สมัยที่ 16! “ช้างศึก” เชือดเจ้าภาพ “เสือเหลือง” 1-0 ผงาดแชมป์ซีเกมส์

“ช้างศึกพลังหนุ่ม” ทีมชาติไทย ชุดซีเกมส์ 2017 ดีกรีแชมป์สูงสุด 15 สมัย และแชมป์เก่า 2 สมัยติดต่อกัน ลงสนามรอบชิงชนะเลิศพบเจ้าภาพ “เสือเหลือง” มาเลเซีย อดีตแชมป์ 6 สมัย ที่สนามชาห์ อลัม สเตเดียม ประเทศมาเลเซีย เมื่อวันที่ 29 สิงหาคม ท่ามกลางเสียงเชียร์แฟนบอลเจ้าถิ่นล้นทะลักความจุของสนามกว่า 1 แสนคน

สถิติในซีเกมส์ที่ผ่านมาทีมไทยเคยพบมาเลเซียก่อนหน้านี้ 23 นัด ไทยชนะ 11 นัด เสมอ 5 นัด และแพ้ 7 นัด ขณะที่สถิติในรอบชิงซีเกมส์เคยเจอกัน 4 ครั้ง ไทยชนะ 3 นัด และแพ้ 1 นัดคือ ซีเกมส์ 1975 ไทยชนะ 3-1, ซีเกมส์ 1977 ไทยแพ้ 0-2, ซีเกมส์ 1981 ไทยชนะ 2-1 และซีเกมส์ 2001 ไทยเฉือนชนะ 1-0

ส่วนในรอบปีที่ผ่านมาทีมไทย และมาเลเซีย รุ่นไม่เกิน 23 ปีเจอกันมา 3 ครั้ง โดยทีมไทยภายใต้การคุมทัพของ “โค้ชโย่ง” นายวรวุธ ศรีมะฆะ นำทีมคว้าชัยรวด 3 นัด คือ ชนะ 2-1 รายการเนชั่นส์ คัพ 2016, ชนะ 4-0 รายการดูไบ คัพ 2017 และล่าสุดถล่ม 3-0 ในศึกชิงแชมป์เอเชีย รุ่นไม่เกิน 23 ปี รอบคัดเลือก กลุ่มเอช ที่สนามศุภชลาศัย เมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม

สำหรับเกมนี้ โค้ชโย่งจัดทัพลงสนามในระบบ 4-3-3 นำโดย ผู้รักษาประตู นนท์ ม่วงงาม, กองหลัง รัตนากร ใหม่คามิ, ศฤงคาร พรมสุภะ, วรวุฒิ นามเวช, สุริยา สิงห์มุ้ย, กองกลาง นพพล พลคำ, พิธิวัต สุขจิตธรรมกุล, วรชิต กนิตศรีบำเพ็ญ, แนวรุกตัวริมเส้น พิชา อุทรา และศศลักษณ์ ไหประโคน ส่วนในแดนหน้า เจนรบ สำเภาดี ศูนย์หน้ากัปตันทีมลงล่าตาข่าย

ขณะที่ อ่อง คิม สวี เฮดโค้ชทีมมาเลเซียส่งผู้เล่นลงสนามนำโดย มูฮัมหมัด ไซนุดิน กองหลังกัปตันทีม คุมเกมรับร่วมกับ แมทธิว เดวี่ส์, อดัม อัซลิน, มูฮัมหมัด อีชัค, มูฮัมหมัด ซากาเรีย แดนกลางมี มูฮัมหมัด อาไซห์ ทำเกมคู่กับ โมฮัมเหม็ด อับบา ส่วนแดนหน้ามี ธานาบาลัน นาดารายาห์ ดาวซัลโวประจำทีมที่ยิงในรายการนี้ไปแล้ว 4 ประตู

