เช็กอินแลนด์มาร์กใหม่ “มหานคร สกายวอล์ค” พื้นกระจกลอยฟ้า ชมวิว 360 องศาสูงที่สุดในไทย

Photo : facebook.com/KingPowerMahanakhon/
“คิง เพาเวอร์ มหานคร” เปิดแลนด์มาร์กแห่งใหม่ของไทย “มหานคร สกายวอล์ค” จุดชมวิวชั้นดาดฟ้าแบบ 360 องศา ด้วยความสูง 314 เมตร พร้อมรูฟท็อปบาร์ที่สูงที่สุดในประเทศ แถมได้ความรู้สึกเสียวๆกับหนึ่งในพื้นกระจกลอยฟ้าที่ใหญ่ที่สุดในโลก

 

“ประชาชาติธุรกิจออนไลน์” ไม่พลาดขอพาซอกแซกขึ้นลิฟต์ไปเช็กอินด้วยกัน แต่ก่อนไปขอเกริ่นถึงรายละเอียดของ “มหานคร สกายวอล์ค” ก่อนสักเล็กน้อย…“มหานคร สกายวอล์ค” ประกอบด้วย 4 ชั้นหลักด้วยกันซึ่งตั้งอยู่ในโครงการคิง เพาเวอร์ มหานคร

คิง เพาเวอร์ มหานคร
Photo : Facebook King Power Mahanakhon

-ชั้นแรก จะเป็นส่วยของล็อบบี้ จุดจำหน่ายตั๋ว พร้อมมีกิมมิกเล็กๆ บอกเล่าเรื่องราวของกรุงเทพฯ ตลอดทางเดิน

-ชั้น 74 จะเป็นจุดชมวิวในอาคาร ชั้น 75 จะเป็นชั้นลอย และจุดขึ้นลิฟท์แก้วที่จะทะยานขึ้นไปถึงชั้นสูงสุด

และชั้น 78 ที่เป็นชั้นสูงสุด และจุดชมวิวภายนอกอาคารที่รวบรวมไฮไลต์เด็ดไว้ที่นี่ทั้งพื้นกระจกลอยฟ้า (Glass Tray) ที่เป็นหนึ่งในพื้นกระจกที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก ด้วยพื้นที่ 63 ตารางเมตร บนความสูง 310 เมตร, จุดชมวิวที่สูงที่สุดในประเทศไทยที่ความสูง 314 เมตร (The peak) และรูฟท็อปบาร์ที่สูงที่สุดในประเทศไทย (Rooftop Bar)

กำเงินในกระเป๋าไว้ให้แน่น เสื้อผ้าหน้าผมต้องพร้อม ขาดไม่ได้คือกล้องถ่ายรูป! วันนี้เราเลือกที่จะมาชมวิวตอนเย็นๆ พร้อมกับเก็บแสงยามค่ำคืนของกรุงเทพมหานคร โดยนั่งรถไฟฟ้ามหานะเธอ เอ้ย รถไฟฟ้าบีทีเอสมาลงที่สถานนีช่องนนทรี (เดินทางสะดวกมากๆ) ออกทางออกหมายเลข 3 แล้วเดินตามป้ายบอกทางทะลุเชื่อมมายังโครงการได้เลย

มหานคร สกายวอล์ค
PRACHACHAT PHOTO

เดินเข้ามาในตัวอาคารจะเจอกับจุดจำหน่ายตั๋วด้านซ้ายมือ ไม่ต้องกลัวงงเพราะจะมีเจ้าหน้าที่ยืนให้คำแนะนำอยู่เต็มไปหมด บัตรที่เข้าชมนั้นมีอยู่ 2 แบบด้วยกันคือ สำหรับเข้าชมจุดชมวิวภายในอาคาร (ชั้น 74) 850 บาท และ มหานคร สกายวอล์ค และรูฟท็อปบาร์ สำหรับจุดชมวิวภายในและภายนอกอาคาร (ชั้น 74 และชั้น 78) 1,050 บาท (รายละเอียดขอตั๋วทั้งสองแบบเดี๋ยวจะลงไว้ด้านล่าง) แต่ตอนนี้เพิ่งเปิดตัวคิง เพาเวอร์มีโปรฯพิเศษ ซื้อตั๋วชมวิวทั้งภายนอกและภายในอาคารได้ในราคา 765 บาท!


PRACHACHAT PHOTO

หลังจากซื้อตั๋ว พร้อมเดินผ่านจุดตรวจเรียบร้อย ระหว่างทางที่รอลิฟต์ขึ้นไปยังชั้น 74 นั้น จะเจอหน้าจอแอลอีดีที่เป็นผนังขนาดใหญ่สองข้างทาง นอกจากนี้ยังมีไฮไลต์เล็กๆ ที่เจ้าหน้าที่บอกให้เราฟังว่า ให้ลองเงยหน้าขึ้นไปด้านบนก็จะเจอโมเดลผังเมืองของกรุงเทพฯมหานครแบบกลับหัวอยู่ ที่สำคัญยังมีตึก “คิง เพาเวอร์ มหานคร” ที่เป็นโมเดลจำลองสีทองให้เห็นอีกด้วย ลองส่องหากันดูดีๆ

นอกจากจะเตรียมตัวทะยานขึ้นไปที่ชั้นสูดสุดแล้ว หนึ่งในไฮไลต์ที่สำคัญคือ “ลิฟต์ความเร็วสูง” ที่จะพาทุกคนขึ้นไปยังชั้น 74 ในเวลาเพียง 50 วินาที!

