Billie Eilish สร้างประวัติศาสตร์ กวาด 4 รางวัลใหญ่ Grammy Awards

Photo by Axelle/Bauer-Griffin/FilmMagic

นับเป็นปีที่ 62 แล้ว สำหรับงานประกาศรางวัลทางด้านดนตรีที่ใหญ่ที่สุดในโลก “รางวัลแกรมมี่” (Grammy Awards) ที่จัดขึ้นเมื่อช่วงหัวค่ำของวันอาทิตย์ที่ผ่านมา (วันจันทร์ตามเวลาประเทศไทย) ซึ่งงานในครั้งนี้จัดขึ้นที่สนามสเตเปิลส์ เซ็นเตอร์ (Staples Center) ในเมืองลอสแอนเจลิส ประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งก่อนการประกาศรางวัล ศิลปินทุกคน (ยกเว้นบียอนเซ่และเทเลอร์ สวิฟต์ที่ไม่ได้มาร่วมงาน) พร้อมใจกันมาสร้างสีสันแฟชั่นบนพรมแดงกันอย่างเต็มที่เหมือนเช่นเคย

หลังจากการเดินพรมแดง ในช่วงต้นของงานประกาศรางวัล บรรดาศิลปินต่างร่วมกันไว้อาลัยและระลึกถึง โคบี ไบรอันต์ (Kobe Bryant) ยอดนักกีฬาบาสเกตบอลแห่งสโมสรแอลเอ เลเกอร์ส (L.A. Lakers) ที่เพิ่งเสียชีวิตพร้อมลูกสาววัย 13 ปี จากอุบัติเหตุเครื่องเฮลิคอปเตอร์ตกไม่กี่ชั่วโมงก่อนหน้า โดยมี “ลิซโซ” (Lizzo) ศิลปินสาวมั่นกล่าวก่อนที่จะแสดงเปิดงานว่า “คืนนี้เพื่อโคบี” เพื่อไว้อาลัยและระลึกถึงผู้ล่วงลับ

Photo by Kevin Winter/Getty Images for The Recording Academy

สำหรับงานประกาศรางวัลครั้งที่ 62 นี้ ถือเป็นการบันทึกประวัติศาสตร์หน้าใหม่ในวงการเพลง เพราะแม้ว่าศิลปินที่ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงมากที่สุดถึง 8 สาขา คือ ลิซโซ ผู้สามารถคว้าไปได้ถึง 3 รางวัล ได้แก่ Best Pop Solo Performance, Best Traditional R&B Performance และ Best Urban Contemporary Album อย่างไรก็ตาม รางวัลใหญ่ 4 รางวัลที่สำคัญที่สุด ทั้ง “Record of the Year”, “Album of the Year”, “Song of the Year” และ “Best New Artist” ที่นำผลงานของศิลปินทุกแนวเพลงมาพิจารณาประกอบกันโดยไม่แบ่งแยก ตกเป็นของ “บิลลี อายลิช” (Billie Eilish) ทั้งหมด ซึ่งนอกจากทั้ง 4 รางวัลใหญ่แล้ว เธอยังคว้ารางวัล Best Pop Vocal Album มาได้อีกด้วย นั่นเท่ากับว่า เธอชนะไปทั้งสิ้น 5 รางวัล จากการเข้าชิงทั้งหมด 6 รางวัล โดยพลาดไปแค่รางวัลเดียว คือ Best Pop Solo Performance ที่แพ้ให้กับเพลง Truth Hurts ของลิซโซนั่นเอง

