เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
อัพเดตค่าธรรมเนียม ‘Shopee-Lazada’ ล่าสุด เฉพาะ GP จ่ายสูงสุด 19.26%
Tech อัพเดตค่าธรรมเนียม ‘Shopee-Lazada’ ล่าสุด เฉพาะ GP จ่ายสูงสุด 19.26%
CAAT แจงเกณฑ์เปิดตรวจกระเป๋าเช็กอิน ทำเฉพาะกรณีพบสิ่งต้องสงสัย
News CAAT แจงเกณฑ์เปิดตรวจกระเป๋าเช็กอิน ทำเฉพาะกรณีพบสิ่งต้องสงสัย
ไทยรื้อวง JTC เมียนมารอบ 10 ปี เร่งปลดล็อกการค้า ดันเป้า 1.2 หมื่นล้านดอลลาร์
World ไทยรื้อวง JTC เมียนมารอบ 10 ปี เร่งปลดล็อกการค้า ดันเป้า 1.2 หมื่นล้านดอลลาร์
OR เผยครึ่งปีแรก 2569 รายได้ เฉียด 4 แสนล้าน
Business OR เผยครึ่งปีแรก 2569 รายได้ เฉียด 4 แสนล้าน
CIMB ชี้การลงทุนดาต้าเซ็นเตอร์ 1.6 ล้านล้าน ช่วยหลายอุตสาหกรรมไทย มองรัฐบาลตื่นตัวออกกฎเกณฑ์
Finance CIMB ชี้การลงทุนดาต้าเซ็นเตอร์ 1.6 ล้านล้าน ช่วยหลายอุตสาหกรรมไทย มองรัฐบาลตื่นตัวออกกฎเกณฑ์
‘ปลอดประสพ’ ฝากข้อคิด ‘อ.วีระ’ วอนให้เกียรติข้าราชการ ยันที่พักอุทยานฯ เน้นอิงธรรมชาติ
Politics ‘ปลอดประสพ’ ฝากข้อคิด ‘อ.วีระ’ วอนให้เกียรติข้าราชการ ยันที่พักอุทยานฯ เน้นอิงธรรมชาติ
มาคาเลียส ชี้กลุ่มท่องเที่ยวชู ‘อี-โวเชอร์’ บริหารรายได้ธุรกิจยุคใหม่
Business มาคาเลียส ชี้กลุ่มท่องเที่ยวชู ‘อี-โวเชอร์’ บริหารรายได้ธุรกิจยุคใหม่
GOLD2go รุกภาคตะวันออก ผนึกร้านทองพันธมิตร รับเทรนด์ออมทอง 100 บาท ถือครองจริงได้
Finance GOLD2go รุกภาคตะวันออก ผนึกร้านทองพันธมิตร รับเทรนด์ออมทอง 100 บาท ถือครองจริงได้
ฟอร์ด เรนเจอร์ วูล์ฟแทรค ลุยทุกเส้นทาง
Automotive ฟอร์ด เรนเจอร์ วูล์ฟแทรค ลุยทุกเส้นทาง
วีระ ขอโทษ เข้าใจผิดปมเข้าพักเกาะสิมิลัน – วอนอย่าตั้งกรรมการสอบ หน.อุทยานฯ
News วีระ ขอโทษ เข้าใจผิดปมเข้าพักเกาะสิมิลัน – วอนอย่าตั้งกรรมการสอบ หน.อุทยานฯ
ดูทั้งหมด

รู้จัก Golden Boy เปิดไทม์ไลน์ทวงคืน ประติมากรรมพระเจ้าชัยวรมันที่ 6

19 ธ.ค. 2566 | 19:10น.
Golden Boy

รู้จักและเปิดไทม์ไลน์การทวงคืน “Golden Boy” ประติมากรรมสำริดรูปพระเจ้าชัยวรมันที่ 6 อายุพุทธศตวรรษที่ 16 พิพิธภัณฑ์ศิลปะเมโทรโพลิแทน สหรัฐอเมริกา เตรียมส่งคืนไทย

