BMW Track Day 2020 สลัดคราบรถบ้าน จัดจ้าน ทรงพลัง

Test Car วุฒิณี ทับทอง

เมื่อช่วงปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา ค่ายบีเอ็มดับเบิลยูจัดกิจกรรม BMW Track Day 2020 ขนเอารถยนต์สายพันธุ์ “M” มาให้สื่อมวลชนและลูกค้าได้สัมผัสประสบการณ์ตรงกับขุมพลังและสมรรถนะอันเหลือล้น

ตั้งแต่บีเอ็มดับเบิลยู M4 Competition, M4 CS Coupe, M5 และรถยนต์ไฟฟ้า i8 Roadster ใน BMW Track Day 2020 ณ สนามแข่งรถปทุมธานี สปีดเวย์

เรียกว่ารวมเอาพลังความแรงมาไว้ในงาน วันนี้ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมยอดขายรถยนต์ในตระกูล “M” ทั่วโลกถึงขายดิบขายดี

บีเอ็มโชว์ตัวเลขยอดขายตั้งแต่ปี 2010 ที่ขายรถในตระกูลนี้เพียงหลัก 16,969 คันเท่านั้น ใช้เวลาเพียง 2 ปี ในปี 2012 ยอดขายโตเท่าตัวขึ้นมาอยู่ที่ 26,873 คัน ก่อนที่ปี 2016 จะขยับทะลุหลัก “แสน” ด้วยการสร้างสถิติ 102,780 คัน โตพรวด 27.2% ส่วนปี 2019 ที่ผ่านมาขายได้ 135,829 คัน ยังโตต่อเนื่อง 32.2%

มองผาด ๆ รถยนต์บีเอ็มดับเบิลยูในตระกูล “M” แต่ละซีรีส์นั้น ภายนอกแทบจะไม่ได้แตกต่างจากรถบีเอ็มดับเบิลยูรถบ้านทั่วไป จะมีผิดแผกไปบ้าง ในส่วนของรายละเอียดของ “ชุดแต่ง” จุดที่บ่งบองว่ารถคันนี้คือสายพันธุ์ “M” ที่แฝงความดุดัน ทรงพลัง

เรียกว่า…รถแรงที่สุด ที่เรามาขับในวันนี้ ซึ่งให้พลังสูงสุดถึง 600 ตัว ในเจ้า M5 ความเร็วจาก 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ทำได้ในระยะเวลาเพียง 3.4 วินาที ส่วน 0-200 กิโลเมตรต่อชั่วโมงภายใน 11.1 วินาทีกับเครื่องยนต์ M TwinPower Turbo แบบ V8 ความจุ 4.4 ลิตร

M4 Competition ที่ใช้เครื่องยนต์ M TwinPower Turbo 6 สูบขนาด 3 ลิตร ที่ส่งกำลังแรงถึง 450 แรงม้า ความเร็วจาก 0-100 กิโลเมตร/ชั่วโมงได้ภายในเวลาเพียง 4 วินาที

M4 CS Coupe BMW M TwinPower Turbo เครื่อง 6 สูบ ขนาด 3.0 ลิตร ให้กำลังสูงสุด 460 แรงม้า ด้วยอัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงภายใน 3.9 วินาที

และ i8 Roadster ที่ขับเคลื่อนด้วยระบบปลั๊ก-อิน ไฮบริด ควบคู่กับเทคโนโลยีบีเอ็มดับเบิลยู eDrive ส่งพลังด้วยด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าที่ 105 กิโลวัตต์/143 แรงม้า สามารถเร่งความเร็วสูงสุดได้ 105 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ทำงานคู่กับเครื่องยนต์เบนซิน 3 สูบ พร้อมเทคโนโลยี BMW TwinPower Turbo ยังคงทรงพลังเช่นเดิมด้วยกำลัง 170 กิโลวัตต์/231 แรงม้า ส่งบีเอ็มดับเบิลยู i8 Roadster จาก 0 ถึง 100 กิโลเมตรได้ภายใน 4.6 วินาที

