เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
สำนักพิมพ์มติชน ชวนรำลึก 6 ตุลา ผ่าน 3 เวทีเสวนา
Biz Movement สำนักพิมพ์มติชน ชวนรำลึก 6 ตุลา ผ่าน 3 เวทีเสวนา
เจาะลึกกลยุทธ์ ‘Limited Drop’ ทำไมยิ่งสินค้ามีน้อย คนยิ่งรีบซื้อจน Sold Out ?
Business เจาะลึกกลยุทธ์ ‘Limited Drop’ ทำไมยิ่งสินค้ามีน้อย คนยิ่งรีบซื้อจน Sold Out ?
ปิดดีลแล้ว ที่ดินสถานทูตเนเธอร์แลนด์ 20 ไร่กลางกรุง สะพัด “อสังหาตระกูลดัง” ทุ่มซื้อ
Real Estate ปิดดีลแล้ว ที่ดินสถานทูตเนเธอร์แลนด์ 20 ไร่กลางกรุง สะพัด “อสังหาตระกูลดัง” ทุ่มซื้อ
เนเน่ฟัง “เนเน่นายแน่มาก” แล้วน้ำตาไหล เผยพรีเซนเตอร์ 10 ตัวไม่เกินจริง
Biz Movement เนเน่ฟัง “เนเน่นายแน่มาก” แล้วน้ำตาไหล เผยพรีเซนเตอร์ 10 ตัวไม่เกินจริง
ทรงห่วงใย ถุงยังชีพพระราชทานถึงมือผู้ประสบอุทกภัยอีก 200 ชุด
News ทรงห่วงใย ถุงยังชีพพระราชทานถึงมือผู้ประสบอุทกภัยอีก 200 ชุด
หนทางไกล ‘ประเทศรายได้สูง’ แผน 14 สร้าง ‘บุญใหม่’ เศรษฐกิจไทย
Economic หนทางไกล ‘ประเทศรายได้สูง’ แผน 14 สร้าง ‘บุญใหม่’ เศรษฐกิจไทย
ไทย-ญี่ปุ่น จับมือหา New Engine of Growth นอกรอบ STS forum
การศึกษา ไทย-ญี่ปุ่น จับมือหา New Engine of Growth นอกรอบ STS forum
เลิกดับไฟรายวัน หันมาแก้ปัญหาที่ต้นตอ
SD Talk เลิกดับไฟรายวัน หันมาแก้ปัญหาที่ต้นตอ
‘ไทยเบฟ’ โชว์ศิลปะเยาวชนสู่สายตานานาชาติ-ประชุม IMF
Biz Movement ‘ไทยเบฟ’ โชว์ศิลปะเยาวชนสู่สายตานานาชาติ-ประชุม IMF
14 องค์กรธุรกิจ ร่วมใจช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม
SD 14 องค์กรธุรกิจ ร่วมใจช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม
ดูทั้งหมด

อีคอมเมิร์ซ 5 แสนล้านระอุ ต่างชาติยึดเบ็ดเสร็จ-แห่ขึ้นค่าฟี

11 เม.ย. 2567 | 11:00น.

ตลาดอีคอมเมิร์ซ 5 แสนล้านระอุ ยักษ์แพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ-โซเชียลคอมเมิร์ซข้ามชาติยึดตลาดเบ็ดเสร็จ “ช้อปปี้-ลาซาด้า-ติ๊กต๊อกช็อป” พาเหรดปรับขึ้นค่าธรรมเนียมต่อเนื่องปีละ 2 ครั้ง ช้อปปี้ดีเดย์ 11 เม.ย. ขึ้นค่าฟีครั้งใหม่ กระทบผู้ค้าออนไลน์ต้นทุนพุ่งกำไรหด-ทุบค้าปลีกรายเล็กเดี้ยง “กูรู” แนะทางรอดต้องบริหารจัดการ “ต้นทุน” ให้ครบถ้วนรอบด้าน กระทุ้งหน่วยงานภาครัฐกำกับดูแลการแข่งขันคุมเพดานค่าธรรมเนียม นายกสมาคมอีคอมเมิร์ซแนะกระจายช่องทางขาย ไม่ยึดติดอีมาร์เก็ตเพลซ

แพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซกลายเป็นหนึ่งในช่องทางการขายสินค้าสำคัญของพ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ในปัจจุบัน เพราะนอกจากจะช่วยเพิ่มโอกาสในการมองเห็นของร้านค้า ยังตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคที่ผสมผสานระหว่างโลกออนไลน์ และออฟไลน์อย่างแยกกันไม่ขาด แต่การได้มาซึ่งพื้นที่ในการขายต้องแลกมาด้วยการจ่ายธรรมเนียมการขาย (Sales Transaction Fee) ที่แพลตฟอร์มเป็นผู้กำหนด

