เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ไม่พลิกโผ ! กยศ. ประกาศแต่งตั้ง “พิมพ์เพ็ญ ลัดพลี” ผู้จัดการกองทุนฯ คนใหม่
Finance ไม่พลิกโผ ! กยศ. ประกาศแต่งตั้ง “พิมพ์เพ็ญ ลัดพลี” ผู้จัดการกองทุนฯ คนใหม่
จ้างผู้พิการไม่ใช่แค่ CSR ธุรกิจชี้เป็นกลยุทธ์สู้วิกฤตแรงงาน
HR จ้างผู้พิการไม่ใช่แค่ CSR ธุรกิจชี้เป็นกลยุทธ์สู้วิกฤตแรงงาน
ไทยพีบีเอส ประกาศนโยบาย AI ยึด 7 หลัก ย้ำ “AI เป็นผู้ช่วย มนุษย์ตัดสินใจ”
Tech ไทยพีบีเอส ประกาศนโยบาย AI ยึด 7 หลัก ย้ำ “AI เป็นผู้ช่วย มนุษย์ตัดสินใจ”
สำรวจ ‘บัตรเครดิตหรู’ อยากดูแพง ติดแกลม ต้องรวยเบอร์ไหน?
Finance สำรวจ ‘บัตรเครดิตหรู’ อยากดูแพง ติดแกลม ต้องรวยเบอร์ไหน?
DEX จัดนิทรรศการโคนัน 30 ปี ครั้งแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
Business DEX จัดนิทรรศการโคนัน 30 ปี ครั้งแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
กรมศุลกากร ยึด ‘LSD แสตมป์เมา’ ยาเสพติดแบบสติกเกอร์การ์ตูน ป้องกันระบาดในกลุ่มเยาวชน
Finance กรมศุลกากร ยึด ‘LSD แสตมป์เมา’ ยาเสพติดแบบสติกเกอร์การ์ตูน ป้องกันระบาดในกลุ่มเยาวชน
บริดจสโตน ส่ง “POTENZA SPORT EVO” เจาะตลาดรถยนต์สมรรถนะสูงและรถอีวี
Automotive บริดจสโตน ส่ง “POTENZA SPORT EVO” เจาะตลาดรถยนต์สมรรถนะสูงและรถอีวี
ส่องโปรเจ็กต์พันล้าน “สะพานคนเดินข้าม” แม่น้ำเจ้าพระยา แลนด์มาร์กใหม่ “ชัชชาติ 2”
Real Estate ส่องโปรเจ็กต์พันล้าน “สะพานคนเดินข้าม” แม่น้ำเจ้าพระยา แลนด์มาร์กใหม่ “ชัชชาติ 2”
ย้อนดูเศรษฐกิจกัมพูชา หลังปิดด่านชายแดนทางบกกับไทย ครบ 1 ปี
World ย้อนดูเศรษฐกิจกัมพูชา หลังปิดด่านชายแดนทางบกกับไทย ครบ 1 ปี
บีโอไอ เคลียร์ชัดส่งเสริมลงทุนยึดคุณภาพโครงการไม่ใช่สัญชาติผู้ลงทุน หนุนร่วมทุนปรับตัวสู่ EV
Economic บีโอไอ เคลียร์ชัดส่งเสริมลงทุนยึดคุณภาพโครงการไม่ใช่สัญชาติผู้ลงทุน หนุนร่วมทุนปรับตัวสู่ EV
ดูทั้งหมด

รีดภาษี “รถใช้น้ำมัน” โปะอีวี รื้อโครงสร้าง เลิกส่งเสริม “อีโคคาร์”

22 ก.พ. 2565 | 19:46น.

รัฐยกเครื่องโครงสร้างภาษีรถยนต์ใหม่ ปรับขึ้นภาษีรถเครื่องยนต์สันดาปโปะอีวี หลังมาตรการส่งเสริมรถยนต์ไฟฟ้าส่อทำรายได้รัฐวูบปีละ 1,800 ล้านบาท ขยับเกณฑ์คุมปล่อย CO2 เข้มมากขึ้น “ปล่อยมลพิษมาก ภาษีแพงขึ้น”

จ่อเพิ่มพิกัดใหม่หนุนผลิตรถ “fuel cell” ภาษีแค่ 1% ต่ำกว่ารถอีวี ขณะที่ยกเลิกส่งเสริม “อีโคคาร์” ผลักดันผู้ผลิตลงทุนอีวีเต็มตัว อธิบดีสรรพสามิตแจงค่ายรถเริ่มจัดโปรฯ ลดราคา “รถอีวี” มี.ค.นี้

