เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ในหลวง พระราชินี ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลครบรอบ 1 ปี วันสวรรคต พระพันปีหลวง
ข่าวในพระราชสำนัก ในหลวง พระราชินี ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลครบรอบ 1 ปี วันสวรรคต พระพันปีหลวง
ท่องเที่ยวหนุน WTCE 2026 เชื่อมธุรกิจไทย-จีน-นานาชาติ ดันท่องเที่ยว เทคโนโลยี กีฬา บันเทิงสู่โอกาสใหม่
Business ท่องเที่ยวหนุน WTCE 2026 เชื่อมธุรกิจไทย-จีน-นานาชาติ ดันท่องเที่ยว เทคโนโลยี กีฬา บันเทิงสู่โอกาสใหม่
แฟนหนังสือต่อคิวล้นรอพิธาแจกลายเซ็นต์ แนะ 3 ข้อแก้ปัญหาเศรษฐกิจ
Biz Movement แฟนหนังสือต่อคิวล้นรอพิธาแจกลายเซ็นต์ แนะ 3 ข้อแก้ปัญหาเศรษฐกิจ
“CX สู่ AX” BBIK ใช้ AI พลิกเกมแอปการเงิน ย้ำประสบการณ์ลูกค้าต้องเป็นวาระ CEO
Tech “CX สู่ AX” BBIK ใช้ AI พลิกเกมแอปการเงิน ย้ำประสบการณ์ลูกค้าต้องเป็นวาระ CEO
‘มังคุดนอกฤดู’ ภาคใต้เนื้อหอม พ่อค้ารุมจองเหมาสวนลุ้นราคาแตะร้อย
Economic ‘มังคุดนอกฤดู’ ภาคใต้เนื้อหอม พ่อค้ารุมจองเหมาสวนลุ้นราคาแตะร้อย
จะ Update โครงสร้างเงินเดือนวิธีไหนดี
SD Talk จะ Update โครงสร้างเงินเดือนวิธีไหนดี
คพ. แจงผลตรวจคุณภาพน้ำกรณีปลาตาย จ.ปราจีนบุรี เร่งตรวจสอบสาเหตุเพิ่มเติม
Economic คพ. แจงผลตรวจคุณภาพน้ำกรณีปลาตาย จ.ปราจีนบุรี เร่งตรวจสอบสาเหตุเพิ่มเติม
วิรไท-สมเกียรติ แห่ง TDRI กางปัจจัยเสี่ยงประเทศไทย ในโลกที่ไม่แน่นอน
Economic วิรไท-สมเกียรติ แห่ง TDRI กางปัจจัยเสี่ยงประเทศไทย ในโลกที่ไม่แน่นอน
ถอดบทเรียนมหาอุทกภัย ปรับเกณฑ์ยกธงเหลือง-ธงแดง เตือนน้ำท่วมหาดใหญ่ปี 69
เศรษฐกิจภูมิภาค ถอดบทเรียนมหาอุทกภัย ปรับเกณฑ์ยกธงเหลือง-ธงแดง เตือนน้ำท่วมหาดใหญ่ปี 69
มูดี้ส์ไม่หั่นเครดิตฝรั่งเศส โยนโจทย์ปราบเซียนคลัง สภาแขวนชี้ชะตาประเทศ
World มูดี้ส์ไม่หั่นเครดิตฝรั่งเศส โยนโจทย์ปราบเซียนคลัง สภาแขวนชี้ชะตาประเทศ
ดูทั้งหมด

กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง

02 มิ.ย. 2565 | 06:21น.
ปั๊มน้ำมัน
คอลัมน์ : สามัญสำนึก
ผู้เขียน : ถวัลย์ศักดิ์ สมรรคะบุตร

หลังจากผ่านมาครึ่งปี การขอกู้ยืมเงินของสำนักงานกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง เพื่อ “เสริมสภาพคล่อง” ของกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ก็ยังไม่ประสบความสำเร็จ หรือพูดง่าย ๆ ก็คือ ไม่มีสถาบันการเงินเอกชนรายใดให้ความสนใจที่จะปล่อยเงินกู้ 20,000 ล้านบาทให้กับกองทุน

จากเดิมราคาน้ำมันดิบในช่วงปลายปีก่อนที่จะเกิดสงครามรัสเซีย-ยูเครนเฉลี่ยประมาณ 80-90 เหรียญต่อบาร์เรล จนมาถึงปัจจุบัน ราคาน้ำมันดิบได้ “กระโดด” ขึ้นไปสูงถึง 110-120 เหรียญต่อบาร์เรล หรือไม่เคย “ต่ำกว่า” 100 เหรียญ/บาร์เรลติดต่อกันมาตั้งแต่ปลายเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา

นั่นหมายความว่า กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ได้ใช้เงินกองทุนเพื่อ “ตรึงราคา” น้ำมันดีเซลตามนโยบายรัฐ จากเดิมที่กำหนดไว้ไม่เกินลิตรละ 30 บาท มาเป็นลิตรละไม่เกิน 33 บาท (ตามกรอบเบื้องต้นไม่ให้เกินลิตรละ 35 บาท) จากราคาน้ำมันดีเซลแท้จริงมีราคา “มากกว่า” ลิตรละ 40 บาท

