รถไฟเคลียร์ “เวนคืน-ผู้บุกรุก-ผู้เช่า” ไม่จบเลื่อนส่งมอบพื้นที่ไฮสปีด 3 สนามบิน

ไฮสปีด 3 สนามบินรออีกยาว “ปลัดคมนาคม” เผยสารพัดปัญหาจุกจิก “เวนคืน-บุกรุก-ยกเลิกสัญญาเช่า-รื้อย้ายระบบสาธารณูปโภค” เหนื่อยเจองานเข้าพื้นที่ “เจ้าท่า-กรมชลฯ” เพิ่มอีก 83 จุด เผย “ซี.พี.” ขอเวลามาร์คจุดสถานีศรีราชา-พัทยาใหม่ ส่วนมักกะสันพร้อมส่งมอบปี’66

นายชัยวัฒน์ ทองคำคูณ ปลัดกระทรวงคมนาคมในฐานะประธานคณะทำงานเร่งรัดการส่งมอบพื้นที่และการรื้อย้ายระบบสาธารณูปโภคโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 23 ก.ย.2563 คณะทำงานได้ตรวจสอบการดำเนินการใน 4 กลุ่มงานสำคัญที่เกี่ยวข้องกับโครงการ ประกอบด้วย การเวนคืน การจัดการผู้บุกรุก การยกเลิกสัญญาเช่า และการรื้อย้ายสาธารณูปโภคที่กีดขวางแนวเส้นทาง

เลื่อนการเวนคืนที่ดิน

ในส่วนของการเวนคืน ได้วางแผนดำเนินการไว้ว่าในช่วงเดือนต.ค.นี้จะเริ่มประชุมคณะกรรมการกำหนดราคาเบื้องต้น จากนั้นในช่วงเดือน ส.ค.-พ.ย.นี้จะเริ่มงานรังวัดแบ่งแปลง ซึ่งเผื่อความล่าช้าไม่เป็นไปตามแผนไปจนถึงเดือน ม.ค. 2564 ต่อมาจะเป็นการสรุปรายละเอียดค่าทดแทนทั้งหมด

โดยคาดว่าจะทำเสร็จภายในเดือน ต.ค. นี้ และเผื่อความล่าช้าจากแผนไปถึงเดือน พ.ย. 2563 จากนั้นจะเป็นขั้นตอนของการทำสัญญาซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ที่ถูกเวนคืนและจ่ายค่าทดแทน ตามแผนจะแล้วเสร็จภายในเดือน พ.ย.นี้ และเผื่อความล่าช้าจากแผนไปถึงเดือน ม.ค. 2564 และจะเข้าสู่ขั้นตอนการส่งมอบพื้นที่เวนคืนทั้งหมดให้คู่สัญญา

ในขั้นตอนนี้จะวางไว้ 2 กรณี กรณีแรกเรียกผู้ถูกเวนคืนมาทำสัญญา กำหนดแล้วเสร็จภายในเดือน ม.ค. 2564 และเผื่อความล่าช้าจากแผนไปถึงเดือน เม.ย. 2564 และกรณีที่ 2 เมื่อไม่มาทำสัญญา จะดำเนินการส่งมอบภายในเดือน ส.ค. 2564 และเผื่อความล่าช้าจากแผนไปถึงเดือน ก.ย. 2564

ผงะผู้บุกรุกสุวรรณภูมิ-อู่ตะเภา

ขณะที่ความก้าวหน้าของการแก้ปัญหาผู้บุกรุก พบว่าช่วงสุวรรณภูมิ – อู่ตะเภา เป็นช่วงที่มีผู้บุกรุกที่กระทบกับโครงการมากที่สุด ขณะนี้พบจำนวนผู้บุกรุกรวม 571 หลัง เป็นผู้บุกรุกที่กระทบกับโครงการ 302 หลัง และไม่กระทบกับโครงการ 269 หลัง ดำเนินการฟ้องร้อง 245 หลัง ไม่ฟ้องร้อง 11 หลัง รื้อย้ายแล้ว 208 หลัง เจรจารอรื้อย้าย 43 หลัง ไกล่เกลี่ยรอขึ้นศาล 5 หลังและรอเจรจาอีก 46 หลัง

