โตโยต้า ยาริส ครอส ไฮบริด คุ้มค่า เกินพอ

TOYOTA YARIS CROSS
คอลัมน์ : เทสต์คาร์
ผู้เขียน : วุฒิณี ทับทอง

จั่วหัวขึ้นมาแบบนี้ คงไม่เกินความจริงไปสักเท่าไร

ต้องบอกก่อนว่า หลักใหญ่ใจความของ โตโยต้า ยาริส ครอส (TOYOTA YARIS CROSS) มีให้เลือกกัน 3 รุ่น แต่ละรุ่นมีความแตกต่างกันในเรื่องของออปชั่น อุปกรณ์เสริมบางอย่างที่แตกต่างกันไป

สิ่งที่โตโยต้าให้มาถือว่าค่อนข้างครบครัน

ตั้งแต่รุ่นเริ่มต้น ถือเป็นก้าวอีกสเต็ปของกลยุทธ์ ด้านโปรดักต์ที่โตโยต้าตั้งใจทำขึ้นมา เพื่ออุดช่องว่างทางการตลาด และตอบโจทย์ความต้องการของกลุ่มลูกค้าได้อย่างตรงใจ ยิ่งในภาวะที่กระแสความร้อนแรงของรถ EV

โตโยต้า เลือกจังหวะในการเปิดตัว และทำตลาดรถครอสโอเวอร์ออกมาได้พอเหมาะพอเจาะ สามารถเตะสกัดคู่แข่งได้อยู่พอสมควร

TOYOTA YARIS CROSS

โดยเฉพาะกวาดเอากลุ่มลูกค้าที่มองหารถประเภทนี้ไว้ใช้งาน และยังไม่อยากก้าวข้ามไปยังรถ EV

ด้วยขนาด ออปชั่นที่มีมา และราคาที่สมเหตุสมผล

ทำให้ โตโยต้า ยาริส ครอส คันนี้มา ถูกที่ ถูกเวลา

ไม่รอช้า “ประชาชาติธุรกิจ” ได้นำรถยนต์ โตโยต้า ยาริส ครอส (TOYOTA YARIS CROSS) รุ่น HEV PREMIUM ที่หลาย ๆ คนเล็งเอาไว้มาทดสอบกัน โดยได้รับการอำนวยความสะดวกจากทีมงานฝ่าย พี.อาร์. นำทีมโดย “สุชญา เชียรแกล้วกล้า” รองผู้อำนวยการการฝ่ายบริหารการตลาดและประชาสัมพันธ์ ค่ายโตโยต้า จัดหารถมาให้เราได้สัมผัสกัน

เนื่องจากเป็นรถสไตล์ครอสโอเวอร์ ตัวรถถูกยกขึ้นมา โดยมีระยะต่ำสุดถึงพื้น Ground Clearance 210 มิลลิเมตร ช่วยให้ทัศนวิสัยค่อนข้างดี

ขนาดตัวค่อนข้างกะทัดรัด และความคล่องตัวค่อนข้างสูง เราเลือกทดสอบกันทั้งเส้นทางในเมืองที่วิ่งกันในสภาพการจราจรจอแจ ยาริส ครอส สามารถขับผ่านตรอกซอกซอย ทั้งมุดซ้าย ขึ้นขวา มาได้แบบเนียน ๆ

ขณะที่เครื่องยนต์ใช้เครื่องยนต์เบนซิน ขนาด 1.5 ลิตร แบบ 4 สูบ ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้า ให้กำลังรวม 111 แรงม้า เกียร์อัตโนมัติ e-CVT

TOYOTA YARIS CROSS

แบตเตอรี่ Lithium-ion ขับเคลื่อนล้อหน้า ยิ่งทำให้การขับขี่รถคันนี้มีความสนุกมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะอัตราเร่งที่ออกแนวปรู๊ดปร๊าด โดยเฉพาะจังหวะออกตัวที่มอเตอร์ไฟฟ้าทำงาน มีความคล้ายรถอีวี

