เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
คลังเตรียมออกบอนด์ “ออมพลัส” ล็อตแรก 4 พันล้าน ปลาย ก.ค. ผ่านเป๋าตัง-Bond Connect
Politics คลังเตรียมออกบอนด์ “ออมพลัส” ล็อตแรก 4 พันล้าน ปลาย ก.ค. ผ่านเป๋าตัง-Bond Connect
การบินไทย ปรับลดราคาตั๋วทั่วโลก 20-30% หลังราคาน้ำมันโลกทรงตัวระดับ 100 กว่าเหรียญ
Business การบินไทย ปรับลดราคาตั๋วทั่วโลก 20-30% หลังราคาน้ำมันโลกทรงตัวระดับ 100 กว่าเหรียญ
อสมท เปิดเช่าที่ดิน 50 ไร่ พระราม 9 มูลค่า 9 พันล้าน ขายซองประมูล 10 ก.ค.นี้
Real Estate อสมท เปิดเช่าที่ดิน 50 ไร่ พระราม 9 มูลค่า 9 พันล้าน ขายซองประมูล 10 ก.ค.นี้
‘สกุชชี่’ ไอเท็มฮีลใจสุดฮิต ติดท็อปเทรนด์ Lazada 6.6 ทำยอดค้นหาทะลุ 3 หมื่นครั้ง
Business ‘สกุชชี่’ ไอเท็มฮีลใจสุดฮิต ติดท็อปเทรนด์ Lazada 6.6 ทำยอดค้นหาทะลุ 3 หมื่นครั้ง
สภาผู้บริโภคเตือน SMS แนบลิงก์ มิจฉาชีพ 100% หลังพบระบาดอ้างค้างจ่าย M-Flow-Lazada
News สภาผู้บริโภคเตือน SMS แนบลิงก์ มิจฉาชีพ 100% หลังพบระบาดอ้างค้างจ่าย M-Flow-Lazada
สายสีส้มตะวันตกบางขุนนนท์-ศูนย์วัฒนธรรม สร้างคืบ 34.99% ส่วนตะวันออกทยอยรับขบวนรถ ต.ค.นี้
Economic สายสีส้มตะวันตกบางขุนนนท์-ศูนย์วัฒนธรรม สร้างคืบ 34.99% ส่วนตะวันออกทยอยรับขบวนรถ ต.ค.นี้
SOLYNA Residence ส่งมอบน้ำสะอาดกว่า 900 ครัวเรือน ชุมชน จ.กระบี่
SD SOLYNA Residence ส่งมอบน้ำสะอาดกว่า 900 ครัวเรือน ชุมชน จ.กระบี่
‘เออร์ลี่รีไทร์’ เครื่องมือปฏิรูประบบราชการของเวียดนาม
Politics ‘เออร์ลี่รีไทร์’ เครื่องมือปฏิรูประบบราชการของเวียดนาม
ราคาทองวันนี้ (7 ก.ค. 69) ร่วงลง 300 บาท ทองรูปพรรณ 65,950 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (7 ก.ค. 69) ร่วงลง 300 บาท ทองรูปพรรณ 65,950 บาท
จีน ‘มือที่มองไม่เห็น’ ตัวแปรสำคัญราคาน้ำมันโลก
World จีน ‘มือที่มองไม่เห็น’ ตัวแปรสำคัญราคาน้ำมันโลก
ดูทั้งหมด

ชาร์ลส์ที่สาม : เหตุใดผู้นำสหรัฐฯ ไม่เข้าร่วมพระราชพิธีบรมราชาภิเษกของกษัตริย์อังกฤษพระองค์ใหม่

03 พ.ค. 2566 | 08:57น.

