คิดแนวขวาง

คอลัมน์ Market-think

โดย สรกล อดุลยานนท์

ตอนที่เห็นข่าว “ไมเนอร์กรุ๊ป” ทำแอป 1112 ให้ลูกค้าสามารถสั่งอาหารดีลิเวอรี่สินค้าอาหารทุกแบรนด์ในเครือ

ผมคงรู้สึกเหมือนหลายคน

ดีจัง

…น่าจะทำตั้งนานแล้ว

คิดแบบ “ลูกค้า” ว่า เวลาเราอยากกินพิซซ่า แต่ลูกอยากกินเบอร์เกอร์คิง แม่อยากกินไอศกรีมสเวนเซ่นส์

ถ้าไม่ลงประชามติว่าจะกินอะไรสักอย่าง

ก็ต้องโทร.สั่ง 3 ที่

“ไมเนอร์กรุ๊ป” เป็นเจ้าของแบรนด์ดัง ๆ มากมาย

เดอะ พิซซ่า คอมปะนี, สเวนเซ่นส์, ซิซซ์เล่อร์, แดรี่ควีน, เบอร์เกอร์คิง ฯลฯ

เขาเป็นเจ้าตลาดใหญ่ของการสั่งอาหารผ่านคอลเซ็นเตอร์ ตั้งแต่เป็นเจ้าของ “พิซซ่าฮัท”

ก่อนที่มีปัญหากับเจ้าของแฟรนไชส์ และมาบุกเบิก “เดอะ พิซซ่า” ใหม่

ในวันก่อนที่ยังไม่มี “ไลน์แมน” หรือบริการสั่งอาหารอื่น ๆ เวลานึกว่าจะสั่งอะไรมากินที่บ้าน

เราจะนึกถึง “ฟาสต์ฟู้ด” ต่าง ๆ เป็นอันดับแรก

เดอะ พิซซ่า, พิซซ่าฮัท, เคเอฟซี, แมคโดนัลด์ ฯลฯ

แต่วันนี้เราสามารถเลือกสั่งก๋วยเตี๋ยว กับข้าว หรือขนมต่าง ๆ

มากินที่บ้านก็ได้ ผ่านไลน์แมน

“ทางเลือก” ของเราเพิ่มขึ้น

เมื่อโลกเปลี่ยน เจ้าตลาดเดิมก็ต้องปรับ

“ไมเนอร์กรุ๊ป” ได้เปรียบที่เขามีแบรนด์ต่าง ๆ ในมือมากมาย

แต่ละแบรนด์ก็มีพลังสูงมาก

การรวบทุกแบรนด์มาอยู่ในแอปเดียว ทำให้เขามีสินค้าที่หลากหลายมากขึ้น

เหมือนเป็นศูนย์อาหารขนาดย่อมสั่งได้หลายอย่างก็มีโอกาสเพิ่มยอดขายต่อบิล

บางแบรนด์ที่ไม่เคยดีลิเวอรี่ก็จะได้ทดลองทำ อย่างเช่น ซิซซ์เล่อร์

แต่การรวบสินค้าทุกแบรนด์ที่ไม่มีครัวกลางอยู่ด้วยกัน ณ จุดเดียว อาจเป็นปัญหาในเรื่องการส่งอยู่บ้าง

เพราะต้องตระเวนรับของหลายแห่ง

หลายคนสงสัยว่า ทำไมเขาไม่ทำครัวกลางอยู่ที่เดียวกัน

คำตอบก็คือ แบรนด์ระดับโลกคงไม่ยอมรวมครัวกลางกับแบรนด์อื่น

แต่ “ปัญหา” มีไว้แก้ไข

วันหนึ่ง “ไมเนอร์กรุ๊ป” อาจคิดทำศูนย์อาหารขนาดย่อมของตัวเอง ที่ทุกแบรนด์มีร้านและครัวของตัวเอง

ขายในร้านด้วย

แต่เป้าหมายใหญ่ คือ ขายแบบดีลิเวอรี่

อย่าลืมนะครับ ยอดขายเฉพาะ

ดีลิเวอรี่ของทุกแบรนด์ในเครือสูงถึง 3,000 ล้านบาท

ใหญ่พอที่จะคิดแบบนี้ได้

คิดแบบเริ่มต้นเอา “ดีลิเวอรี่” เป็นศูนย์กลาง

เพราะ “จุดแข็ง” ของ “ไมเนอร์กรุ๊ป” คือ เขาทำระบบดีลิเวอรี่มานาน

มีพนักงานส่งอาหารของตัวเอง 3,000 คน

อยู่ใน กทม.ประมาณ 2,000 ต่างจังหวัด 1,000

ถ้ามีจุดส่งอยู่จุดเดียว กระจายไปทั่ว กทม. การควบคุมคุณภาพและเวลาในการส่งทำได้ง่าย

และถ้าคิดแนวขวางโลกต่อไป

เอาระบบการส่งอาหารแบบดีลิเวอร์เป็นศูนย์กลาง

คิดแบบไปรษณีย์ไทย หรือเคอรี่ เอ็กซ์เพรส ส่งของเป็นหลัก สินค้าอะไรก็ได้

หารายได้จากการส่งสินค้า

คิดขวาง ๆ มั่ว ๆ ไปเรื่อย

บางทีไมเนอร์กรุ๊ป อาจจะเกิดธุรกิจใหม่อีกมากมาย

คิดเล่น ๆ ไม่ต้องทำ

สนุกดีครับ

Previous article‘ประวิตร’ เบรก “เพื่อไทย” ยังตั้งรัฐบาลไม่ได้ ต้องรอหลัง 9 พ.ค.
Next article“ปชป.” จี้ กกต.ทบทวนมติบัตรเลือกตั้งนิวซีแลนด์ ชี้ใช้ ม.114 อ้างไม่ได้ คนละเรื่องกัน