ประยุทธ์ เรียกประชุมรัฐมนตรีเศรษฐกิจ ถกเยียวยาเพิ่ม เราชนะ-ม33 เรารักกัน

เราชนะ - ม33 เรารักกัน

นายกรัฐมนตรี นัดรัฐมนตรีด้านเศรษฐกิจ ถกด่วน 12 ก.ค. นี้ หารือมาตรการเยียวยา ก่อนเข้า ครม. วันอังคาร 13 ก.ค.

วันที่ 11 กรกฎาคม 2564 แหล่งข่าวจากกระทรวงการคลัง และสภาพัฒน์ ในฐานะกรรมการ ศบศ. เปิดเผยว่า หลังจากนายกรัฐมนตรีประกาศล็อกดาวน์รอบใหม่ภายใต้หลักการ หยุดการเดินทางและมีมาตรการเยียวยาควบคู่ ขณะนี้หน่วยงานด้านเศรษฐกิจของรัฐบาลทั้งหมด ได้มีการหารือเรื่องมาตรการมาเยียวยาประชาชนเพิ่มเติม เพื่อรองรับการประกาศล็อกดาวน์แล้ว

“คาดว่ามาตรการที่ออกมาจะเป็นรูปแบบเดิม แต่เป็นการพัฒนานโยบาย เช่น การเพิ่มเงินในโครงการเราชนะ ม33 เรารักกัน และอาจจะมีโครงการใหม่ออกมาเพิ่มเติมด้วย” แหล่งข่าวกล่าว

รายงานข่าวจากทำเนียบรัฐบาล ระบุว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ได้ให้นโยบายการออกมาตรการเยียวยาทางเศรษฐกิจให้กับผู้ได้รับผลกระทบจากมาตรการล็อกดาวน์เพื่อป้องกันการระบาดของโควิด-19 ระลอก 4 โดยสั่งการให้นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พลังงาน กระทรวงการคลัง กระทรวงแรงงาน และสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) หรือสภาพัฒน์ รวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องออกมาตรการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบให้ครอบคลุมทุกกลุ่มและรวดเร็วที่สุด

สำหรับมาตรการเยียวยาเศรษฐกิจที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ระลอก 4 มีการอนุมัติจากที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม 2564 ที่ผ่านมา ตามข้อเสนอของคณะกรรมการกลั่นกรองการใช้จ่ายเงินกู้ที่มี นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒน์ เป็นประธานไปแล้ว ได้แก่ โครงการเยียวยานายจ้างและผู้ประกันตนมาตรา 33 ในกิจการที่ได้รับผลกระทบจากมาตรการของรัฐในพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด (กทม. และปริมณฑล) นายจ้างรายละ 3,000 บาทต่อหัวลูกจ้าง ไม่เกิน 200 คน จำนวน 41,940 ราย ลูกจ้างคนละ 2,000 บาท จำนวน 663,916 รายวงเงิน 2,519 ล้านบาท

นอกจากนี้ที่ประชุม ครม.ยังได้รับทราบกรอบวงเงินกู้คงเหลือ ภายใต้ พ.ร.ก.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงิน 1 ล้านล้านบาท คงเหลือ 7,197.1745 ล้านบาท แบ่งออกเป็น

แผนงาน/โครงการกลุ่มที่ 1 แผนงานหรือโครงการที่มีวัตถุประสงค์ทางการแพทย์และสาธารณสุข เพื่อแก้ปัญหาการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ไม่มีกรอบวงเงินคงเหลือ

แผนงาน/โครงการกลุ่มที่ 2 แผนงานหรือโครงการที่มีวัตถุประสงค์เพื่อช่วยเหลือ เยียวยา ชดเชยให้กับภาคประชาชน เกษตรกร และผู้ประกอบการ กรอบวงเงินคงเหลือ 2,710.1767 ล้านบาท

แผนงาน/โครงการกลุ่มที่ 3 แผนงานหรือโครงการที่มีวัตถุประสงค์เพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคมที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 กรอบวงเงินคงเหลือ 4,486.9978 ล้านบาท

ทั้งนี้ พล.อ.ประยุทธ์ได้เรียกประชุมทีมเศรษฐกิจผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ในวันพรุ่งนี้ (12 ก.ค. 64) เวลา 15.30 น. เพื่อหาออกมาตรการเยียวยาทางเศรษฐกิจเพื่อสู่คณะกรรรมการกลั่นกรองการใช้จ่ายเงินกู้และ ครม.ต่อไป

Advertisement

นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์เศรษฐกิจ (ศบศ.) เปิดเผยว่า นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เรียกประชุมทีมเศรษฐกิจ ในวันที่ 12 กรกฎาคมนี้ เพื่อหารือแนวทางการเยียวยาประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากคำสั่งและข้อกำหนดห้ามประชาชนออกนอกเคหสถาน รวมถึงปิดบางกิจการ กิจกรรม และจะพิจารณารูปแบบการช่วยเหลือประชาชนต่อไป

“นายกฯ ได้ติดตามการทำงานอย่างใกล้ชิด เพื่อแก้ปัญหาโควิด-19 โดยจะเร่งช่วยเหลือประชาชนทุกกลุ่ม เพราะเข้าใจความรู้สึกของประชาชนเป็นอย่างดี และจะทำทุกอย่างเพื่อให้สถานการณ์คลี่คลาย” นายธนกรกล่าว

สำหรับทีมเศรษฐกิจที่จะเข้าร่วมประชุมในวันที่ 12 ก.ค. นี้ เวลา 15.30-17.00 น. ผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์มีผู้เกี่ยวข้องเข้าร่วม อาทิ นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกฯและรมว.พลังงาน, นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คลัง, นายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงาน, นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เลขาธิการนายกรัฐมนตรี และนายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษก ศบศ.