สหรัฐอเมริกาและสหราชอาณาจักรมีความสัมพันธ์พิเศษ นับตั้งแต่สมัยประธานาธิบดีวินสตัน เชอร์ชิลล์ ทว่ายังไม่มีประธานาธิบดีสหรัฐฯ คนใด ที่เคยเข้าร่วมพระราชพิธีบรมราชาภิเษกกษัตริย์แห่งราชบัลลังก์อังกฤษเลย

ธรรมเนียมปฏิบัตินี้บ่งชี้ว่า ชาติทั้งสองมีความเป็นปรปักษ์กันหรือไม่ หรือเป็นเพียงเรื่องธรรมดากันแน่

พระราชพิธีบรมราชาภิเษกของสมเด็จพระราชาธิบดีชาร์ลส์ที่ 3 จะมีขึ้นที่มหาวิหารเวสต์มินสเตอร์ ในวันเสาร์ที่ 6 พ.ค. ที่จะถึงนี้ โดยจัดขึ้นธรรมเนียมยุคโบราณ โดยรายละเอียดว่าด้วยสิ่งของและขั้นตอนปฏิบัติต่าง ๆ ในพระราชพิธี แทบจะไม่เปลี่ยนแปลงไปเลย ตลอดระยะเวลากว่า 1,000 ปีที่ผ่าน

ท่ามกลางประมุขของแต่ละประเทศ และผู้นำโลกที่จะเดินทางมาร่วมพิธีในฐานะสักขีพยาน แต่ในวันพระราชพิธีสำคัญนี้ จะไม่มี ประธานาธิบดีโจ ไบเดน ของสหรัฐฯ อยู่ร่วม

เจ้าหน้าที่ทำเนียบขาวบอกกับบีบีซีว่า นายไบเดนได้รับคำเชิญเข้าร่วมพระราชพิธีดังกล่าว แต่ในการสนทนาทางโทรศัพท์กับสมเด็จพระราชาธิบดีชาร์ลส์ที่ 3 ผู้นำสหรัฐฯ ระบุว่า จะให้นางจิล ไบเดน สตรีหมายเลขหนึ่ง และนักการทูตเดินทางไปเป็นผู้แทน

อย่างไรก็ตาม ทำเนียบขาวไม่ได้ระบุถึงเหตุผลที่นายไบเดนไม่ร่วมเดินทางไปด้วย โดยระบุเพียงว่า เขามีความปรารถนาที่จะเข้าเฝ้าพระองค์ในอนาคต เท่านั้น

การที่ผู้นำสหรัฐฯ ไม่ปรากฏตัวในพระราชพิธีดังกล่าว ทำให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อยู่บ้าง

นายบ๊อบ ซีลี ส.ส. จากพรรคอนุรักษนิยม บอกกับเว็บไซต์เทเลกราฟของอังกฤษว่า นายไบเดน ทำตัวเหมือนเมินเฉย ที่ไม่เข้าร่วมเหตุการณ์สำคัญที่ครั้งหนึ่งในชีวิตจะเกิดขึ้น

ด้านนายรัสเซล ไมเยอร์ ผู้ช่วยบรรณาธิการหนังสือพิมพ์เดอะ เดลี เมล ให้สัมภาษณ์สถานีโทรทัศน์สกายนิวส์ว่า การไม่เข้าร่วมพระราชพิธีของประธานาธิบดีสหรัฐฯ เป็นผลสืบเนื่องจากความภูมิใจรากเหง้าของเขาที่มาจากเชื้อสายชาวไอริช

“ผมไม่คิดว่า จะมีโอกาสที่เขาจะมาร่วมงาน” นายไมเยอร์ กล่าว

นักประวัติศาสตร์อธิบายถึงเหตุผลเบื้องหลังการตัดสินใจไม่เข้าร่วมงานพระราชพิธีนี้ ว่า มีเหตุผลทางการเมืองน้อยมาก เพราะแท้ที่จริงแล้ว เป็นธรรมเนียมปฏิบัติของประธานาธิบดีชาวอเมริกัน ที่ดำเนินมายาวนานเป็นศตวรรษ

“ไม่ใช่การเพิกเฉย”

ลอรา เบียร์ส ศาสตราจารย์ด้านประวัติศาสตร์ ผู้เชี่ยวชาญด้านอังกฤษยุคใหม่ จากมหาวิทยาลัยอเมริกัน ไม่ได้มองว่า เหตุผลเบื้องหลังการกระทำของผู้นำสหรัฐฯ เป็นการเพิกเฉย