ส่งผลให้ฐานะสุทธิของกองทุนน้ำมันฯ “ติดลบ” หรือจากระดับ -21,838 ล้านบาทในช่วงสัปดาห์สุดท้ายของเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา เป็นติดลบถึง -81,395 ล้านบาทณ วันที่ 29 พฤษภาคม 2565 หรือเพียง 3 เดือน ติดลบไปกว่า -59,557 ล้านบาท ในจำนวนนี้เป็นการติดลบในส่วนของบัญชีน้ำมัน -45,968 ล้านบาท กับบัญชีก๊าซ LPG -35,427 ล้านบาท

รัฐบาลได้เลือกที่จะประคับประคองกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ในฐานะเครื่องมือสำคัญในการ “ตรึงราคา” น้ำมันดีเซลให้ “สวนทาง” กับสภาพความเป็นจริงของราคาน้ำมันในตลาดโลก ด้วยการยอมตัดเฉือนรายได้หลักจากการจัดเก็บภาษีสรรพสามิตน้ำมันลง เบื้องต้น 3 บาท/ลิตรมาเป็น 5 บาท/ลิตร

มีจุดประสงค์อยู่ที่การ “พยุง” รักษาระดับราคาน้ำมันดีเซลไว้ที่ลิตรละ 32-33 บาทให้ยาวนานขึ้น โดยยังคง “กรอบ” ในการอุดหนุนราคาดีเซลไว้ไม่ให้เกิน 35 บาท/ลิตรเหมือนเดิม

หรือจากก่อนหน้านี้ที่ กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ต้องอุดหนุนน้ำมันดีเซลลิตรละประมาณ 9 บาท ขณะที่การลดภาษีลิตรละ 5 บาทได้เข้ามาจะช่วย “ลดภาระ” เงินอุดหนุนกองทุนน้ำมันฯลงลิตรละ 2.46 บาท หรือเท่ากับอุดหนุนอยู่ราวลิตรละ 7 บาทในปัจจุบัน

จึงเป็นคำตอบสำคัญที่ว่า แม้รัฐบาลจะลดภาษีสรรพสามิตลงมาถึง 5 บาทแล้ว ทำไมราคาขายปลีกน้ำมันดีเซลถึงไม่ลดลงจากระดับราคาลิตรละ 32-33 บาท

ในขณะที่ปัญหาเฉพาะหน้าของกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงตอนนี้ก็คือ จะหาเงินจากไหนมา “อุดหนุน” ราคาน้ำมันดีเซลตามนโยบายของรัฐบาล โดยที่กองทุนต้องติดลบไม่ให้ถึง -100,000 ล้านบาท ถือเป็นภาระทางด้านการบริหารเงินที่สูงมาก

แน่นอนว่า สถาบันการเงินทั้งของภาครัฐและเอกชนต่าง “ตระหนัก” ถึงข้อเท็จจริงใน “ความเสี่ยง” ที่ธนาคารจะต้องแบกรับภาระไว้ หากต้องปล่อยเงินกู้เบื้องต้นจำนวน 20,000 ล้านบาทโดยไม่มีหลักทรัพย์หรือมี “ใคร” ค้ำประกัน

ดังนั้นจึงไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจอันใดที่ตลอดระยะเวลา 6 เดือนที่ผ่านมา หลังจากที่ ครม.มีมติ “อนุมัติ” ให้สำนักงานกองทุนน้ำมันฯ กู้ยืมเงินเพื่อนำมาเสริมสภาพคล่องได้ แต่กลับไม่มีใครยอมปล่อยเงินกู้ให้

ด้านหนึ่งสถาบันการเงินยังคง “สงสัย” ในเรื่องของความสามารถในการชำระคืนเงินกู้ อีกด้านหนึ่งสถานะสุทธิของกองทุนที่ “ติดลบ” เฉียด -100,000 ล้านบาทจะทำอย่างไร

ดูเหมือนว่า ความหวังในการขอกู้เงินจะอยู่ที่ธนาคารออมสิน ซึ่งกลายเป็นสถาบันการเงินของรัฐเพียงแห่งเดียวที่มีท่าที “จำยอม” ที่จะปล่อยเงินกู้ให้กองทุน โดยที่ตัวเองจะต้องลดความเสี่ยงลงให้น้อยที่สุด

ดังนั้นข้อเสนอการปล่อยกู้ในรูปของการออกตั๋วสัญญาใช้เงิน P/N จึงถูกหยิบยกขึ้นมาหารือถึงความเป็นไปได้ในลักษณะ “ปล่อยกู้เป็นงวด ๆ ครบกำหนดระยะเวลาต้องใช้คืนทันทีถึงจะปล่อยกู้ในงวดต่อไป”

วิธีการนี้นับเป็นการปิดความเสี่ยงของธนาคารเพื่อการันตีความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้น หากยอมปล่อยเงินกู้ทั้งก้อน (20,000 ล้านบาท) ให้กับกองทุนเพียงครั้งเดียว อย่างไรก็ตาม ภาระในการหาเงินมาใช้หนี้ตั๋ว P/N ก็จะตกหนักอยู่ที่สำนักงานกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง

จากข้อเท็จจริงที่ว่า ฐานะสุทธิติดลบเดิมกว่า -80,000 ล้านบาทก็ยังไม่ได้แก้ไข แต่กลับก่อหนี้เพิ่มขึ้นมาอีก 20,000 ล้านบาท

เมื่อมองกันไกล ๆ แล้วราคาน้ำมันดิบโลกคงไม่เกิดปฏิหาริย์ต่ำกว่า 100 เหรียญ/บาร์เรลภายในปีนี้แน่