กอดคอขึ้นค่าธรรมเนียม

ล่าสุด ช้อปปี้ ประเทศไทย ประกาศปรับขึ้นค่าธรรมเนียมการขายครั้งใหม่สำหรับกลุ่ม Mall Sellers และ Nonmall Sellers (ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) มีผลตั้งแต่วันที่ 11 เม.ย. 2567 ดังนี้

ค่าธรรมเนียมสำหรับ Mall Sellers แบ่งเป็น สินค้าในกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ (Electronics Items) เป็น 6% จากเดิม 5% ของราคาสินค้า, สินค้าบางประเภทในกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ (Exceptions of Electronics Items) เป็น 5% หรือ 8% จากเดิม 6% ส่วนสินค้าที่ไม่อยู่ในกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ (Nonelectronics Items) อยู่ที่ 5-8% จากเดิม 7%

ส่วนค่าธรรมเนียมสำหรับ Nonmall Sellers แบ่งเป็น สินค้าในกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ (Electronics Items) 5% จาก 4%, สินค้าที่ไม่อยู่ในกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ (Nonelectronics Items) 5% จาก 4%, สินค้าในหมวดหมู่สินค้าแฟชั่น (Fashion Cluster) 6% จาก 5% และสินค้าบางประเภทในหมวดหมู่ย่อยของสินค้าในหมวดหมู่สินค้าแฟชั่น 5% จาก 4% ของราคาสินค้า

ส่วน Lazada ได้ปรับค่าธรรมเนียมการใช้บริการมาร์เก็ตเพลซ (Marketplace Service Fee) และมีผลตั้งแต่วันที่ 23 ต.ค. 2566 ที่ผ่านมา ในบางหมวดหมู่สินค้า เช่น สินค้าอิเล็กทรอนิกส์ (เครื่องเสียง กล้อง โดรน ฯลฯ) 4% จากเดิม 3%, สินค้าแฟชั่น (กระเป๋า เสื้อผ้า ฯลฯ) 5% จากเดิม 4%, สินค้าอุปโภค-บริโภค 4% จากเดิม 3% และสินค้าทั่วไป 4% จากเดิม 3%

สำหรับ TikTok Shop ประเทศไทย ตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย. 2567 ได้ปรับขึ้นค่าธรรมเนียมคอมมิชชั่น เดิมคิดอัตราคงที่ 4% มาเป็นการคิดแตกต่างกันหมวดหมู่ย่อยของสินค้า (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) แบ่งเป็นสินค้าแฟชั่น 4.00-5.35%, สินค้าอุปโภค-บริโภค (FMCG) 4.28%, สินค้าอิเล็กทรอนิกส์ 4.28% สินค้าไลฟ์สไตล์ เช่น อุปกรณ์กีฬา เครื่องครัว 4.28%

ส่วน LINE SHOPPING คิดค่าธรรมเนียม (Service Fee) จากคำสั่งซื้อบนช่องทางสื่อ และแคมเปญ LINE SHOPPING ที่ 3% (ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) ตั้งแต่ 15 พ.ย. 2566 เป็นต้นไป แต่ไม่เก็บค่าธรรมเนียมการขายในกรณีที่คำสั่งซื้อเกิดจากการออร์เดอร์ผ่านห้องแชตในแอปพลิเคชั่น LINE หรือผู้ขายเป็นผู้โฆษณาร้านค้าด้วยตนเอง หรือส่งลิงก์ร้านค้าและสินค้าของผู้ขาย shop.line.me/@shopbasicid ให้ผู้ซื้อโดยตรง

กำกับการแข่งขัน-เพดานราคา

นายภาวุธ พงษ์วิทยภาณุ ผู้ก่อตั้ง และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร TARAD.com กล่าวกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ในช่วงแรกที่เข้ามาดำเนินธุรกิจ แพลตฟอร์มเหล่านี้จะไม่เก็บค่าธรรมเนียมใด ๆ แถมแจกโค้ดให้ใช้ฟรี ๆ ทำให้ประสบภาวะขาดทุนเป็นหมื่นล้านบาทหลายปีติดต่อกัน ถึงจุดหนึ่งจึงต้องเริ่มเก็บค่าธรรมเนียมกับร้านค้าและมีการขยับราคาขึ้นอย่างรวดเร็ว เช่น ในปี 2566 ทั้ง Shopee และ Lazada ขึ้นค่าธรรมเนียมถึง 2 รอบ