วันที่ 19 ธันวาคม 2566 สืบเนื่องจากประเทศไทยได้รับการแจ้งขอส่งคืนวัตถุโบราณจำนวน 2 ชิ้นจาก “พิพิธภัณฑ์ศิลปะเมโทรโพลิแทน” ประเทศสหรัฐอเมริกา (The Metropolitan Museum of Art หรือ The MET) ซึ่งประกอบไปด้วย “ประติมากรรมรูปพระเจ้าชัยวรมันที่ 6” หรือ “Golden Boy” และ “ประติมากรรมสตรีนั่งชันเข่าพนมมือสูง”

สำหรับ Golden Boy การส่งคืนสืบเนื่องจาก MET ตรวจสอบรายการโบราณวัตถุที่มีประวัติการได้มาเกี่ยวข้องกับ “นายดักลาส แลตช์ฟอร์ด” นายหน้าค้าโบราณวัตถุ ซึ่งถูกสำนักงานอัยการเขตนิวยอร์กใต้แจ้งดำเนินคดีค้าโบราณวัตถุโดยผิดกฎหมายเมื่อปี 2562

ส่วน ประติมากรรมสตรีนั่งชันเข่าพนมมือสูง MET พบว่าเกี่ยวพันกับ นางดอรีส วีเนอร์ ซึ่งถูกสำนักงานอัยการเขตนิวยอร์กแจ้งดำเนินคดีค้าโบราณวัตถุโดยผิดกฎหมายเช่นกัน เมื่อปี 2564

คณะกรรมการบริหาร MET จึงมีมติถอดโบราณวัตถุทั้ง 2 รายการออกจากบัญชีทะเบียนโบราณวัตถุของพิพิธภัณฑ์ และประสานแจ้งการส่งคืนแก่ไทยตามข้อตกลงกับสำนักงานอัยการเขตนิวยอร์กใต้ โดยจะประสานงานและทำพิธีส่งมอบอย่างเป็นทางการผ่านทางสถานกงสุลใหญ่ไทย ณ นครนิวยอร์กต่อไป

Golden Boy ประติมากรรมสำริด พระเจ้าชัยวรมันที่ 6

ประติมากรรมสำริดรูปหล่อพระเจ้าชัยวรมันที่ 6 หรือ Golden Boy เป็นศิลปะเขมรแบบพิมาย อายุราวพุทธศตวรรษที่ 16 (พ.ศ. 1623-1650) ชาวบ้านขุดพบที่ “ปราสาทบ้านยาง” ณ บ้านยางโปร่งสะเดา ตำบลตาจง อำเภอละหานทราย จังหวัดบุรีรัมย์ ตั้งแต่ พ.ศ. 2518 และขายให้พ่อค้าในราคา 1 ล้านบาท จากนั้นถูกนำออกจากประเทศไทยอย่างผิดกฎหมาย ผ่านบริษัทประมูล Spink & Son และนำไปจัดแสดงที่ MET นิวยอร์ก

Golden Boy มีพัฒนาการของผ้านุ่งสั้นที่มีชายสมอรูปหางปลาด้านหน้า ผ้านุ่งสั้นที่โค้งเว้าเห็นสะดือแบบบาปวน มีเข็มขัดรัด แต่ไม่มีขอบชายสมอต่อตรงลงมาจากขอบผ้านุ่งเหนือเข็มขัด ได้ส่งต่อให้แบบพิมาย และยังใช้ต่อเนื่องมาจนถึงแบบนครวัดตอนต้น ด้วยเหตุที่ลักษณะผ้านุ่งของ Golden Boy ใกล้เคียงกับภาพสลักผ้านุ่งที่ปราสาทหินพิมายมากกว่าที่อื่น จึงเรียกศิลปะเขมรแบบพิมาย

ย้อนไทม์ไลน์ทวงคืน Golden Boy

“ดร.ทนงศักดิ์ หาญวงษ์” นักวิชาการอิสระด้านโบราณคดี และคณะกรรมการติดตามโบราณวัตถุของไทยในต่างประเทศกลับคืนสู่ประเทศไทย เผยกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า เมื่อทราบถึงการมีอยู่ของ Golden Boy เมื่อ 5 ปีที่แล้ว ยังไม่ทราบว่าเป็นของไทยหรือกัมพูชา เพราะยังไม่สามารถหาหลักฐานมาประกอบได้ จนกระทั่ง 3 ปีที่ผ่านมาเริ่มเป็นรูปร่างมากขึ้น พบหลักฐานในเอกสารของดักลาส แลตช์ฟอร์ด ที่ระบุว่า Golden Boy เคยอยู่ในประเทศไทย