ติ๊ง! ลิฟท์พาเราขึ้นมาที่ชั้น 74 ชั้นนี้จะเป็นจุดชมวิวภายในอาคาร (Indoor Observation Deck) ทุกคนจะเพลินเพิลนกับสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญในกรุงเทพมหานครผ่านเทคโนโลยี AR พร้อมกับชมวิวผ่านกระจกแบบ 360 องศา และอีกหนึ่งไฮไลต์คือ “ตู้ไปรษณีย์” ที่สูงที่สุดในประเทศไทยมาตั้งอยู่ให้ทุกคนได้ส่งโปสการ์ดกันได้จริงๆ

ไปต่อกันที่ที่เป็นสุดของวันนี้ ด้วยการเดินขึ้นบันได้เลื่อนไปยังชั้น 75 เพื่อต่อลิฟต์แก้วขึ้นไปยังชั้น 78…ความรู้สึกแรกที่ขึ้นมาคือร้องอือหือในใจ บรรยากาศตรงหน้าคือวิวกรุงเทพมหานครแบบสุดลูกหูลูกตา บวกกับลมเย็นๆ ที่ปะทะเข้าหน้าบอกได้คำเดียวคือ ดี!!

ชั้น 78 เป็นชั้นดาดฟ้า จุดชมวิวภายนอกอาคาร (Outdoor Observation Deck) อยากที่บอกไปข้างต้นว่าชั้นนี้รวมไฮไลต์เด็ดของการมาเช็กอินที่นี่! ไม่รอช้าเราไปต่อคิวเข้าไปเดินสวยๆ หล่อๆ แบบเสียวๆ พร้อมเตรียมแอคท่าถ่ายรูปกับ “พื้นกระจกลอยฟ้า ” ที่มองลองมาทะลุเห็นข้างล่าง

ขอบอกกฎสักเล็กน้อยก่อนที่จะเข้ามายังพื้นกระจกลอยฟ้านั้นต้องนำสิ่งของสัมภาระที่ติดตัวมารวมทั้งโทรศัพท์ กล้องถ่ายรูปใส่เข้าไปในถุงผ้าสีน้ำเงินที่เจ้าหน้าที่เตรียมไว้ให้ และจะต้องสวมถุงเท้าก่อนที่จะเดินบนพื้นกระจกทุกครั้ง หลายคนอาจจะสงสัยว่า อ้าว แล้วจะถ่ายรูปได้ยังไง ถ่ายได้แน่นอนแต่จะต้องยืนอยู่ด้านบนที่ไม่ใช่พื้นกระจก ถ้าหากนึกไม่ออกเดี๋ยวลองชมภาพ

 

ยังไม่หมดเดินขึ้นไปยังรูฟท็อปด้านบนอีก 4 เมตร ก็จะเป็นดาดฟ้าชมวิวที่สูงที่สุดของประเทศไทยกับความสูง 314 เมตร หามุมถ่ายรูป หรือจะนั่งชิลจิบเครื่องดื่ม/คอกเทล รอแสงและบรรยากาศตอนกลางคืนก็ได้ความรู้สึกดีไม่น้อย

 

ก่อนกลับลงมาแวะ คิง เพาเวอร์ ดิวตี้ฟรี” ที่ชั้น 1-4 สินค้าปลอดภาษีที่ต้องบอกว่าช็อปต่อไม่ต้องรอแล้วจ้าาาา

สำหรับรายละเอียดบัตรเข้าชม “มหานคร สกายวอล์ค”ที่ติดไว้ตั้งแต่ข้างต้น…บัตรเข้าชมแบ่งออกเป็น 2  ประเภทคือ 1.มหานคร สกายวอล์ค สำหรับเข้าชมจุดชมวิวภายในอาคาร (ชั้น 74) ผู้ใหญ่ 850 บาท เด็กอายุต่ำกว่า 12 ปี และผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป 250 บาท

และ 2.มหานคร สกายวอล์ค และรูฟท็อปบาร์ สำหรับจุดชมวิวภายในและภายนอกอาคาร (ชั้น 74 และชั้น 78) ผู้ใหญ่ 1,050 บาท ส่วนเด็กอายุต่ำกว่า 12 ปี และผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป 450 บาท

ส่วนใครที่ไม่อยากพลาดและต้องการมาเช็กอินย้ำอีกครั้ง “มหานคร สกายวอล์ค” ตั้งอยู่ที่ “คิง เพาเวอร์ มหานคร” เดินทางได้ด้วยรถไฟฟ้าบีทีเอสสถานีช่องนนทรี ทางออกหมายเลข 3 เปิดให้บริการตั้งแต่ 10.00-24.00 น. (เปิดให้เข้าชมรอบสุดท้าย 23.00 น.)

Previous articleเตรียมของขวัญให้ SMEs เปิดทาง Startup ฟรีแลนซ์เข้าถึงเงินกู้ “นักดีไซเนอร์” เป้าหมายหลัก
Next article“วีระศักดิ์” เผยรัฐทำหน้าที่เจ้าบ้านที่ดีรับการประกวดมิสยูนิเวิร์ส ส่วนกระแสยกเลิกจัดเหตุงบไม่พอเป็นเรื่องของเอกชนธุรกิจ