โดยในช่วงสุวรรณภูมิ – อู่ตะเภา พบว่าจุดที่มีผู้บุกรุกอยู่อาศัยและกระทบกับโครงการมากที่สุดอยู่บริเวณบางละมุงจำนวน 173 หลัง ถัดมาเป็นช่วงพัทยา – บ้านห้วยขวาง 83 หลัง , ช่วงเขาพระบาท 28 หลัง และช่วงเขาชีจรรย์ 7 หลัง

ติดสัญญาเช่าเบี้ยหัวแตก213 สัญญา

ส่วนเนื้องานด้านการยกเลิกสัญญาเช่า เบื้องต้นตามแนวเส้นทางมีสัญญาเช่ารวม 213 สัญญา แบ่งเป็นสัญญาเช่า 59 สัญญาและสัญญาใช้สิทธิ์เหนือพื้นดิน 154 สัญญา โดยสัญญาเช่าในพื้นที่ไม่มีผู้เช่าที่เป็นรายใหญ่ มีเพียงรายย่อยที่เช่าไปทำที่จอดรถ อู่ซ่อมรถขนาดเล็ก ปลูกพืช เป็นต้น ซึ่งการบอกเลิกสัญญาน่าจะไม่ยาก

สำหรับการบอกเลิกสัญญาเช่าที่กระทบกับโครงการจะอยู่ในช่วงดอนเมือง – พญาไท 100 สัญญา เป็นสัญญาที่กระทบโครงการ51 สัญญา คาดว่าจะยกเลิกแล้วเสร็จในเดือน ธ.ค.2563 และอีกส่วนหนึ่งจะอยู่ในช่วงลาดกระบัง – อู่ตะเภา จำนวน 113 สัญญา เป็นสัญญาที่มีผลกระทบกับโครงการ 53 สัญญา คาดว่าจะยกเลิกสัญญาแล้วเสร็จภายในเดือน ก.ย. 2563

รื้อย้ายเพิ่ม10จุด

ด้านงานรื้อย้ายสาธารณูปโภคยังไม่พบปัญหาเพิ่มเติม เพียงแต่มีข้อมูลขัดกับกองทัพเรือ (ทร.) ที่ ทร.เห็นว่ามีแค่ 3 จุดเท่านั้นที่ต้องรื้อย้าย แต่คณะทำงานบอกว่ามี 10 จุด จึงให้ทางการรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) ไปดำเนินการหารือมาให้เรียบร้อย

ส่วนเรื่องงบประมาณ มีบางหน่วยงานเจ้าของสาธารณูปโภคตรวจพบสิ่งก่อสร้างเพิ่มเติมในพื้นที่เวนคืนและจำเป็นต้องใช้งบประมาณดำเนินการเพิ่มเติม หากงานที่เพิ่มดังกล่าวมีมากกว่าวงเงินที่เคยให้ไว้ ก็ให้ใช้เงินเหลือจ่ายของงบประมาณปี 2564 หากไม่พออีกจึงค่อยทำเรื่องของบกลางต่อไป

โดยรายละเอียดของเนื้องานที่ขอเพิ่มยังไม่ทราบ ให้แต่ละหน่วยงานไปตรวจสอบเพิ่มเติม นอกจากนี้ ให้ทำแผนปฏิบัติการรื้อย้ายระบบสาธารณูปโภคกลับมาในการประชุมครั้งหน้าด้วย

“ตามกำหนดแล้วการส่งมอบพื้นที่จะต้องทำให้เสร็จ 100% ภายในเดือน ต.ค. 2564 แต่จะพยายามส่งมอบพื้นที่ให้เร็วกว่านั้น แต่ตอนนี้ดีเลย์มาเดือน มี.ค. 2564 ก็ตั้งใจจะให้ออก NTP ให้ได้ภายในเดือนมี.ค. 2564 ” นายชัยวัฒน์กล่าว

เจอตอพื้นที่ “เจ้าท่า-กรมชลฯ” 83 จุด

นอกจากนี้ยังมีการขอเข้าใช้พื้นที่ของหน่วยงานอื่นเพิ่มเติม โดยเป็นพื้นที่ที่เกี่ยวกับกรมเจ้าท่า (จท.) และกรมชลประทาน ซึ่งมีการพบแนวเส้นทางพาดผ่านพื้นที่ของทั้ง 2 หน่วยงานจำนวน 83 จุด จึงให้ ร.ฟ.ท.ไปหารือกับ 2 หน่วยงานดังกล่าว เพื่อสรุปความรับผิดชอบต่อ 83 จุดดังกล่าวว่า เป็นอำนาจของหน่วยใดบ้าง และเงื่อนไขการอนุญาตใช้พื้นที่มีอะไรบ้าง แล้วให้กลับมารายงานปัญหาทั้งหมดอีกครั้งในการประชุมครั้งหน้า หากพบความยุ่งยากในการเข้าพื้นที่ทั้ง 83 จุดจึงค่อยหารือถึงการลงนามบันทึกข้อตกลง (MOU) ในลำดับถัดไป