เมื่อค้นคว้าเพิ่มเติมจากหนังสือที่ดักลาส แลตช์ฟอร์ด พิมพ์เผยแพร่พบว่า Golden Boy อยู่ที่บ้านยาง จึงได้เสนอต่อที่ประชุมคณะอนุวิชาการติดตามโบราณวัตถุของไทยในต่างประเทศกลับคืนสู่ประเทศไทย เพื่อให้พิจารณาว่าจะตัดสินใจทวงคืนหรือไม่ ซึ่งขึ้นอยู่กับความสมบูรณ์ของข้อมูล

เมื่อนำเรื่อง Golden Boy เข้าที่ประชุม ทุกคนก็ยังเกิดความสงสัยอยู่ เพราะมีแค่ข้อมูลด้านเอกสารที่ระบุว่าอยู่ที่บ้านยาง และมีฐานรองรับประติมากรรมอยู่ 2 ฐาน ที่ประชุมจึงขอให้ค้นคว้าเพิ่มเติม เพื่อเสนอใหม่ต่อคณะกรรมการติดตามโบราณวัตถุของไทยในต่างประเทศกลับคืนสู่ประเทศไทย

จากนั้นจึงมีการหาตำแหน่งให้ชัดเจนว่า Golden Boy เคยมีอยู่ตามเอกสารจริงหรือไม่ เนื่องจากบ้านยางมีหลายแห่ง ตอนแรกพิจารณาจากประติมากรรม เป็นศิลปะเขมรแบบพิมาย ก็ควรจะอยู่แถบปราสาทหินพิมาย จังหวัดนครราชสีมา ดังนั้น เป็นไปได้หรือไม่ที่จะถูกขนย้ายไปยังบ้านยาง จังหวัดชัยภูมิ

แต่เมื่อตรวจสอบเอกสารอีกชิ้น พบว่ามีการพูดถึงบ้านยางโปร่งสะเดา ตำบลตาจง อำเภอละหานทราย จังหวัดบุรีรัมย์ จึงเบนเข็มและติดต่อไปในพื้นที่นั้น พบว่ามีปราสาทองค์หนึ่งชื่อปราสาทบ้านยาง จึงให้ผู้ใหญ่บ้านนำทางไป

ขายได้ 1 ล้าน มหรสพฉลอง 3 วัน 3 คืน

“ดีที่ชาวบ้านยอมเปิดใจ เพราะเราไปกับคนในท้องถิ่น” ดร.ทนงศักดิ์กล่าวว่า เมื่อเข้าไปในหมู่บ้านก็เจออดีตนายก อบต.ตาจง เล่าให้ฟังว่า รูปเคารพของพระเจ้าชัยวรมันที่ 6 ถูกค้นพบที่ปราสาทบ้านยาง จึงเริ่มมีความเชื่อมั่นว่าใช่ที่นี่แน่นอน

ชาวบ้านให้ข้อมูลกับ ดร.ทนงศักดิ์ ว่าได้ขุดพบประติมากรรมสำริดชิ้นนี้จริง และผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านที่ได้ดูรูปยังบอกว่า “เมื่อสมัยหนุ่ม ๆ จำได้เลยว่ารูปเคารพนี้สูง 110 เซนติเมตร ขุดได้ที่นี่” ปรากฏว่าใกล้เคียงกับในหนังสือของดักลาส แลตช์ฟอร์ด ที่ระบุว่าสูง 105 เซนติเมตร เป็นอย่างมาก

“น่าเสียดาย ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านเคยเก็บรูปถ่ายไว้ แต่เนื่องจากมีฝรั่งและอะไรต่ออะไรเข้ามาเมื่อ 2-3 ปีให้หลัง เขาคิดว่าจะมาสืบสวนเรื่องการขโมยโบราณวัตถุ จึงเผาหลักฐานพวกนั้นทิ้งหมด เราจึงไม่ได้ข้อมูลรูปถ่ายสมัยที่เขาขุดกัน”