แต่เวลาเสียงของเครื่องยนต์ที่ใช้ในการปั่นไฟเข้ามอเตอร์ที่มาทำงานนั้น ตรงนี้ยังยืนยันว่า “ไม่ประทับใจ” เสียงดังเข้ามาในห้องโดยสารพอสมควร แต่เมื่อใช้งานเพื่อให้เกิดความคุ้นชินแล้ว ถือว่าเป็นไปตามบุคลิกของรถไป

ทดสอบกันในการขับขี่โหมด Normal เป็นหลัก การขับขี่ เครื่องยนต์ กดมาได้เนียนเท้า ยิ่งในจังหวะที่ติดลมบนไปแล้ว เครื่องเดินได้ค่อนข้างสมูท จุดหนึ่งที่ให้ความรู้สึกว่า รุ่น HEV PREMIUM หรือรุ่นกลางนี้ ต่างไปจากรุ่นท็อป Premium Luxury คือ “ช่วงล่าง” การซับแรงกระแทก ดูจะนุ่มนวลกว่า

ส่วนหนึ่งอาจจะเป็นผลมาจากสเป็กของล้อ ที่รุ่น HEV PREMIUM ใช้ล้อขนาด 17 นิ้ว ขณะที่ รุ่นท็อป Premium Luxury ใช้ล้อ 18 นิ้ว ตรงนี้สัมผัสได้ถึงความแตกต่างชัดเจน

ส่วนรายละเอียดออปชั่นอื่น ๆ ที่ถูกทอนลงไป ทั้งพาโนรามิกรูฟ, ที่ชาร์จโทรศัพท์แบบไร้สาย, ประตูหลังไฟฟ้า Kick Activated, กล้องมองภาพรอบคัน

ส่วนกล้องบันทึกภาพหลังที่ถูกตัดออกไป แต่จะมีกล้องบันทึกเหตุการณ์ Video Camcorder ด้านหน้าเอาไว้ให้

TOYOTA YARIS CROSS

ระบบตรวจวัดลมยางอัตโนมัติ, Welcome Lamp ที่กระจกมองข้าง ถูกตัดออกไป

ขณะที่โตโยต้าใส่ โตโยต้า เซฟตี้ เซนส์ ระบบช่วยเหลือการขับขี่, ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ, ระบบเตือนการชนด้านหน้า, ระบบปรับไฟสูง, ระบบเตือนเมื่อรถออกนอกเลน และดึงพวงมาลัยกลับ, ระบบป้องกันการเหยียบคันเร่งผิดวิธี, ระบบเตือนเมื่อรถคันหน้าเคลื่อนตัว

ระบบควบคุมรถให้อยู่ในเลน, ระบบเตือนมุมอับสายตาที่กระจกมองข้าง, ระบบเตือนเมื่อมีรถตัดผ่านขณะถอยหลัง, เซ็นเซอร์กะระยะช่วยจอด ด้านหน้า 2 ตำแหน่ง-ด้านหลัง 2 ตำแหน่ง, ราวหลังคา รับน้ำหนักได้ 50 กก. ไฟสร้างบรรยากาศในห้องโดยสาร Ambient Light ปรับได้ 14 สี เซ็นเซอร์กะระยะรอบคัน

ถือว่า มีครบ หากนั่งนับนิ้ว เปรียบเทียบออปชั่นที่หายไป กับราคาที่ถูกลงไป 50,000 บาท ถือว่า HEV PREMIUM มีมาให้ค่อนข้างครบครันแล้ว และน่าจะเป็นรุ่นที่เหมาะสมกับความคุ้มค่าที่มีมาให้ ในราคาค่าตัวที่ราคา 849,000 บาท


TOYOTA YARIS CROSS TOYOTA YARIS CROSSTOYOTA YARIS CROSS