“แนวความคิดที่ว่านายไบเดนเป็นคนต่อต้านอังกฤษเป็นเรื่องไร้สาระ ที่เขาไม่เข้าร่วมพระราชพิธี ก็เพราะว่ายังไม่มีประธานาธิบดีสหรัฐฯ คนใดที่เคยเข้าร่วมพิธีดังกล่าว แล้วเหตุใดจะมาเริ่มในศตวรรษที่ 21” เธออธิบาย

ก่อนรัชสมัยของสมเด็จพระราชินีนาถวิกตอเรีย ศาสตราจารย์เบียร์ส รับทราบว่าความสัมพันธ์ระหว่างสหราชอาณาจักรและสหรัฐฯ ค่อนข้างชัดเจนว่าเป็นคู่ขัดแย้ง ภายหลังการปฏิวัติอเมริกาและสงครามปี 1812 (ระหว่างสหรัฐฯ และอังกฤษ)

แม้กระทั้งในครั้งที่สมเด็จพระราชินีนาถวิกตอเรียเสด็จขึ้นครองราชย์ ที่ได้จุดกระแสความนิยมในตัวพระองค์ หรือที่เรียกว่า “Victoria Fever” และกลายเป็นยุคสมัยใหม่แห่งความคลั่งไคล้ราชวงศ์อังกฤษของบรรดาชาวอเมริกัน แต่กระแสนั้นก็ไม่ได้ทำให้ประธานาธิบดีมาร์ติน แวน บิวเรน (Martin Van Buren) ของสหรัฐฯ เข้าร่วมพระราชพิธีดังกล่าวเช่นกัน

“นี่ไม่ใช่พิธีปฏิบัติของผู้นำสหรัฐฯ ที่จะเข้าร่วมพระราชพิธิ และคิดว่า นั่นจึงกลายเป็นธรรมเนียมปฏิบัติสืบต่อเนื่องนับตั้งแต่นั้นมา” เธออธิบาย

ทรอย บิคแฮม นักวิชาการแห่งราชสมาคมประวัติศาสตร์ เล่าว่า การเดินทางข้ามทะเลไม่ใช่ธรรมเนียมปฏิบัติก่อนการเดินทางโดยเครื่องบินข้ามมหาสมุทรแอตแลนติกเริ่มต้นขึ้นในปี 1939 หรือ 3 ปีหลังจากพระราชพิธีบรมราชาภิเษกของพระเจ้าจอร์จที่ 6

ไอเซนฮาวร์ กับ ควีนเอลิซาเบธที่ 2

นักประวัติศาสตร์ระบุว่า สงครามโลกครั้งที่ 2 ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญด้านความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างสหรัฐฯ และสหราชอาณาจักร

ตลอดระยะเวลาการทำสงคราม พระเจ้าจอร์จที่ 6 และพระราชธิดา ซึ่งต่อมาก็คือ เจ้าหญิงเอลิซาเบธ ทรงเจริญสัมพันธไมตรีกับ พล.อ. ดไวต์ ดี. ไอเซนฮาวร์ ซึ่งดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการทหารสูงสุดของกองกำลังฝ่ายสัมพันธมิตรประจำการในกรุงลอนดอน ในยุทธการ “โอเวอร์ลอร์ด” ในการยกพลขึ้นบกที่นอร์มังดี

Queen Elizabeth with President Dwight D Eisenhower

Getty Images
ควีนเอลิซาเบธ และประธานาธิบดีดไวต์ ดี. ไอเซนฮาวร์ ในงานเลี้ยงต้อนรับของทำเนียบขาวในปี 1957

พล.อ. ไอเซนฮาวร์ ได้รับการเลือกตั้งเป็นประธานาธิบดีสหรัฐฯ คนที่ 34 เพียงไม่กี่เดือนหลังจากที่พระเจ้าจอร์จที่ 6 เสด็จสวรรคต และควีนเอลิซาเบธเสด็จขึ้นครองราชสมบัติ