จากนั้นได้ไปพบกับครอบครัวที่เป็นคนขุด ครอบครัวนั้นยืนยันว่าขุดได้เมื่อปี 2518 โดยสามีซึ่งเสียชีวิตไปเมื่อปีที่แล้วนี้เอง ลูกสาวเขายังจำได้ว่าเป็นคนตักน้ำมาราดวัตถุโบราณชิ้นนี้ โดยขายให้พวกพ่อค้าซึ่งไม่รู้ว่าเป็นใครไปในราคา 1 ล้านบาท ถือว่ามหาศาลมาก ณ เวลานั้น

“เมื่อได้เงินมาก็จัดฉลองกันทั้งหมู่บ้าน จ้างมหรสพฉลอง 3 วัน 3 คืน ตามความเชื่อของเขา แล้วโบราณวัตถุชิ้นนี้ก็หายไปจากหมู่บ้าน”

อดีตนายก อบต.บอกกับ ดร.ทนงศักดิ์อีกว่า ดักลาส แลตช์ฟอร์ด เป็นคนเข้ามาซื้อโบราณวัตถุของกลุ่มกรุพระประโคนชัย และเช่าบ้านของพ่ออดีตนายก อบต. เป็นสำนักงานซื้อขาย เมื่อดักลาส แลตช์ฟอร์ด ได้ข่าวเรื่องประติมากรรมสำริดชิ้นนี้ ก็จ้างชาวบ้านตารางเมตรละ 100 บาท ขุดทุกตารางเมตรของปราสาท เพื่อหาโบราณวัตถุชิ้นอื่น ๆ อีก

สิ่งที่ได้จากการสอบถามชาวบ้านคือ ทุกคนยืนยันว่าประติมากรรม Golden Boy เคยอยู่ที่บ้านยางโปร่งสะเดา เมื่อได้ข้อมูลแล้วจึงนำเข้าที่ประชุมคณะอนุวิชาการติดตามโบราณวัตถุของไทยในต่างประเทศกลับคืนสู่ประเทศไทย จนกระทั่งมีมติเห็นว่าให้ติดตามคืนโบราณวัตถุชิ้นนี้

อีกเหตุการณ์สำคัญในการทวงคืน ดร.ทนงศักดิ์กล่าวว่า มีโอกาสได้รู้จักผู้แทนจากกัมพูชาซึ่งมีหน้าที่ติดตามโบราณวัตถุเช่นกัน ทางกัมพูชาเห็นว่าไทยควรดำเนินการทวงคืนโบราณวัตถุร่วมกัน เพราะ Golden Boy เป็นชิ้นสำคัญ

กัมพูชาเองก็ต้องการให้วัตถุชิ้นนี้อยู่ทางฝั่งกัมพูชา แต่ไทยมีหลักฐานหนักแน่นกว่า สุดท้ายกัมพูชาทวงคืนวัตถุโบราณชิ้นอื่น ๆ ซึ่งได้มา 14 รายการ ส่วนไทยได้มา 2 รายการ คือประติมากรรมพระเจ้าชัยวรมันที่ 6 หรือ Golden Boy และประติมากรรมสตรีนั่งชันเข่าพนมมือ

ความสำคัญ Golden Boy อธิบายสังคมในอดีต

ดร.ทนงศักดิ์กล่าวว่า ในแง่ของประวัติศาสตร์ Golden Boy เชื่อว่าเป็นรูปเคารพฉลองพระองค์ของพระเจ้าชัยวรมันที่ 6 ผู้สร้างปราสาทหินพิมายถวายให้พระพุทธเจ้า ซึ่งพบจารึกหลายหลักทั้งในไทย ลาว และกัมพูชาที่กล่าวถึง “ราชวงศ์มหิธรปุระ” ของพระองค์ จารึกพนมรุ้งระบุชัดว่าพระองค์ตั้งราชวงศ์นี้ขึ้นมาใหม่ แต่ไม่มีใครรู้ว่าศูนย์กลางอยู่ที่ใด

