สหพัฒน์ เคลื่อนทัพ จุดแข็ง “บิ๊กดาต้า” รับยุคดิจิทัล

สัมภาษณ์

บนเส้นทางการดำเนินธุรกิจกว่า 65 ปี บนเส้นทางของธุรกิจอุปโภคและบริโภคในเครือสหพัฒน์ ที่มีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นอย่างมากมาย ทั้งในแง่ของการแข่งขันสูงและพฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป ทำให้ต้องปรับเปลี่ยนกลยุทธ์และทิศทางการตลาด เพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการของผู้บริโภค

ล่าสุด “ประชาชาติธุรกิจ” สัมภาษณ์พิเศษ “บุณยสิทธิ์ โชควัฒนา” ประธานเครือสหพัฒน์ บริษัท สหพัฒนพิบูล จำกัด (มหาชน) แม่ทัพใหญ่ของอาณาจักรสินค้าอุปโภคบริโภคของไทย ถึงยุทธศาสตร์สำคัญ เพื่อสร้างการเติบโตของธุรกิจจากนี้ไป

แม่ทัพใหญ่เครือสหพัฒน์ เริ่มต้นสนทนาว่า ทิศทางภาวะเศรษฐกิจและกำลังซื้อ คาดว่าจะชัดเจนขึ้นหลังจากการเลือกตั้ง และจะสร้างความเชื่อมั่นให้แก่นักลงทุน ทั้งในกลุ่มต่างประเทศที่ตัดสินใจเข้ามาหรือกลุ่มที่ลงทุนในประเทศที่มีอยู่แล้ว ซึ่งต้องรอความชัดเจนหลังจากช่วงการเลือกตั้งเท่านั้น

เช่นเดียวกับทิศทางการลงทุนและการทำธุรกิจของกลุ่มสหพัฒน์ต่อจากนี้ จะต้องเดินหน้าลงทุนในทุกกลุ่มธุรกิจที่มีศักยภาพและเป็นที่ต้องการของผู้บริโภค ไม่รอหลังเลือกตั้ง โดยฝั่งทางไลอ้อนกำลังเร่งวางแผนและศึกษาตลาด เพื่อนำสินค้าอุปโภคบริโภคไปเปิดโรงงานที่ประเทศพม่า รวมถึงการจับมือกับคู่ค้าพันธมิตรรายเดิมและรายใหม่ ในด้านการจำหน่ายสินค้าอย่างต่อเนื่อง

ขณะที่ภาพรวมของตลาดสินค้าอุปโภคและบริโภค มีแนวโน้มเติบโตขึ้น เนื่องจากเป็นของใช้จำเป็นในครัวเรือน เช่น มาม่า ผงซักฟอก สบู่ ยาสีฟัน ขณะที่สินค้าแฟชั่นติดลบ เนื่องจากคนเข้าห้างลดลง และหันไปซื้อเสื้อผ้าในช่องทางออนไลน์มากขึ้น

สำหรับทิศทางการดำเนินธุรกิจจากนี้ไป จากเดิมที่เน้นจำหน่ายสินค้าในห้างดีพาร์ตเมนต์สโตร์ จะเปลี่ยนไปเน้นพัฒนาสินค้าจำหน่ายในช่องทางออนไลน์มากขึ้น เช่น ผลิตสินค้าที่ตรงกับความต้องการผู้บริโภค เข้ามาจำหน่ายผ่านช่องทางออนไลน์ โดยจะต้องหาแพลตฟอร์มที่มีศักยภาพ เข้ามาช่วยกระจายสินค้าให้ถึงมือผู้บริโภค