แม้ว่าความสัมพันธ์อันแนบแน่นต่อสหราชอาณาจักร แต่ ประธานาธิบดีไอเซนฮาวร์ ยังคงรักษาธรรมเนียมปฏิบัติเดิม ด้วยการส่งผู้แทนทางการทูตไปร่วมพระราชพิธีบรมราชาภิเษกดังกล่าวแทน

แซม เอดเวิร์ดส์ นักประวัติศาสตร์อีกรายระบุว่า ในห้วงเวลานั้น สหรัฐฯ เองก็ยังคงวุ่นวายอยู่กับสงครามเกาหลี ขณะที่ประธานาธิบดีไอเซนฮาวร์มีความประสงค์ที่จะประจำการอยู่ในกรุงวอชิงตันด้วย

President Eisenhower meets the royal family, Queen Elizabeth and the future King Charles, in 1959

Getty Images
สมเด็จพระราชาธิบดีชาร์ลส์ที่ 3 ขณะทรงพระเยาว์ ทรงร่วมฉายพระรูปกับประธานาธิบดีไอเซนฮาวร์ ที่ปราสาทบัลมอรัล ระหว่างการเดินทางเยือนสหราชอาณาจักร
Short presentational grey line

BBC

การไม่เข้าร่วมพระราชพิธีบรมราชาภิเษก ไม่ได้เป็นอุปสรรคต่อความสัมพันธ์ระหว่างเขาและสหราชอาณาจักร หรือ ราชวงศ์อังกฤษ ในเดือน ต.ค. 1957 รัฐบาลสหรัฐฯ ได้ให้การต้อนรับสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 ที่เสด็จพระราชดำเนินเยือนสหรัฐฯ อย่างเป็นทางการ อีกสองปีให้หลัง สมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 ยังทรงให้การต้อนรับประธานาธิบดีไอเซนฮาวร์และครอบครัวอย่างไม่เป็นทางการ ที่ปราสาทบัลมอรัลอีกด้วย

1 ราชินี กับ ประธานาธิบดี 14 คน

ตลอดรัชสมัยของสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 สหรัฐฯ มีประธานาธิบดีถึง 14 คน ที่ได้เข้าเฝ้าพระองค์ รวมทั้งประธานาธิบดีคนปัจจุบันด้วย ในจำนวนนั้นมี ประธานาธิบดีสหรัฐฯ 3 คนที่เคยเดินทางเยือนสหราชอาณาจักรอย่างเป็นทางการ ขณะที่ควีนเอลิซาเบธเคยเสด็จพระราชดำเนินเยือนสหรัฐฯ ถึง 4 ครั้ง

ประธานาธิบดีไบเดนดูเหมือนเลือกที่จะไม่แหวกธรรมเนียมปฏิบัติ จึงส่งผู้แทนทูตเข้าร่วมพระราชพิธีบรมราชาภิเษกที่กำลังจะมีขึ้นแทน แต่เขาได้ตอบรับคำเชิญจากสมเด็จพระราชาธิบดีชาร์ลส์ที่ 3 แล้ว แต่ยังไม่กำหนดวันที่แน่นอน

นายเอดเวิร์ด ระบุว่า ไม่ว่าจะเป็นใครจะเข้าร่วมพระราชพิธีดังกล่าว สมเด็จพระราชาธิบดีชาร์ลส์ที่ 3 ยังทรงตั้งปณิธานเพื่อรักษาความสัมพันธ์ทางการทูตของสองประเทศเช่นเดิม

“การเข้าร่วมพระราชพิธีบรมราชาภิเษก เป็นเพียงหนึ่งจิ๊กซอว์แห่งความสัมพันธ์ร่วมสมัยระหว่างมหาสมุทรแอตแลนติก” เขากล่าวทิ้งท้าย

หมายเหตุ : ข่าว บีบีซีไทย ที่เผยแพร่ในเว็บไซต์ประชาชาติธุรกิจ เป็นความร่วมมือของสององค์กรข่าว