ประธานวิปรัฐบาล พลิกวิกฤตสุราเป็นพิษ ไม่มีใบสั่ง-เป็นผลงานสภา

นิโรธ สุนทรเลขา
นิโรธ สุนทรเลขา

นิโรธ-ประธานวิปรัฐบาล เฉลยปรากฏการณ์ธรรมชาติในสภาช่วงใกล้เลือกตั้ง พลิกวิกฤตสุราพ่นพิษ เป็น “ผลงานสภา”

วันที่ 30 ตุลาคม 2565 นายนิโรธ สุนทรเลขา ส.ส.นครสวรรค์ พรรคพลังประชารัฐ ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) เปิดเผยถึงการลงมติร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ภาษีสรรพสามิต กฎหมายสุราก้าวหน้า และร่างพ.ร.บ.กัญชา กัญชง โดยเฉพาะกฎหมายสุราก้าวหน้าว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ไม่ได้กำชับอะไรเป็นพิเศษ และนายกรัฐมนตรีไม่ได้สั่ง เพราะไม่ใช่กฎหมายของรัฐบาล เป็นแท็กติกของพรรคฝ่ายค้าน โดยการตีปลาหน้าไซ สร้างความปั่นป่วน อย่างไรก็ตาม กฎหมายทั้งสองฉบับ พรรคร่วมรัฐบาลก็ต้องมานั่งคุยกัน พรุ่งนี้ (31 ตุลาคม 2565) วิปรัฐบาลจะหารือกันว่าจะเอาอย่างไร

นายนิโรธกล่าวว่า เรื่องนี้ไม่ใช่กฎหมายของรัฐบาล วิปรัฐบาลก็ต้องหารือกันในวันพรุ่งนี้ โดยตัวแทนของวิปรัฐบาลก็ต้องไปหารือเป็นการภายในของแต่ละพรรคอีกครั้งเพื่อตัดสินใจ และมาแจ้งต่อที่ประชุมของวิปรัฐบาลอีกครั้งในวันพุธ หรือวันที่ร่างกฎหมายจะเข้าสู่การพิจารณาของสภา กฎหมายออกมาแล้วบังคับใช้กับคนทั้งประเทศ ต้องรอบคอบ

“กฎหมายสุราก้าวหน้า หลากหลายความคิด มีทั้งคนที่เห็นด้วย ไม่เห็นด้วย และลังเลยังตัดสินใจไม่ได้ โอกาสผ่านหรือไม่ผ่านเป็นไปได้ทั้งหมด แต่ถ้าผ่าน ก้าวไกลก็ใช่ว่าจะได้คะแนนเสียงพรรคเดียว เพราะสภาผ่านให้ก็หมายความว่าสภาเห็นชอบ เป็นผลงานของสภาทั้งหมด พรรคก้าวไกลพรรคเดียวผ่านกฎหมายไม่ได้ รวมถึงกฎหมายกัญชาเสรี ความเห็นของพรรคร่วมรัฐบาลหลากหลายความคิดเช่นเดียวกัน” นายนิโรธกล่าว

ส่วนโอกาสที่วิปรัฐบาลจะปล่อยฟรีโหวตหรือไม่นั้น นายนิโรธกล่าวว่าพรรคแต่ละพรรคมีหลากหลายความคิดทุกพรรค วิปรัฐบาลไม่มีหน้าที่ควบคุม วิปรัฐบาลไปสั่งไม่ได้ เพราะไม่ใช่กฎหมายรัฐบาล ขนาดกฎหมายรัฐบาล เช่น กฎหมาย กยศ.ยังไม่สามารถควบคุมได้ ดังนั้น ทางที่ดีที่สุด ผู้ที่เกี่ยวข้องต้องพูดโน้มน้าวให้ผู้แทนราษฎรเข้าใจมากที่สุด เพราะเป็นระบอบของรัฐสภา ไม่มีใบสั่ง

ส่วนอคติจะบังตา ส.ส.ในช่วงเข้าด้ายเข้าเข็ม โหวตรับ-ไม่รับร่างกฎหมายร้อนทั้งสองฉบับ ท่ามกลางสถานการณ์การเมืองอันแหลมคม ทุกพรรคต้องการคะแนนเสียงเพื่อใช้หาเสียงในการเลือกตั้งที่กำลังจะใกล้เข้าไปถึงหรือไม่ นายนิโรธกล่าวว่า “อยู่ที่จิตสำนึกผู้แทนราษฎร”