“ส่วนแบ่งตลาดของแพลตฟอร์มต่างชาติใหญ่มาก ผู้ขายไม่ได้มีตัวเลือกไปมากกว่านี้ ส่วนผู้บริโภคยังได้รับอานิสงส์จากการที่แพลตฟอร์มเสนอดีลราคาพิเศษ แต่ความน่ากลัวคือทุบค้าปลีกรายเล็กตายหมด ถ้าอยากรอดก็ต้องขึ้นมาขายออนไลน์ แต่แพลตฟอร์มก็ขึ้นค่าธรรมเนียมต่อเนื่อง เวลาขึ้นจาก 1% เป็น 2% ดูเหมือนไม่เยอะ แต่จริง ๆ คือเท่าตัว 100-200% ซึ่งผู้ประกอบการต้องคำนวณต้นทุนดี ๆ และบริหารความเสี่ยงให้รอบด้านดูว่าเข้าร่วมแคมเปญแล้วคุ้มไหม ไม่ใช่ขาดทุนกลับมา”

นายภาวุธกล่าวต่อว่า หน่วยงานภาครัฐจึงควรเข้ามากำกับดูแลการขึ้นค่าธรรมเนียมของแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ โดยเฉพาะกระทรวงพาณิชย์ กรมการค้าภายใน และสำนักงานคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า ที่มีหน้าที่ควบคุมการแข่งขันของภาคธุรกิจในประเทศ

“แพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซรายใหญ่เหลือแค่ 2 เจ้า และปรับขึ้นค่าธรรมเนียมไปเรื่อย ๆ คำถามคือจะขึ้นไปถึงเมื่อไร ถ้าในอนาคตไปถึง 15% ต้องทำอย่างไร ตนมองว่ารัฐควรเข้ามากำกับดูแล และกำหนดเพดานราคาที่ชัดเจน หรือบอกได้ว่าค่าธรรมเนียมอัตราใหม่ที่ขึ้นมา มีผลถึงเมื่อไร คนขายจะได้เตรียมรับมือได้”

ต่างชาติคุมอีคอมเมิร์ซ

จากข้อมูลรายงาน E-commerce in Southeast Asia 2023 ของ Momentum Works บริษัทให้คำปรึกษาทางธุรกิจในสิงคโปร์ ระบุว่า ยอดขายสินค้าโดยรวม (Gross Merchandise Value หรือ GMV) หรือมูลค่าการซื้อขายบนแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซในไทย ปี 2565 อยู่ที่ 1.44 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ (ประมาณ 5.27 แสนล้านบาท)

เมื่อเจาะรายละเอียดไปที่ส่วนแบ่งตลาดของแต่ละแพลตฟอร์มจะพบว่า ช้อปปี้ (Shopee) มีส่วนแบ่งมากสุดที่ 56% ตามด้วยลาซาด้า (Lazada) 40% และ TikTok Shop 4% ข้อมูลดังกล่าวสะท้อนให้เห็นชัดเจนว่าภาพตลาดอีคอมเมิร์ซในไทยเป็นการแข่งขันระหว่างผู้ให้บริการจากต่างประเทศ

พ่อค้าแม่ค้าออนไลน์คุมต้นทุน

ผศ.ดร.ธีรศานต์ สหัสสพาศน์ ผู้อำนวยการหลักสูตร DNA by SPU กล่าวกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ที่ผ่านมาแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซทำตลาดด้วยการแข่งขันในสงครามราคา เพื่อสร้างฐานผู้ใช้ โดยในช่วงแรกออกค่าธรรมเนียมให้ผู้ขาย เพื่อดึงดูดให้คนมาขายสินค้าบนแพลตฟอร์ม

กระทั่งมีฐานผู้ใช้มากขึ้น มีอำนาจต่อรองกับคนขายก็เรียกเก็บค่าธรรมเนียมในส่วนต่าง ๆ เช่น ค่าธรรมเนียมการขาย, ค่าธรรมเนียมการชำระเงิน, ค่าธรรมเนียมการจัดส่ง เป็นต้น รวมแล้วพ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ต้องเสียค่าธรรมเนียม ราว 15.85% ยังไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม 7%

“ผู้ขายหลายรายประสบปัญหายิ่งขายยิ่งเจ๊ง เพราะคำนวณต้นทุนไม่ครบทุกด้าน ถ้าจะขายออนไลน์ให้รอด ต้องมองต้นทุนให้ครบทั้ง 3 ส่วน คือ ค่าธรรมเนียมที่ต้องจ่ายให้แพลตฟอร์ม 20% ค่าโฆษณา 15-25% และต้นทุนสินค้า สมมุติราคาสินค้า 100 บาท ผู้ขายต้องจ่ายเป็นค่าธรรมเนียม และค่าโฆษณา รวมแล้วราว 40 บาท เหลือส่วนต่าง 60 บาท ถ้าจะให้อยู่รอดก็ต้องควบคุมต้นทุนสินค้าให้ไม่เกิน 35% เพราะจะเหลือกำไรให้พอหายใจได้อีก 25%”