Photo by Rachel Luna/FilmMagic

ก่อนหน้านี้ ศิลปินหญิงที่เคยสัมผัสมาแล้วทั้ง 4 รางวัล คือ “อเดล” (Adele) ในปี 2009, 2012 และ 2017 แต่นักร้องสาวที่เพิ่งอายุครบ 18 ปีบริบูรณ์ไปเมื่อเดือนธันวาคมที่ผ่านมาคนนี้ คือ ศิลปินหญิงคนแรก (และศิลปินคนที่สอง) ในหน้าประวัติศาสตร์ที่สามารถกวาดรางวัลใหญ่ทั้ง 4 รางวัลมาครอบครองได้ภายในค่ำคืนเดียว อีกทั้งยังนับเป็นศิลปินที่อายุน้อยที่สุดในประวัติศาสตร์ที่ทำได้อีกด้วย ซึ่งหากย้อนดูตามที่มีบันทึกไว้ ศิลปินคนแรกที่ทำได้ คือ “คริสโตเฟอร์ ครอสส์” (Christopher Cross) ในงานประกาศรางวัลแกรมมี่ครั้งที่ 23 หรือเมื่อ 39 ปีที่แล้ว

อีกหนึ่งหน้าประวัติศาสตร์ที่เธอเขียนขึ้นมาใหม่คือการเป็นศิลปินเดี่ยวอายุน้อยที่สุดที่สามารถชนะรางวัล Album of the Year ได้กับอัลบั้ม “When We All Fall Asleep, Where Do We Go ?” ที่ทำลายสถิติเดิมของ “เทเลอร์ สวิฟต์” ที่เคยทำได้ในวัย 20 ปีกับอัลบั้ม “Fearless” เมื่อ 10 ปีที่แล้ว

Photo by Steve Granitz/WireImage

บนเวที เธอกล่าวแสดงความดีใจ และขอบคุณทุกคนที่สนับสนุนเธอมาโดยตลอด โดยเฉพาะพี่ชายของเธอ ฟินนีส์ โอคอนเนลล์ (Finneas O”Connell) นักแสดงจากซีรีส์ Glee พี่ชายแท้ ๆ ผู้เป็นทุกอย่างบนเส้นทางศิลปินของเธอ โดยเฉพาะผลงานเพลงแจ้งเกิด “Ocean Eyes” ในปี 2015 ที่เธอปล่อยลง SoundCloud ก็เป็นผลงานการแต่งของเขา ซึ่งในงานประกาศรางวัลในครั้งนี้ ฟินนีส์ก็เข้าชิงถึง 5 รางวัล และสามารถคว้ามาได้ทั้งหมด 5 รางวัล โดย 3 รางวัลเป็นการคว้ารางวัล Record of the Year, Album of the Year และ Song of the Year ร่วมกับน้องสาว ในขณะที่อีก 2 รางวัลที่ได้รับ คือ Best Engineered Album, Non-Classical และ Producer of the Year, Non-Classical

หากมองภาพรวมแล้ว การกวาดรางวัลแกรมมี่ในครั้งนี้ของบิลลีเปรียบเสมือนเส้นกราฟที่พุ่งขึ้นอย่างต่อเนื่องของศิลปินสาว เพราะหากย้อนกลับไปตั้งแต่จุดเริ่มต้นของเพลง Ocean Eyes ที่ดังเป็นไวรัล การออกอัลบั้ม EP. “Don”t Smile at Me” ร่วมกับค่ายเพลง Interscope Records ที่อัลบั้มสามารถขึ้นไปอยู่อันดับที่ 14 ของชาร์ต Billboard Top 200 Albums ได้ มาจนถึงอัลบั้ม When We All Fall Asleep, Where Do We Go ? นี้ ที่ทำให้เธอกวาดรางวัลแกรมมี่ทั้ง 5 สาขามาครองในปัจจุบัน ก็ทำให้ใครก็ยากที่จะปฏิเสธว่า บิลลีคือศิลปินแห่งยุคที่กำลังเขียนประวัติศาสตร์หน้าใหม่ของตัวเองขึ้นมา

ไม่พลาดข่าวสำคัญ เจาะลึกทุกประเด็น
เพิ่มเราเป็นเพื่อนทาง @Prachachat

ติดตามข่าวธุรกิจ