นกสกู๊ตเสริมฐานตลาดญี่ปุ่น เปิดบิน”ซัปโปโร”27ตุลาคมนี้

“นกสกู๊ต” เร่งเจาะตลาดญี่ปุ่นรองรับตลาดโต-นักท่องเที่ยวเดินทางซ้ำ เตรียมเปิดเส้นทางบินสู่ซัปโปโร 27 ตุลาคมนี้ พร้อมเพิ่มความถี่เส้นทางบินสู่โตเกียวรับไฮซีซั่นปลายปี มั่นใจทั้งปีกวาดผู้โดยสาร 2 ล้าน ผนึก “เนทติเซนท์” เสริมระบบรายงานข้อมูลแบบเรียลไทม์ หวังสร้างโอกาสทางธุรกิจ

นายยอดชาย สุทธิธนกูล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายการบินนกสกู๊ต เปิดเผยว่า ขณะนี้สายการบินมีแผนขยายเส้นทางสู่จุดหมายที่มีจำนวนนักท่องเที่ยวจำนวนมาก และนิยมเดินทางซ้ำ โดยเฉพาะเมืองต่าง ๆ ในประเทศญี่ปุ่น ประกอบด้วย เส้นทางใหม่กรุงเทพฯ (ดอนเมือง)-ซัปโปโร จำนวน 4 เที่ยวบินต่อสัปดาห์ โดยจะเริ่มให้บริการเที่ยวแรกในวันที่ 27 ตุลาคมนี้

รวมถึงเตรียมที่จะเพิ่มความถี่เส้นทางกรุงเทพฯ (ดอนเมือง) -โตเกียว (นาริตะ) จาก 7 เที่ยวบินต่อสัปดาห์ ไปเป็น 11 เที่ยวบินต่อสัปดาห์ ในช่วงฤดูหนาวปลายปีนี้ เพื่อตอบสนองความต้องการเดินทางของผู้โดยสารที่มีประมาณมากขึ้น นอกจากนี้ยังมีแผนจะเปิดเส้นทางสู่เมืองโซล ประเทศเกาหลี และเมืองใหญ่ในประเทศอินเดียเพิ่มเติมอีกในอนาคตอีกด้วย

นายยอดชายกล่าวด้วยว่า แม้ว่าปีนี้การแข่งขันของธุรกิจสายการบินจะยังคงดุเดือด แต่นกสกู๊ตคาดว่าจะสามารถเพิ่มจำนวนผู้โดยสารในปี 2562 ได้มากกว่า 2 ล้านคน และรักษาอัตราการบรรทุกผู้โดยสารเฉลี่ยไว้ที่ 80% ซึ่งเป็นไปตามเป้าหมาย

ล่าสุดนกสกู๊ตยังได้จับมือกับ บริษัท เนทติเซนท์ จำกัด และ SAP เตรียมที่จะปรับการบริหารจัดการภายในองค์กรมาใช้ Netizen SAP ByDesign Arabica ระบบซอฟต์แวร์การบริหารจัดการทางธุรกิจ ERP (Enterprise Resource Planning) เพื่อช่วยประสานการทำงานหน้าบ้านและหลังบ้านให้ทราบข้อมูลสำหรับการตัดสินใจแบบเรียลไทม์ โดยเชื่อว่าช่วยสร้างโอกาสที่ดีทางการตลาด

ด้านนายกฤษดา สาธุกิจชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เนทติเซนท์ จำกัด หรือ Netizen กล่าวว่า ในฐานะที่ปรึกษาการวางระบบซอฟต์แวร์การบริหารจัดการทางธุรกิจ ERP บริษัทได้ร่วมมือกับ SAP ในการพัฒนาระบบ SAP ERP เพื่อเจาะกลุ่มตลาดอุตสาหกรรมการบินโดยเฉพาะ โดยมีวัตถุประสงค์เพิ่มขีดความสามารถการบริหารจัดการงานอย่างมีประสิทธิภาพให้กับสายการบินท่ามกลางการแข่งขันในยุคดิจิทัล

โดยจุดเด่นของซอฟต์แวร์ Netizen SAP ByDesign Arabica คือ การหลอมรวมระบบ SAP ERP จากประเทศเยอรมนี ผสานงานกับองค์ความรู้ในกระบวนการทำงานจากญี่ปุ่น และพัฒนาระบบการใช้งานให้เข้ากับวัฒนธรรมองค์กรในไทย การร่วมมือกับนกสกู๊ตถือเป็นการบุกเบิก Real Cloud ERP ครั้งแรกของอุตสาหกรรมการบินไทยและเอเชีย โดยจะเริ่มใช้จริงอย่างเป็นทางการในนกสกู๊ต ตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2563 ที่จะถึงนี้

Previous articleเทวินทร์ วงศ์วานิช InnoSpace ลุยปั้น Unicorn Startup
Next article“ทากะ เฮาส์” (STAY UNIQUE, STAY DIVERSE) ตอบโจทย์การใช้ชีวิตที่ปรับเปลี่ยนได้ในแบบที่เป็นคุณ