“คงไม่ปล่อยฟรีโหต คงต้องพูดคุยกัน ถ้าตัวแทนพรรคในวิปรัฐบาลเป็นพ้องต้องกันทุกพรรคก็ต้องไปอธิบายให้ ส.ส.ของแต่ละพรรคเข้าใจ ส่วนพรรคร่วมรัฐบาลด้วยกันเห็นไม่ตรงกันเป็นปรากฏการณ์ธรรมชาติ ช่วงแรก ๆ อาจจะเห็นด้วย หลัง ๆ ก็อาจจะไม่เห็นด้วย” นายนิโรธกล่าว

องอาจ คล้ามไพบูลย์
องอาจ คล้ามไพบูลย์

ด้านนายองอาจ คล้ามไพบูลย์ ประธาน ส.ส. และรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์กล่าวว่า ตนได้นัด ส.ส.ของพรรคประชุมในวันอังคารที่ 1 พฤศจิกายนนี้ เวลา 13.30 น. ณ ห้องประชุมชั้น 3 อาคาร ม.ร.ว.เสนีย์ ปราโมช พรรคประชาธิปัตย์ เพื่อเตรียมความพร้อมของการทำงานในสภาที่จะมีขึ้นตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนเป็นต้นไป จนถึงเดือนกุมภาพันธ์ปีหน้า ซึ่งเป็นการประชุมสภาสมัยสามัญประจำปีครั้งที่สอง พ.ศ. 2565 ถือเป็นการประชุมสมัยสุดท้ายก่อนสภาจะครบวาระ 4 ปี

การเปิดประชุมสภาตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน มีวาระการประชุมที่สำคัญหลายเรื่อง ทั้งการพิจารณากฎหมายสำคัญที่อยู่ในความสนใจของประชาชนหลายฉบับ การยื่นกระทู้ถามรัฐบาล การเสนอญัตติต่าง ๆ เพื่อแก้ไขปัญหาของประชาชน ในวันพุธที่ 2 พฤศจิกายนนี้มีระเบียบวาระการประชุมสภาผู้แทนราษฎรที่น่าสนใจคือ การพิจารณากฎหมายที่คณะกรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้วที่จะเข้าสู่การพิจารณาในวาระที่ 2 และ 3 มีกฎหมายที่รอพิจารณาตามระเบียบวาระอยู่ 5 ฉบับคือ

1.ร่าง พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการฝ่ายอัยการ
2.ร่าง พ.ร.บ.ภาษีสรรพสามิต
3.ร่าง พ.ร.บ.เข้าชื่อเพื่อถอดถอนสมาชิกสภาท้องถิ่น หรือผู้บริหารท้องถิ่น
4.ร่าง พ.ร.บ.การขนส่งทางราง
5.ร่าง พ.ร.บ.กัญชา กัญชง

นายองอาจกล่าวว่า ในส่วนของพรรคประชาธิปัตย์จะใช้เวลาช่องทางการประชุมสมัยสุดท้ายก่อนสภาครบวาระอย่างเต็มกำลังความสามารถ โดยเฉพาะการพิจารณากฎหมายที่อยู่ในความสนใจของประชาชน ทั้งกฎหมายภาษีสรรพสามิต หรือที่เรียกกันว่า กฎหมายสุราก้าวหน้า กฎหมายกัญชา กัญชง รวมถึงกฎหมายขนส่งทางราง


ซึ่ง ส.ส.ประชาธิปัตย์จะใช้ความรู้ ความสามารถ ประสบการณ์ พิจารณากฎหมายอย่างรอบคอบ ครอบคลุมทุกมิติ เล็งเห็นประโยชน์สูงสุดของสังคมและประชาชนเป็นสำคัญ เราไม่ได้พิจารณากฎหมายบนพื้นฐานเพื่อประโยชน์ของพรรคการเมืองใด หรือเพื่อประโยชน์กลุ่มบุคคล กลุ่มทุนใดกลุ่มหนึ่งแต่อย่างใด