ดูจากสเป็กเครื่องยนต์แล้ว ก็อดคิดไม่ได้ว่าถ้านำมาขับใช้งานปกติในชีวิตประจำวันนั้นจะมีความปราดเปรียวคล่องตัวแค่ไหน

วันนี้เรามาทดสอบรถ “แรง” เหล่านี้ว่าจะควบคุมได้ง่าย-ยากแค่ไหน ที่สำคัญเครื่องแรงขนาดนี้ความสนุกจะมีกับสถานการณ์ทดสอบต่าง ๆ ถึง 4 สถานีให้ทดสอบ

ใน 2 สถานีแรง เราขับเจ้า M4 Competition และ M4 CS Coupe เพื่อดู “ความเร็ว” และ “การเข้าโค้ง” ซึ่งรถทั้ง 2 คัน สามารถควบคุมได้ง่าย ขับสนุก แม้อัตราเร่งความแรงของรถคันนี้จะเอาเรื่องอยู่ แต่ก็ไม่ได้ยากเกินความควบคุม ความเร็ววิ่งกันจนลืมมองที่หน้าปัด

แต่ทีมงานได้แจ้งไว้แต่ต้นแล้วว่ารถในตระกูล “M” นั้น ทางบีเอ็มดับเบิลยูล็อกความเร็วสูงสุด 280 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

ก่อนมาที่สถานี “สลาลอม” เพื่อดูความคล่องตัว อัตราเร่ง และเบรกของ i8 และ M5 ที่ปราดเปรียว คล่องตัว ขับผ่านขวา-ซ้าย-ขวา มาได้แบบสบาย ก่อนเข้าสู่ช่วงทางตรง เพื่อดูอัตราเร่ง และกำลังมหาศาล กดคันเร่งชูตความเร็วก่อนในช่วงทางตรง และจับอาการของรถจังหวะเบรกที่แม่นยำ ไว้ใจได้

จากนั้นมาสู่การขับในรูปแบบ “วงกลม” เพื่อดูอัตราเร่งและการยึดเกาะถนนของเจ้า i8 และ M5 ซึ่งเราขับกันเป็นลักษณะของเลข “8” ซึ่งรถทั้ง 2 คัน ขับเคลื่อนแบบ 4 ล้อ สามารถควบคุมได้ง่าย ส่วนช่วงล่างและอัตราเร่งหายห่วง แม้จะขับด้วยความเร็วกับรถที่แรงขนาดนี้ ช่วงล่างเอาอยู่และง่ายต่อการควบคุม

การทดสอบในวันนี้เรียกว่าทีมงานได้เซตสนามไว้ให้เราทดสอบทุก ๆ ฟีเจอร์ ความแรงของรถในตระกูล “M” ทั้งระบบขับเคลื่อนและเครื่องยนต์อันทรงพลัง ช่วงล่างที่ไว้ใจได้

ส่วนราคาค่าตัวของรถแต่ละคันจะมาพร้อมโปรแกรมบำรุงรักษา BSI Standard

M4 Competition ค่าตัวที่ 8.799 ล้านบาท

M4 CS Coupe ราคา 11.439 ล้านบาท

M5 ราคา 13.339 ล้านบาท และ i8 Roadster ราคา 12.999 ล้านบาท

ถึงตรงนี้ หากจะบอกว่าลองแล้วจะหลงรัก…กับแอนเดอริ่ง ที่ควบคุมได้ง่าย ความเฟิร์มของช่วงล่าง อัตราเร่งที่เร้าใจ แรง หรู ดุดัน คงไม่เกินไปที่จะหลงรัก…รถภายใต้สัญลักษณ์ “M”

รถบ้านรถไฮเพอร์ฟอร์แมนซ์ที่สามารถขับขี่ได้ทุกวัน…

ไม่พลาดข่าวสำคัญ เจาะลึกทุกประเด็น
เพิ่มเราเป็นเพื่อนทาง @prachachat

ติดตามข่าวธุรกิจ