“ถือว่าเป็นช่วงการเปลี่ยนแปลง สมัยก่อนถ้าไปถามแม่ค้าในตลาด และดีพาร์ตเมนต์สโตร์ ทุกคนจะบอกเป็นเสียงเดียวกันว่าขายไม่ดี แต่ถ้าถามแม่ค้าออนไลน์ จะบอกว่าขายดี เพราะคนซื้อสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์มากขึ้น และซื้อของในห้างน้อยลง แล้วดีพาร์ตเมนต์สโตร์ขายไม่ดี ไม่เฉพาะแค่เมืองไทย แต่เป็นทั่วโลก สหพัฒน์จึงต้องปรับตัวเข้าสู่ออนไลน์”

รวมถึงต้องกระตุ้นกำลังซื้อภายในประเทศมากขึ้น จากเดิมที่มุ่งเน้นการส่งออก เนื่องจากปัจจัยภายนอกมีความไม่แน่นอนสูง โดยบริษัทมีความกังวลต่อสงครามการค้าระหว่างประเทศสหรัฐและจีน ซึ่งทำให้ค่าเงินทั่วโลกเกิดความผันผวนในระดับสูง

ขณะเดียวกันยังเตรียมก้าวเข้าสู่ “สหพัฒน์ 4.0” จะนำบิ๊กดาต้า เทคโนโลยี ไอโอที เข้ามาใช้เพื่อช่วยในการวางแผนพัฒนา และนำเสนอข้อมูลให้ตรงกับความต้องการของผู้บริโภคและช่วยผลักดันการขายในอนาคต ยุคนี้ถ้าไม่เปลี่ยนก็ไม่ได้ ต้องหาคนที่รู้ลึก ในเรื่องดิจิทัล เอไอ ไอโอที บิ๊กดาต้า เข้ามาช่วยคิด และสร้างการจดจำให้แม่นยำขึ้น

ส่วนในแง่ของการสร้างโปรดักต์ใหม่ จากเดิมจะเน้นผลิตสินค้าเพื่อไปวางขายในห้าง แต่ปัจจุบันต้องผลิตสินค้าตามเทรนด์ความต้องการของผู้บริโภค เพื่อทำให้เกิดความอยากได้สินค้านั้น ๆ โดยขณะนี้กำลังสร้างทีมนักวิทยาศาสตร์ข้อมูล เพื่อนำบิ๊กดาต้ามาใช้ในการพัฒนาสินค้าให้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

“ประธานเครือสหพัฒน์” ย้ำว่า บิ๊กดาต้าเป็นเทรนด์ที่ถูกกล่าวถึงต่อเนื่องในช่วงหลายปีที่ผ่านมา และเพิ่มความเข้มข้นขึ้น หลาย ๆ ธุรกิจเริ่มเก็บข้อมูลผู้บริโภคไว้ในระดับหนึ่ง แต่โจทย์ใหญ่ที่ผู้ประกอบการกำลังหาคำตอบขณะนี้ คือ จะนำข้อมูลต่าง ๆ เหล่านี้มาเพิ่มมูลค่าให้แก่ธุรกิจได้อย่างไร

ที่ผ่านมา สหพัฒน์อยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านองค์กร เตรียมนำคนรุ่นใหม่เข้ามาทำธุรกิจในเครือมากขึ้น โดยมองว่าคนรุ่นใหม่จะมีแนวคิดใหม่ ๆ ไม่ยึดติดแนวคิดแบบเดิม และจะช่วยให้การค้าขายในยุคดิจิทัล หรือโลกการค้าไร้พรมแดนดีขึ้น ซึ่งขณะนี้กำลังปลุกปั้นให้เรียนรู้การทำงาน โดยจะทำหน้าที่ให้คำปรึกษาเพียงเท่านั้น

จากนี้ไปธุรกิจจะสู้กันที่บิ๊กดาต้า เพื่อนำมาพัฒนาสินค้าให้ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าให้ได้มากที่สุด

ไม่พลาดข่าวสำคัญ เจาะลึกทุกประเด็น
เพิ่มเราเป็นเพื่อนทาง @prachachat

ติดตามข่าวธุรกิจ