รื้อโครงสร้างภาษีดันอีวี

สัปดาห์ที่ผ่านมาแหล่งข่าวจากทำเนียบรัฐบาลเปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า นอกจากมาตรการสนับสนุนการใช้ยานยนต์ไฟฟ้า (อีวี) ประเภทรถยนต์และรถจักรยานยนต์ ที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) เพิ่งอนุมัติหลักการไปเมื่อวันที่ 15 ก.พ.ที่ผ่านมานั้น

พร้อมกันนี้ ทางกระทรวงการคลังจะต้องเสนอโครงสร้างภาษีสรรพสามิตรถยนต์ใหม่ให้ ครม.เห็นชอบด้วย เพื่อให้สอดคล้องกับเป้าหมายการส่งเสริมให้เกิดการผลิต การใช้ยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศ ให้เป็นไปตามเป้าหมายการผลิต และการใช้ยานยนต์ไร้มลพิษ (Zero Emission Vehicle : ZEV) ของยานยนต์ทุกประเภท ซึ่งมุ่งหวังให้ราคารถยนต์ และรถจักรยานยนต์ประเภทรถยนต์ไฟฟ้าแบตเตอรี่ (Battery Electric Vehicle : BEV) สามารถแข่งขันได้

“สำหรับแพ็กเกจจูงใจซื้อรถอีวีปี 2565-2568 ที่มีการอุดหนุนสูงสุด 1.5 แสนบาทต่อคัน พร้อมกับมาตรการลดภาษี ซึ่งน่าจะเริ่มได้ภายในอีก 2-3 สัปดาห์ข้างหน้า โดยต้องให้มีการประกาศโครงสร้างภาษีรถยนต์ใหม่ออกมาก่อน เนื่องจากโครงสร้างภาษีรถยนต์ที่ใช้อยู่ปัจจุบันจะสิ้นสุดปี 2568 ดังนั้นจะต้องประกาศโครงสร้างใหม่ออกมา เนื่องจากมีบางส่วนที่เกี่ยวข้องกัน รวมทั้งเป็นการให้ผู้ประกอบการมีเวลาปรับตัวด้วย” แหล่งข่าวกล่าว

ทั้งนี้ ตามเป้าหมายของคณะกรรมการนโยบายยานยนต์ไฟฟ้าแห่งชาติ (บอร์ดอีวี) มีเป้าหมายการใช้ยานยนต์ไฟฟ้ารวมทุกประเภทในปี 2568 จำนวน 1,055,000 คัน แบ่งเป็น รถยนต์/รถปิกอัพ 402,000 คัน รถจักรยานยนต์ 622,000 คัน และรถบัส/รถบรรทุก 31,000 คัน และในปี 2578 ให้เพิ่มขึ้นเป็น 15,580,000 คัน แบ่งเป็นรถยนต์/รถปิกอัพ 6,400,000 คัน รถจักรยานยนต์ 8,750,000 คัน และรถบัส/รถบรรทุก 430,000 คัน

ขึ้นภาษีรถสันดาปโปะอีวี

แหล่งข่าวกล่าวว่า กระทรวงการคลังประเมินว่า หากมีการเปลี่ยนมาใช้รถยนต์อีวีในปี 2565-2568 ทดแทนรถยนต์เครื่องยนต์สันดาปภายในตามเป้าหมายของบอร์ดอีวี จะส่งผลกระทบทำให้รายได้ภาษีสรรพสามิตรถยนต์ลดลงในช่วงปี 2565-2568 ตกปีละประมาณ 1,800 ล้านบาท ซึ่งหากจะทำให้รายได้ภาษีสรรพสามิตรถยนต์กลับมาใกล้เคียงกับที่จัดเก็บได้ในปีงบประมาณ 2564 จำนวน 90,152 ล้านบาท จะต้องทยอยปรับอัตราภาษีสรรพสามิตรถยนต์ประเภทเครื่องยนต์สันดาปภายใน ตั้งแต่ปี 2569 เป็นต้นไป