จารึกที่เจอในกัมพูชาก็ระบุการปกครองของพระองค์ว่า ทรงเลือกปกครองถิ่นฐานเดิมที่อยู่ทางเหนือของเมืองพระนคร (ปัจจุบันคือเสียมเรียบ) หากสอดคล้องกับจารึกพนมรุ้ง สันนิษฐานกันว่าบริเวณดังกล่าวคือ “ลุ่มน้ำมูล”

พระเจ้าชัยวรมันที่ 6 มีหลานคือ “พระเจ้าสุริยวรมันที่ 2” ผู้สร้างปราสาทพนมรุ้งและปราสาทนครวัด และเหลนคือ “พระเจ้าชัยวรมันที่ 7” ผู้สร้างปราสาทบายน ซึ่งทั้งนครวัดกับบายนอยู่ที่เสียมเรียบ เมื่อพิจารณาแล้วจะเห็นว่าสัมพันธ์กันทั้งหมด

รูปพระเจ้าชัยวรมันที่ 6 บ้านยาง จึงมีความสำคัญสอดคล้องกับหลักฐานจารึกที่พบบริเวณที่ราบเขาพนมรุ้งกล่าวถึงต้นกำเนิดของราชวงศ์มหิธรปุระ ที่สถาปนาใหม่โดยพระองค์

จารึกปราสาทพระขรรค์กล่าวถึงพระองค์ทรงเลือกถิ่นฐานเดิม เพื่อตั้งราชธานีปกครองอาณาจักรเขมร เชื่อว่าคือเมืองพิมาย ก่อนที่เชื้อสายของราชวงศ์มหิธรปุระจะย้ายเมืองหลวงกลับไปยังเมืองพระนคร สร้างสิ่งมหัศจรรย์ของโลกคือปราสาทนครวัด

หากมองประวัติศาสตร์แบบไร้พรมแดน จะเห็นว่าถิ่นกำเนิดของราชวงศ์มหิธรปุระอยู่บริเวณลุ่มแม่น้ำมูลจนถึงพนมรุ้ง และพระเจ้าชัยวรมันที่ 6 สร้างปราสาทหินพิมายถวายพระพุทธเจ้า ปรากฏชุมชนขนาดใหญ่ที่นับถือพระพุทธศาสนา

ความสำคัญของประติมากรรมชิ้นนี้จึงอธิบายได้ว่า บริเวณที่ราบสูงโคราช ตั้งแต่พนมรุ้งจนพิมายมีชุมชนที่นับถือศาสนาพุทธเป็นหลักและมีความเข้มแข็ง จนสามารถสร้างอาณาจักรได้

ในทางประวัติศาสตร์ทั่วไปมักจะบอกว่า ปราสาทในภาคอีสานของไทยได้รับอิทธิพลมาจากเขมร ที่แผ่ขยายขึ้นมา แต่ถ้ามองอย่างที่กล่าวไป พระพุทธศาสนาจากที่ราบสูงโคราชต่างหากที่แผ่ลงไปถึงกัมพูชาในปัจจุบัน

“เมื่อวัฒนธรรมไร้พรมแดน เราจะมองเห็นหลักฐานทางประวัติศาสตร์ และอธิบายสังคมตอนนั้นได้ชัดเจนขึ้น หากไร้พรมหมแดนดังเช่นในอดีต คงหมดปัญหาเรื่องข้อถกเถียงว่า Golden Boy พบที่บ้านยางจริงหรือไม่ เพราะทั้งสองดินแดนในปัจจุบันต่างสืบสายมาจากวัฒนธรรมแบบเขมร”

ทั้งนี้ หนังสือที่คณะกรรมการติดตามโบราณวัตถุของไทยในต่างประเทศกลับคืนสู่ประเทศไทย ส่งไปยังพิพิธภัณฑ์ต่าง ๆ ที่ครอบครองโบราณวัตถุไทยอยู่มากกว่า 30 ชิ้น ซึ่งยังไม่ได้กลับคืนมา อยู่ในขั้นตอนดำเนินงาน บางแห่งก็คืบหน้า พิพิธภัณฑ์เหล่านั้นยอมปลดทะเบียนออกจากการจัดแสดงแล้ว และพร้อมส่งกลับประเทศไทย ดร.ทนงศักดิ์กล่าว