บทเรียน “ปาบึกโมเดล” รับมือภัยพิบัติ

บทบรรณาธิการ

แม้โซนร้อนปาบึกจะก่อให้เกิดความเสียหายในภาคใต้หลายพื้นที่ โดยเฉพาะจังหวัดนครศรีธรรมราช สุราษฎร์ธานี ชุมพร พัทลุง สงขลา ฯลฯ จากทั้งหมด 18 จังหวัด ที่มหันตภัยลูกล่าสุดส่งผลกระทบ แต่เทียบไม่ได้กับพายุโซนร้อนแฮเรียต ที่ถล่มแหลมตะลุมพุก ปี 2505 กับไต้ฝุ่นเกย์ ที่จังหวัดชุมพร ปี 2532

และถือว่าโชคดีที่หลังจากเคลื่อนตัวขึ้นฝั่งที่อำเภอปากพนัง นครศรีธรรมราช เมื่อ 4 มกราคมที่ผ่านมา ความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลางของพายุปาบึกที่ 75 กิโลเมตร/ชั่วโมง ซึ่งหลายฝ่ายหวั่นเกรงว่าจะก่อให้เกิดอันตรายต่อชีวิตและทรัพย์สินค่อย ๆ อ่อนกำลังลงกลายเป็นดีเปรสชั่น ก่อนพัดผ่านทะเลฝั่งอ่าวไทยลงทะเลอันดามัน


น้ำท่วม ดินถล่ม เสาไฟฟ้าล้ม ถนนหนทาง อาคารบ้านเรือนกลายเป็นซากปรักหักพัง ฯลฯ แม้จะเกิดขึ้นในวงกว้างหลายพื้นที่ แต่ข้อมูลข่าวสารจากทางการรวมทั้งการประโคมข่าวของสื่อหลากหลายแขนงที่ส่งสัญญาณเตือน ทำให้ทุกพื้นที่เตรียมการรับมือได้ล่วงหน้าก่อนพายุปาบึกจะมาถึงผลกระทบและความเสียหายที่คาดว่าจะรุนแรงจึงไม่เป็นไปอย่างที่คาดการณ์ แม้ยังมีความจำเป็นเร่งด่วนในการช่วยเหลือเพื่อแก้ปัญหาความเดือดร้อนให้กับประชาชนในพื้นที่ภัยพิบัติ

อย่างไรก็ตาม พายุปาบึกได้สร้างมิติใหม่ในการรับมือภัยธรรมชาติ จนอาจถือได้ว่าเป็นกรณีตัวอย่างในการบูรณาการทำงานของหน่วยงานภาครัฐ เอกชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น สมาคม องค์กร จิตอาสา อาสาสมัคร ฯลฯ ทั้งในพื้นที่และจากส่วนกลางที่รวมพลังกันบรรเทาทุกข์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการตื่นตัวของประชาชน

เพราะต้องยอมรับว่า การบริหารจัดการปัญหาในสถานการณ์ฉุกเฉินเป็นเรื่องยากและเสี่ยงอันตราย แต่ผลที่ได้รับหลังพิษจากวิกฤตพายุปาบึกผ่านพ้นประเทศไทย คลื่นลมสงบ น้ำท่วมเริ่มคลี่คลายดูแล้วคุ้มค่า แม้ต้องใช้เวลาเยียวยาซับน้ำตาชาวใต้ที่ได้รับผลกระทบ

รัฐบาลกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจึงต้องลงพื้นที่สำรวจความเสียหาย และเร่งให้ความช่วยเหลือเพื่อบรรเทาความเดือดร้อน ขณะเดียวกัน ก็แปรอุปสรรคปัญหาในการป้องกันแก้ไขอุทกภัย วาตภัยปาบึกเป็นบทเรียนในการรับมือภัยพิบัติทางธรรมชาติ รวมทั้งสภาพภูมิอากาศ และอุณหภูมิทั่วโลกที่นับวันความแปรปรวนไม่แน่นอนยิ่งมีเพิ่มขึ้น

ทุกภาคส่วนตั้งแต่ระดับประชาชน หน่วยงาน องค์กร จนถึงระดับชาติ จึงต้องตระหนักในภัยธรรมชาติที่อาจจะเกิดขึ้นโดยไม่คาดหมาย ด้วยการเร่งสร้างภูมิคุ้มกันการรับมือภัยพิบัติ และไม่ประมาทวางใจ

ที่สำคัญต้องเตรียมพร้อมรับมือเหตุฉุกเฉินที่อาจเผชิญ ลดผลกระทบและความเสียหายลงให้มากที่สุด

 

ไม่พลาดข่าวสารเศรษฐกิจ เจาะลึกทุกประเด็นทั้งภาครัฐ-เอกชน เพิ่มเราเป็นเพื่อนที่ Line ได้เลย พิมพ์ @prachachat หรือ คลิกลิงก์ https://line.me/R/ti/p/@prachachat

หรือจะสแกน QR Code ในรูป เราพร้อมเสิร์ฟข่าวเศรษฐกิจ-ธุรกิจถึงมือผู้อ่านทันที!

Previous articleอีบุ๊กขาดแคลนภาษาไทยฉุดตลาดโต
Next articleโตโยต้าเรียกคืนรถ 1.7 ล้านคัน หลังพบปัญหา “ถุงลมนิรภัย” บกพร่อง