“โครงสร้างภาษีใหม่รถที่ใช้เครื่องยนต์สันดาป จะต้องมีอัตราภาษีที่สูงขึ้น เพื่อให้ผู้ผลิตหันมาผลิตรถอีวีมากขึ้น ขณะเดียวกันก็ช่วยให้มีรายได้ภาษีมาชดเชยส่วนที่หายไปจากการส่งเสริมการใช้รถอีวี โดยจะมีการปรับภาษีรถยนต์ที่ใช้เครื่องยนต์สันดาปภายในเพิ่มขึ้น ด้วยการปรับเกณฑ์เข้มเพื่อให้ปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) ลดลง จากเดิมกำหนดขั้นต่ำปล่อย CO2 อยู่ที่ 150 กรัมต่อกิโลเมตร ก็อาจจะให้ลดการปล่อย CO2 เหลือ 100 หรือ 120 กรัมต่อกิโลเมตร ซึ่งการปรับโครงสร้างภาษีจะทำให้มีรายได้สรรพสามิตรถยนต์เพิ่มขึ้น ทดแทนภาษีรถยนต์อีวีที่ต้องการส่งเสริม” แหล่งข่าวกล่าว

โดยที่เห็นภาพชัดเจนในการปรับขึ้นอัตราภาษี คือในส่วนของรถกระบะดัดแปลง(พีพีวี) จากอัตราภาษีสรรพสามิตปัจจุบันอยู่ที่ 25% โดยมีเกณฑ์การปล่อย CO2 ไม่เกิน 200 กรัม/กิโลเมตร และอัตราภาษี 30% สำหรับรถพีพีวีที่มีการปล่อย CO2 มากกว่า 200 กรัมต่อกิโลเมตร โดยอัตราภาษีใหม่จะอยู่ในช่วง 18-50% พร้อมกับเกณฑ์ที่จะต้องปล่อย CO2 ลดลงด้วย

ปรับโครงสร้าง

เพิ่มพิกัดใหม่หนุน Fuel Cell

แหล่งข่าวกล่าวว่า นอกจากการส่งเสริมการผลิตและการใช้รถยนต์อีวีที่ใช้พลังงานไฟฟ้าจากแบตเตอรี่แล้ว ทางกระทรวงการคลังยังได้เพิ่มพิกัดภาษีสำหรับรถยนต์ประหยัดพลังงานที่ใช้เซลล์เชื้อเพลิง (fuel cell) เข้ามาด้วย ซึ่งเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมเช่นเดียวกัน ทั้งนี้ เพื่อเป็นทางเลือกให้แก่ผู้ผลิตรถยนต์ โดย fuel cell นี้จะมีเทคโนโลยีที่ต้องลงทุนมากกว่ารถอีวีแบตเตอรี่ ดังนั้น อัตราภาษีก็จะกำหนดให้ต่ำกว่ารถอีวี โดยรถยนต์นั่งที่เป็น fuel cell กำหนดอัตราภาษีไว้ที่ 1% ส่วนรถอีวีจะอยู่ที่ 2%

ยกเลิกส่งเสริมอีโคคาร์

แหล่งข่าวกล่าวด้วยว่า นอกจากนี้ โครงสร้างภาษีใหม่จะต้องเลิกส่งเสริมรถยนต์อีโคคาร์ เพราะไม่เช่นนั้นผู้ผลิตรถยนต์ก็จะไม่ยอมหันมาผลิตรถยนต์อีวี เนื่องจากปัจจุบันภาษีรถยนต์อีโคคาร์จัดเก็บภาษีในอัตราต่ำมาก คือถ้าปล่อย CO2 มากกว่า 100 กรัมต่อกิโลเมตรขึ้นไป จะเสียภาษีแค่ 17% และหากปล่อย CO2 น้อยกว่า 100 กรัมต่อกิโลเมตร จะเสียภาษีเพียง 12% เท่านั้น

“ถ้ายังส่งเสริมอีโคคาร์อยู่ ผู้ผลิตอาจจะยังไม่ยอมไปผลิตรถอีวี เพราะยังอยากใช้เทคโนโลยีเดิมอยู่ ดังนั้นหลังปี 2568 ต้องเลิกส่งเสริมอีโคคาร์ด้วย ก็จะทำให้อัตราภาษีไปเข้าอยู่ในหมวดรถยนต์นั่ง ซึ่งภาษีจะอยู่ในช่วง 13-38% ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับความสามารถในการที่จะปรับลดการปล่อยมลพิษ” แหล่งข่าวกล่าว

