฟอร์มข้างต้นด้วยการหยิบเกมยอดฮิตที่มีแฟนคลับหนาแน่นมาทำไลฟ์แอ็กชั่น ย่อมต้องถูกเปรียบเทียบและน่าจับตามมองอย่างยิ่ง

จักรวาล Fallout ดินแดนรกร้าง และปริศนาเข้มข้น

เพราะหากพูดถึงเหตุการณ์ล้างโลกอย่างสงครามนิวเคลียร์ หนึ่งในเกมที่เนรมิตดีไซต์และเนื้อเรื่องออกมาเข้มข้นหนีไม่พ้น Fallout ซึ่งเผยแพร่ครั้งแรกในปี 1997 ในแนวผลัดตาเดิน สวมบทในแผนที่เปิดกว้าง ก่อนจะเป็นแนว RPG openworld บนดินแดนที่เรียกว่า Westland หรือพื้นโลก 200 ปี หลังสงครามนิวเคลียร์

ภาพจาก Fallout ในปี 1997 จาก X @Fallout
ภาพจาก Fallout ในปี 2021 จาก X @Fallout

ดีไซน์ของสิ่งปลูกสร้าง ตัวละคร และอื่น ๆ ได้รับอิทธิพลจาก Atomic Punk ได้รับอิทธิพลจากวัฒนธรรมหลังสงครามของสหรัฐอเมริกาในทศวรรษ 1950 ด้วยการผสมผสานระหว่างความหวังสําหรับคํามั่นสัญญาของเทคโนโลยี และความกลัวการทําลายล้างด้วยนิวเคลียร์

เซตติ้งของจักรวาล Fallout ประกอบด้วยส่วนต่าง ๆ ที่ต้องรู้ดังนี้ 

1.ดินแดนรกร้าง Westland

ฉากอยู่ในสหรัฐอเมริกาที่สมมติขึ้นในสถานการณ์ประวัติศาสตร์ทางเลือกที่แตกต่างจากความเป็นจริงหลังปี 1945 หรือหลังสงครามโลกครั้งที่สอง โดยมีเทคโนโลยีด้านอะตอมเป็นตัวขับเคลื่อนทุกอย่าง และความหวาดระแวงภัยสงครามเย็นในทศวรรษ 1950 ยังคงครอบงําวิถีชีวิตของชาวอเมริกันจนถึงศตวรรษที่ 21

กว่าร้อยปีก่อนเริ่มซีรีส์เกิดวิกฤตพลังงานเกิดขึ้นจากการสูญเสียน้ำมัน และคณะความมั่งคั่งแห่งยุโรป ได้ตัดสินใจบุกโจมตีตะวันออกกลาง กลายเป็น  “สงครามทรัพยากร”

ในเดือนเมษายน 2052 สงครามระหว่างเครือความมั่งคั่งจักรภพยุโรป European Commonwealth และรัฐในตะวันออกกลาง ทั้งยังมีการยุบสหประชาชาติ การรุกรานเม็กซิโกของสหรัฐ และการผนวกแคนาดา และการรุกรานของจีนและการยึดครองทางทหารของอะแลสกาในเวลาต่อมา ควบคู่ไปกับการปล่อย “โรคระบาดใหม่” ที่ทําลายล้างแผ่นดินใหญ่ของอเมริกา เมื่อสถานการณ์โลกเลวร้ายลงรัฐบาลอเมริกันก็กลายเป็นเผด็จการ

สุดท้าย ความตึงเครียดระหว่างสหรัฐอเมริกาและจีนในที่สุดก็สิ้นสุดลงใน “มหาสงคราม” ในเช้าวันที่ 23 ตุลาคม พ.ศ. 2077 มหาอำนาจต่างก็จุดชนวนระเบิดนิวเคลียร์ใส่กันภายในสองชั่วโมง โลกก็กลายเป็นที่ที่แทบจะอาศัยไม่ได้ เป็นฉากของโลก Fallout

Fallout – Official Trailer | Prime Video

2. ห้องนิรภัย Vault

ก่อนสงคราม European Commonwealth จะรุกรานรัฐตะวันออกกลาง รัฐบาลสหรัฐได้เริ่มโครงการทั่วประเทศในปี 2054 เพื่อสร้างที่พักพิงที่เรียกว่า “Vault” ร่วมกับบริษัท Vault-Tec Corporation ให้เป็นที่พักพิงสาธารณะ โดยแต่ละห้องสามารถรองรับผู้คนได้มากถึงหนึ่งพันคน จําเป็นต้องมีห้องนิรภัยประมาณ 400,000 ห้อง แต่มีเพียง 122 ห้องเท่านั้นที่ได้รับการว่าจ้างและสร้างขึ้น

แน่นอนว่า ย่อมไม่เพียงพอต่อการอพยพของคนทั้งหมด จึงมีการคัดเลือกประชากรเข้ามาอยู่เพียงไม่กี่ราย

ห้องนิรภัยแต่ละห้องสามารถพึ่งพาตนเองได้ ในทางทฤษฎีพวกเขาจึงสามารถดํารงชีวิตผู้อยู่อาศัยได้อย่างไม่มีกําหนด

อย่างไรก็ตาม โครงการ Vault มีหลากหลายพื้นที่ ซึ่งบางแห่งเป็นพื้นที่ที่มีการทดลองลับ และล้มเหลวในการอยู่อาศัย บางพื้นที่สมาชิกก็ฆ่ากันเอง

ตัวเอกของเรื่องจะเป็นหนึ่งในสมาชิกที่อาศัยอยู่ใน Vault เหล่านี้

ใน Vault
Fallout – Official Trailer | Prime Video

3. สัตว์กลายพันธุ์ และมนุษย์กลายพันธ์ุ

สัตว์กลายพันธ์เป็นไฮไลต์ของเกมนี้ เพราะในการสำรวจโลกกว้าง หรือดินแดนรกร้างของตัวละครหลัก จะมีสัตว์ที่สามารถอาศัยอยู่ในสภาพแวดล้อมของโลกที่มีกัมมันตภาพรังสีมากว่า 200 ปี ทำให้มีการกลายเป็นในรูปแบบต่าง ๆ

นอกจากนี้ มนุษย์ที่รอดจากสงครามนิวเคลียร์ก็กลายพันธุ์เป็นเผ่าพันธุ์ที่เรียกว่า Ghoul ตัวที่ไม่สามารถยับยั้งชั่งใจได้ก็จะกลายเป็นเหมือนซอมบี้

Fallout : First Scene | Prime Video