วันรณรงค์ต่อต้านการค้ามนุษย์ ไทยเร่งทำผลงานมุ่งสู่เทียร์ 2

ประมง แรงงาน ค้ามนุษย์
แฟ้มภาพ (Photo by CHRISTOPHE ARCHAMBAULT / AFP)

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานร่วมงานวันรณรงค์ต่อต้านค้ามนุษย์ ตีปี๊บผลงานป้องกันด้านแรงงาน มุ่งไทยสู่เทียร์ 2

วันที่ 6 มิถุนายน 2565 เนื่องด้วยวันที่ 5 มิถุนายนของทุกปี เป็นวันต่อต้านการค้ามนุษย์ นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน พร้อมด้วย พลตำรวจตรี นันทชาติ ศุภมงคล ประจำสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ปฏิบัติหน้าที่ประจำกระทรวงแรงงาน นายบุญชอบ สุทธมนัสวงษ์ ปลัดกระทรวงแรงงาน ร่วมงานวันรณรงค์ต่อต้านการค้ามนุษย์ ประจำปี 2565 “NO VICTIMS TEARS” ที่จัดขึ้นวันนี้ (6 มิถุนายน 2565) ณ ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล

โดยมี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ให้เกียรติเป็นประธานในพิธีเปิด มอบรางวัลดีเด่นด้านการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ แก่ผู้ปฏิบัติงาน หน่วยงาน เด็กและเยาวชน พร้อมเยี่ยมชมนิทรรศการผลการดำเนินงานของประเทศไทย นิทรรศการระบบฐานข้อมูลการค้ามนุษย์ของประเทศไทย และระบบสารสนเทศบริหารงานกองทุนเพื่อการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ รวมถึงเยี่ยมชมบูธของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กระทรวงแรงงาน โครงการอาเซียน-ออสเตรเลีย เพื่อต่อต้านการค้ามนุษย์ สถานคุ้มครองผู้เสียหาย และนิทรรศการผู้ปฏิบัติงาน หน่วยงาน เด็กและเยาวชนดีเด่นด้านการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ โอกาสนี้ ในส่วนของกระทรวงแรงงานมี นางสาวโสภณา บุญ-หลง หัวหน้าสำนักงานเลขานุการศูนย์บัญชาการป้องกันการค้ามนุษย์ด้านแรงงาน สำนักงานปลัดกระทรวงแรงงาน ได้เข้ารับรางวัลผู้ปฏิบัติงานดีเด่นด้านการป้องกันในครั้งนี้ด้วย

นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน กล่าวว่า กระทรวงแรงงานได้ให้ความสำคัญกับการขับเคลื่อนนโยบายรัฐบาลด้านการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ที่กำหนดให้เป็นวาระแห่งชาติ ซึ่งกระทรวงแรงงานมีบทบาทในการป้องกันและแก้ไขปัญหาการค้ามนุษย์ด้านแรงงานในประเทศไทยมาอย่างต่อเนื่อง

โดยดําเนินการภายใต้แผนปฏิบัติการด้านการป้องและแก้ไขปัญหาการค้ามนุษย์ด้านแรงงาน ในแรงงานกลุ่มเสี่ยง เช่น แรงงานต่างด้าว แรงงานเด็ก แรงงานภาคประมง ให้ได้รับความคุ้มครองตามกฎหมายแรงงาน และได้รับสภาพการจ้างตามหลักสากล