ภาษีใหม่เข้า ครม. 22 ก.พ.นี้

แหล่งข่าวจากกระทรวงการคลังกล่าวว่า คาดว่าวันที่ 22 ก.พ.นี้ ที่ประชุม ครม.จะมีการพิจารณาอนุมัติปรับโครงสร้างภาษีสรรพสามิตรถยนต์ เพื่อให้สอดคล้องกับนโยบายการส่งเสริมการใช้รถอีวีมากขึ้น โดยจะมีภาษีรถยนต์บางประเภทที่ปรับอัตราขึ้นในทันที และมีบางประเภทที่ยังอยู่ในมาตรการส่งเสริมเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจอยู่ ซึ่งจะสิ้นสุดมาตรการในปี 2568 หลังจากนั้นก็จะทยอยปรับอัตราภาษีเพิ่มขึ้น ได้แก่ รถยนต์ไฮบริด และรถยนต์ปลั๊ก-อิน ไฮบริด รถอีวี (BEV) เป็นต้น

“การปรับโครงสร้างภาษีรถยนต์ครั้งนี้จะถือว่าคิดอัตราภาษีเพิ่มขึ้น โดยดูจากการปล่อย CO2 และจะเป็นการคิดอัตราภาษีก้าวหน้า เช่น 2-4 ปีแรกจะยังเพิ่มไม่มาก แต่หลังจากนั้นจะค่อย ๆ ปรับอัตราภาษีให้เพิ่มขึ้น เพื่อไม่ให้ประชาชนได้รับผลกระทบมากนัก และให้เวลาผู้ประกอบการปรับตัวด้วย ซึ่งในอนาคตถ้าค่ายรถไม่สามารถพัฒนาในการปล่อย CO2 ให้ดีขึ้นก็จะเสียภาษีเพิ่มขึ้น ซึ่งก็จะไปสอดคล้องกับทิศทางเพื่อผลักดันให้คนหันไปใช้รถอีวีมากขึ้น” แหล่งข่าวกล่าว

อีโคคาร์แพงขึ้น 3 หมื่น

แหล่งข่าวระดับบริหารค่ายรถยนต์รายใหญ่กล่าวกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ถึงโครงสร้างภาษีใหม่ของรัฐบาลว่า เป็นนโยบายที่ดีในแง่ของการสนับสนุนและส่งเสริมให้เกิดการใช้ยานยนต์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากขึ้น โดยมีการนำค่าการปล่อยไอเสียมาเป็นตัวกำหนด ซึ่งผู้ประกอบการได้เตรียมความพร้อมในเชิงการพัฒนาสินค้ามาอย่างต่อเนื่อง

อย่างไรก็ตาม ในส่วนของ “อีโคคาร์” ที่จะยกเลิกการส่งเสริมหลังสิ้นสุดโครงการเฟสสอง ทำให้อัตราภาษีเพิ่มขึ้นจากปัจจุบัน หากไม่สามารถพัฒนาไปสู่ยานยนต์ที่ใช้มอเตอร์ หรืออีโคคาร์ไฮบริด มาช่วยในการขับเคลื่อน ภาษีก็จะขยับเพิ่มขึ้นอีก 6-8% หรือหากคิดเป็นมูลค่าประมาณ 30,000 บาท ทำให้ราคาอีโคคาร์ต้องปรับขึ้น ทั้งนี้ในฐานะของผู้ผลิตและจัดจำหน่ายอีโคคาร์ อย่างไรก็ต้องเดินหน้าผลิตไปจนกว่าจะคุ้มทุน หรือมีการพัฒนาอีโคคาร์ไฮบริดออกมา ซึ่งจะทำให้เสียภาษีลดลง

ค่ายรถเริ่มจัดโปรฯ มี.ค.

ขณะที่นายลวรณ แสงสนิท อธิบดีกรมสรรพสามิต กล่าวว่า ตามที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้อนุมัติมาตรการส่งเสริมการใช้ยานยนต์ไฟฟ้า (รถยนต์อีวี) ไปเมื่อ 15 ก.พ. 2565 จากนี้กรมสรรพสามิตจะออกประกาศที่เกี่ยวข้องเพื่อดำเนินการต่อไป โดยคาดว่าจะมีการลงนามสัญญาความร่วมมือกับค่ายรถยนต์ที่เข้าร่วมโครงการได้ในช่วงเดือน มี.ค. 2565 จากนั้นค่ายรถยนต์จะสามารถจัดโปรโมชั่นส่งเสริมการขายรถอีวีออกมาได้ทันที