ผศ.ดร.ธีรศานต์กล่าวด้วยว่า 3 ประเด็นที่เป็นอุปสรรคในการทำธุรกิจของพ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ปัจจุบัน คือ 1.ขายของไม่รู้ต้นทุนของสินค้า และความรู้ความเข้าใจระบบการเงินน้อย ทั้ง ๆ ที่เป็นปัจจัยสำคัญในการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน 2.แบรนด์ยังไม่เป็นที่จดจำต่อผู้บริโภค และ 3.ยังไม่รู้ว่าจะสร้างความประทับใจให้ลูกค้าซื้อซ้ำได้อย่างไร

“ไม่ว่าแพลตฟอร์มจะเปลี่ยนไปอย่างไร หรือมีความท้าทายจากปัจจัยใด ๆ เพิ่มเติม โดยเฉพาะกำลังซื้อที่ลดลงจากภาวะทางเศรษฐกิจ และตัวเลือกในตลาดที่มีราคาถูกกว่า ผู้ประกอบการต้องสร้างพื้นฐานการทำธุรกิจที่แข็งแรง ทั้งการบริหารกระแสเงินสด การเชื่อมสัมพันธ์กับลูกค้า และการสร้างคุณค่าให้สินค้าของตนเองในยุคที่ใคร ๆ ก็ซื้อสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์ได้ สินค้าต้องมีความต่าง ทำให้ผู้บริโภคยอมจ่ายเพิ่ม เช่น มีคอลเล็กชั่นพิเศษ สร้างเรื่องราวที่น่าสนใจ เป็นต้น”

ต้องกระจายช่องทางการขาย

นางสาวกุลธิรัตน์ ภควัชร์ไกรเลิศ นายกสมาคมผู้ประกอบการอิเล็กทรอนิกส์ไทย (THECA) กล่าวกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า การเก็บค่าธรรมเนียมขอแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซเป็นข้อตกลงทางธุรกิจเมื่อเข้ามาใช้พื้นที่ของเขาก็ต้องจ่ายเงินให้เขาเป็นธรรมดา เพราะเขาก็มีต้นทุนในการบริหารจัดการเช่นกัน ตนมองว่าจะส่งผลกระทบกับกลุ่มผู้ประกอบการที่ไม่ได้ทำการตลาด หรือบริหารจัดการต้นทุนมาตั้งแต่แรก เพราะค่าธรรมเนียมเป็นส่วนหนึ่งของต้นทุนที่ต้องจัดการอยู่แล้ว

และต้องยอมรับว่าผู้บริโภคชินกับการซื้อสินค้าบนแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซไปแล้ว ดังนั้น ผู้ประกอบการจึงไม่สามารถมองข้ามแพลตฟอร์มเหล่านี้ได้ เนื่องจากเป็นช่องทางที่ช่วยเพิ่มการมองเห็นสินค้าได้จริง ๆ โดยส่วนตัวมองว่าการปรับขึ้นค่าธรรมเนียมของแพลตฟอร์มยังมีช่องว่างให้ผู้ประกอบการหายใจได้

ดังนั้น สิ่งที่พอจะแนะนำได้ ก็คือผู้ขายไม่ควรนิ่งนอนใจกับการขายสินค้าในอีมาร์เก็ตเพลซเพียงช่องทางเดียว แต่ควรกระจายช่องทางการขายดึงให้ลูกค้ามาซื้อสินค้าบนแพลตฟอร์มที่ใช้ง่ายควบคุมต้นทุนได้ และสร้างโปรโมชั่นให้ฐานลูกค้าประจำ

“มีวิธีจัดการต้นทุนจากค่าธรรมเนียมหลายวิธีมาก เช่น ขายผ่านไลฟ์ หรือโซเชียลคอมเมิร์ซที่ไม่เก็บค่าธรรมเนียม หรือเก็บในอัตราที่ต่ำ อย่าง Facebook หรือระบบ CRM บน LINE ไปจนถึงการขยาย Basket Size หรือยอดสั่งซื้อต่อบิลของลูกค้าให้เพิ่มขึ้น จากที่ปกติลูกค้าซื้อชิ้นละ 100 บาท ก็จัดโปรโมชั่น Bundle ซื้อ 3 ชิ้น จ่าย 280 บาท เท่ากับได้สินค้าในราคาต่อชิ้นถูกลง ขณะที่ผู้ค้ามียอดขายเพิ่มขึ้น ชดเชยค่าธรรมเนียมที่ต้องเสียให้แพลตฟอร์มได้ เป็นต้น”