เกมครึ่งแรกนาทีที่ 6 เจนรบแทงบอลให้ พิธิวัต พลิกหนีเข้าเขตโทษแล้วโดน มูฮัมหมัด ไซนุดิน เตะสกัดล้มลงไป แต่ เฉิน ซิน-ฉวน ผู้ตัดสินชาวไต้หวันไม่เป่าให้ไทยได้ลูกจุดโทษอย่างค้านสายตา นาทีที่ 27 ทีมไทยได้ลุ้นจากลูกเตะมุม ศศลักษณ์โยนบอลให้พิชาขึ้นโขกเช็ดเสาแรก แต่นายด่านมาเลเซียบินปัดทิ้งออกหลังได้ทัน

จนนาทีที่ 39 ทีมไทยได้ประตูขึ้นนำ 1-0 ศศลักษณ์เปิดลูกเตะมุมเข้าไปกลางประตูก่อนที่ มูฮัมหมัด บิน นาซลี่ นายทวารเสือเหลืองออกมาชกบอลผิดเหลี่ยมเข้าประตูตัวเองไป จบครึ่งแรกทีมไทยขึ้นนำ 1-0

เกมครึ่งหลังมาเลเซียโหมบุกหนักหวังทวงประตูตีเสมอ แต่นาทีที่ 53 ไทยอาศัยเกมโต้กลับสวนขึ้นมาจากเจนรบกระชากบอลหนีก่อนจ่ายทะลักไปเข้าทางวรชิตแปไปติดกองหลังเจ้าถิ่น นาทีที่ 65 มาเลย์ได้โอกาสสับไกยิงจาก มูฮัมหมัด ราซิด แต่นนท์รับบอลกระฉกก่อนพุ่งคว้าได้ทัน จากนั้นเจ้าถิ่นครองบอลบุกกดันต่อเนื่อง แต่ทีมไทยยังคุมแนวรับได้เหนียวแน่น

จบเกมทีมไทย เฉือนชนะ มาเลเซีย 1-0 ผงาดครองแชมป์ซีเกมส์สมัยที่ 16 และเป็นการคว้าแชมป์ 3 สมัยติดต่อกัน ด้านคู่ชิงอันดับ 3 อินโดนีเซีย ชนะ พม่า 3-1 ทำให้อินโดนีเซียคว้าเหรียญเงิน ส่วนพม่าคว้าเหรียญทองแดง

ทั้งนี้ จากชัยชนะในรอบชิงชนะเลิศ ทำให้นักเตะทีมชาติไทยยังได้รับเงินรางวัลอัดฉีดเพิ่มจาก “มาดามเดียร์” นางวทันยา วงษ์โอภาสี ผู้จัดการทีม อีก 2 ล้านบาท ทำให้เมื่อรวมเงินรางวัลอัดฉีดจาก “บิ๊กอ๊อด” พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง นายกสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศฯ ในรอบก่อนหน้านี้อีก 2 ล้านบาท ให้รวมเป็นยอดเงิน 4 ล้านบาท

นอกจากนี้ สมาคมกีฬาฟุตบอลฯ ได้ร่วมมือกับภาคเอกชน เตรียมมอบรางวัลให้ทีมฟุตบอลชาย-หญิง และฟุตซอลชาย-หญิง ซึ่งมียอดเงินสะสมแล้ว 14 ล้านบาท คือ 1.กลุ่มบริษัทเครือเจริญโภคภัณฑ์ 5 ล้านบาท 2.ธนาคารไทยพาณิชย์ 3 ล้านบาท 3. กลุ่มบริษัท กัลฟ์ เอเนอร์จี กรุ๊ป 3 ล้านบาท 4.บริษัท ไอ-สปอร์ต จำกัด 1 ล้านบาท และ 5.บริษัท แพลน บี มีเดีย จํากัด 2 ล้านบาท

สำหรับ นักเตะทีมชาติไทย ชุดซีเกมส์ 2017 มีกำหนดการเดินทางกลับประเทศไทย โดยจะออกจากกรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย วันที่ 30 สิงหาคม ตามเวลาท้องถิ่น 13.20 น. ซึ่งเร็วกว่าประเทศไทย 1 ชั่วโมง โดยจะเดินทางด้วยสายการบินไทย เที่ยวบินที่ TG 416 กลับไปถึงยังท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิ ตามเวลาประเทศไทย 14.30 น.

 


ที่มา มติชนออนไลน์​