ส่งมอบแอร์พอร์ตลิงก์ต.ค.64

ขณะที่ความคืบหน้าของการรับรถไฟฟ้าแอร์พอร์ตเรลลิ้งก์ไปบริหารของ บจ. รถไฟความเร็วสูงสายตะวันออกเชื่อมสามสนามบิน (กลุ่มซี.พี.) ยังติดปัญหาด้านผู้เชี่ยวชาญพิเศษจากต่างประเทศซึ่งยังเข้ามาประเทศไทยไม่ได้

เนื่องจากผู้เชี่ยวชาญเหล่านี้จะเป็นผู้ตรวจสอบระบบและโครงสร้างต่างๆ ทำให้ตอนนี้ทางซี.พี.ทำได้แค่เพียงส่งภาพถ่ายไปยังผู้เชี่ยวชาญที่อยู่ต่างประเทศเท่านั้น แต่ทั้งนี้ จะไม่กระทบกับการรับมอบแอร์พอร์ตเรลลิ้งก์ซึ่งมีกำหนดรับมอบในเดือน ต.ค. 2564 แต่อย่างใด เพราะทางซี.พี.ได้ทำไทม์ไลน์โครงการไว้แล้ว

ซี.พี.ขอเวลามาร์คจุด2สถานีใหม่

ผู้สื่อข่าวถาม กรณีที่กลุ่มซี.พี.ต้องการย้ายตำแหน่งสถานีพัทยาและสถานีศรีราชาไปแห่งใหม่ เพื่อให้มีการพัฒนาเชิงพาณิชย์รอบสถานี หรือ TOD ได้มากขึ้น มีการหารือในที่ประชุมหรือไม่ นายชัยวัฒน์กล่าวว่า ยังไม่ได้หารือในเรื่องนี้ เพราะกลุ่มซี.พี.ต้องการกำหนดจุดตั้งสถานีให้แน่นอนก่อน

จึงได้แจ้งกับกลุ่มซี.พี.ว่า หากต้องการย้ายสถานีใหม่ ให้เร่งดำเนินการโดยเร็ว เพราะมีผลกับการเวนคืน การรื้อย้ายสาธารณูปโภค อาจจะมีเพิ่มเติมได้และทำให้กำหนดส่งมอบพื้นที่ต้องเลื่อนออกไปอีก

ส่วนแผนการพัฒนา TOD ก็ได้แนะนำให้ซี.พี.นำผลการศึกษาของสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) ที่ศึกษาการทำ TOD สถานีพัทยาไว้ไปใช้ด้วย ซึ่งในการประชุมครั้งหน้าก็ได้กำชับถึงคอนเซ็ปการพัฒนา TOD ด้วย

ส่งมอบมักกะสันรอยาวถึงปี 66

ขณะที่พื้นที่พัฒนาเชิงพาณิชย์ พื้นที่มักกะสัน 140 ไร่ กลุ่มซี.พี.ได้ลงพื้นที่สำรวจเรียบร้อยแล้ว กำลังทำผังพัฒนาพื้นที่ให้ชัดเจน แต่ยังไม่กำหนดให้ส่งกลับมาเร็วๆนี้ เพราะการส่งมอบพื้นที่มักกะสันยังติดขัดในการรื้อย้ายพวงรางโรงซ่อมหัวรถจักรเก่า

ซึ่งการส่งมอบพื้นที่มักกะสันจะรวมอยู่ในการส่งมอบพื้นที่ระยะที่ 2 ช่วงดอนเมือง – สุวรรณภูมิ กำหนดไทม์ไลน์ 4 ปี หรือประมาณปี 2566  ส่วนพื้นที่ศรีราชา 25 ไร่ยังไม่ได้พูดถึงในการประชุมครั้งนี้

ไม่พลาดข่าวสำคัญ เจาะลึกทุกประเด็น
เพิ่มเราเป็นเพื่อนทาง @prachachat

ติดตามข่าวธุรกิจ