  • ปัจจุบันกระทรวงแรงงานได้บูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อขับเคลื่อนนโยบายดังกล่าว ตัวอย่างเช่น
  • การตรวจแรงงานที่ศูนย์ PIPO ในพื้นที่ 22 จังหวัดชายทะเล
  • การตรวจแรงงานเชิงคุณภาพในสถานประกอบการทั่วไป และการตรวจสถานประกอบกิจการที่เสี่ยงต่อการใช้แรงงานเด็กแรงงานบังคับ การค้ามนุษย์ด้านแรงงาน
  • การดำเนินงานโครงการความร่วมมือกับต่างประเทศและองค์กรระหว่างประเทศ
  • การผ่อนผันแรงงานต่างด้าว 3 สัญชาติให้อยู่ในราชอาณาจักรเพื่อทำงานได้ชั่วคราวในช่วงการระบาดของโควิด-19
  • การจัดตั้งศูนย์พิจารณาอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักร (CI) ให้บริการตั้งแต่ 10 มกราคม – 1 สิงหาคม 2565
  • การส่งเสริมให้สถานประกอบการนำแนวปฏิบัติการใช้แรงงานที่ดีไปใช้ (GLP)
  • การยกระดับศูนย์บัญชาการป้องกันการค้ามนุษย์ด้านแรงงานให้เป็นหน่วยงานระดับกอง เพื่อให้มีการสั่งการให้การปฏิบัติงานเกิดความคล่องตัวการแต่งตั้งคณะทำงานเฉพาะกิจต่อต้านการค้ามนุษย์ด้านแรงงาน

นายบุญชอบ สุทธมนัสวงษ์ ปลัดกระทรวงแรงงาน กล่าวเพิ่มเติมว่า ในปี 2564-2565 กระทรวงแรงงานได้ดําเนินการเพื่อตอบ TIP REPORT ในเรื่องที่สําคัญ คือ การจัดทําแนวปฏิบัติงานที่เป็นมาตรฐาน โดยได้จัดทําคู่มือ “มาตรฐานการปฏิบัติงาน” Standard Operating Procedure: SOP การตรวจคัดกรองเบื้องต้น เพื่อแสวงหาข้อบ่งชี้สําหรับบุคคลที่มีเหตุอันควรสงสัยได้ว่าอาจเป็นผู้เสียหายจากการแสวงหาประโยชน์ด้านแรงงาน แรงงานบังคับ หรือการค้ามนุษย์ด้านแรงงาน ตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ พ.ศ. 2551

ทั้งนี้ คู่มือ SOP ดังกล่าว กระทรวงแรงงานได้ทําการชี้แจงและเผยแพร่ให้หน่วยงานในสังกัดส่วนภูมิภาค ทั้ง 76 จังหวัด ได้นําไปทดลองใช้ เพื่อรวบรวมและประเมินผลสําหรับปรับปรุงและจัดทําคู่มือให้มีประสิทธิภาพ
ในการตรวจคัดกรองผู้เสียหายจากการแสวงหาประโยชน์ด้านแรงงาน แรงงานบังคับ หรือการค้ามนุษย์ด้านแรงงาน ที่มีประสิทธิภาพตามหลักการมาตรฐานสากล ทั้งนี้ เพื่อร่วมขับเคลื่อนป้องกันการค้ามนุษย์ให้หมดสิ้นไปจากประเทศไทย และสามารถปรับระดับเป็นเทียร์ 2 ได้ในปี 2565

สำหรับงานดังกล่าวจัดขึ้นโดยกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ มีวัตถุประสงค์เพื่อแสดงเจตนารมย์ความมุ่งมั่นของรัฐบาลไทยในการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ให้หมดสิ้นไปจากประเทศไทย รณรงค์เผยแพร่การดำเนินงานต่อต้านการค้ามนุษย์ของประเทศไทย


ตลอดจนสร้างความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับการต่อต้านการค้ามนุษย์ให้แก่ประชาชน ภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้องทั้งหน่วยงานภาครัฐส่วนกลาง และส่วนภูมิภาค องค์กรพัฒนาเอกชน องค์การระหว่างประเทศ รวมทั้งสื่อมวลชน เพื่อผนึกกำลังของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของประเทศไทยในการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ให้เห็นเป็นที่ประจักษ์และได้รับการยอมรับในเวทีระดับสากลต่อไป