โดยในปีแรกใช้งบประมาณอุดหนุน 3,000 ล้านบาท และหากมีความต้องการมากกว่านั้นจะมีการพิจารณาขอขยายกรอบงบประมาณอีกครั้ง ส่วนวงเงินที่เหลืออีก 40,000 ล้านบาท ครม.ได้มอบหมายให้กระทรวงการคลัง และสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เป็นผู้จัดหาเพิ่มเติม ทั้งนี้ ตั้งเป้าหมายว่าในปี 2573 ต้องมีการผลิตรถยนต์อีวีสัดส่วนเป็น 30% ของการผลิตรถยนต์ใช้น้ำมันทั้งหมด

แผนดึงการลงทุนอีวี

“ช่วง 1-2 ปีแรกเป็นการทดลองตลาด จึงเปิดให้ใช้รถนำเข้าเพื่อให้ผู้ประกอบการจำหน่ายรถยนต์รู้ว่ารถยนต์รุ่นไหนเป็นรุ่นที่ได้รับความนิยม เหมาะที่จะนำมาผลิตในประเทศไทย แต่ในปีที่ 3-4 จะต้องมีการผลิตรถยนต์อีวีในประเทศชดใช้คืนตามจำนวนที่นำเข้ามา ซึ่งหากไม่สามารถทำได้ตามสัญญาก็จะมีบทลงโทษ รวมทั้งมีค่าปรับด้วย แต่เบื้องต้นที่มีการหารือกับค่ายรถยนต์ก็มีผู้ประกอบการค่ายรถยนต์หลายค่ายให้ความสนใจเข้ามาร่วมโครงการ” นายลวรณกล่าว

นายลวรณกล่าวด้วยว่า มาตรการส่งเสริมการใช้รถอีวีในครั้งนี้แตกต่างจากรถยนต์คันแรก โดยเป็นการให้เงินส่วนลดตั้งแต่ 70,000-150,000 บาท ให้ค่ายรถยนต์ที่ทำสัญญาเข้าร่วมโครงการไปจัดทำโปรโมชั่นส่งเสริมการขายเอง เช่น รถที่นำเข้าจากจีน ราคา 1 ล้านบาท หากทำสัญญาการเข้าร่วมโครงการแล้ว จะได้รับเงินอุดหนุน 150,000 บาท ซึ่งบริษัทจะต้องสำแดงหลักฐานการซื้อขาย หากตรวจสอบแล้วว่าปฏิบัติตามเงื่อนไขที่กำหนดแล้ว กรมจะมีการคืนเงินให้เป็นรายไตรมาสต่อไป

สร้างระบบนิเวศอีวี

นอกจากในเรื่องเงินอุดหนุนเพื่อสร้างแรงจูงใจให้คนหันมาใช้รถอีวีแล้ว ขณะเดียวกัน หน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็ต้องดูแลเรื่องโครงสร้างพื้นฐานเพื่อให้มั่นใจว่าสามารถขับรถอีวีไปได้ทุกที่ รวมทั้งในเรื่องอัตราค่าไฟที่ชาร์จรถอีวีด้วย ขณะที่ชิ้นส่วนต่าง ๆ ของรถอีวีก็มีการยกเว้นภาษีนำเข้าให้

นายลวรณกล่าวอีกว่า เมื่อนโยบายการใช้รถอีวีมีความชัดเจนขึ้น ขณะที่แนวโน้มการใช้น้ำมันก็จะลดลงไปด้วย ซึ่งต่อไปกรมจะมีการผลักดันภาษีคาร์บอน หรือ carbon tax ในส่วนของโรงงานอุตสาหกรรมต่าง ๆ โดยขณะนี้กรมอยู่ระหว่างการศึกษาการจัดเก็บภาษีดังกล่าวเพื่อเป็นแนวทางที่จะนำมาใช้ในอนาคต เพราะเรามองว่าเรื่องน้ำมันอาจจะไปสู่จุดสูงสุดในระยะเวลาอันสั้น จากนั้นการใช้น้ำมันก็จะเริ่มค่อย ๆ ลดลง และภาษีคาร์บอนจะเข้ามาแทน กรมจึงศึกษาเรื่องนี้อย่างใกล้ชิด ซึ่งต่างประเทศก็มีตัวอย่างที่ทำเรื่องนี้อยู่แล้ว

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ภาษีรถยนต์ รถอีวี