ต่อยอด…นวัตกรรมเกษตร

คอลัมน์ แตกประเด็น
โดย มิติประชาชาติ

ประเทศไทยถือเป็นฐานการผลิตสินค้าเกษตรนวัตกรรมเพื่อการส่งออกที่สำคัญ และในอนาคตอาจเป็นศูนย์กลางด้านการผลิตสินค้าเกษตรนวัตกรรมให้กับภูมิภาคนี้ได้

ภาพรวมมูลค่าการค้าปัจจุบันอยู่ที่ 300,000 ล้านบาท และตลาดมีโอกาสขยายตัวไปได้อีกมาก โดยปีที่ผ่านมากระทรวงพาณิชย์ได้ตั้ง “สถาบันส่งเสริมสินค้าเกษตรนวัตกรรมสินค้าเกษตร (สกน.)” หรือ Institute for Agricultural Product Innovation (APi) ขึ้น เพื่อต่อยอดนวัตกรรมเกษตรตามนโยบายไทยแลนด์ 4.0

ล่าสุดปี 2561 ได้จัดกิจกรรมเจรจาจับคู่ธุรกิจ “APi Business Matching” ขึ้นภายในงาน “Agrinnovation 2018” โดยนำผู้ประกอบการไทย-ผู้นำเข้าจากประเทศ CLMV มาเจรจาธุรกิจ ต่อยอดเชิงพาณิชย์ให้กับสินค้าเกษตรนวัตกรรม ผลสำเร็จครั้งนี้มีคำสั่งซื้อไม่ต่ำกว่า 5 ล้านบาท ระหว่างผู้ประกอบการไทย-กัมพูชา 2,750,000 ล้านบาท, ไทย-เมียนมา 500,000 ล้านบาท และประเทศอื่นที่มีการเจรจาต่อเนื่องหลังจบงาน

สินค้าเกษตรนวัตกรรมที่ผู้นำเข้าให้ความสนใจ เช่น สติ๊กเกอร์สมุนไพรกันยุง ผงข้าวล้างหน้า ผลิตภัณฑ์อาหารเสริมจากน้ำมันรำข้าว โดยสินค้าเหล่านี้ถูกพัฒนามาจากข้าว มันสำปะหลัง ผลไม้ สมุนไพรชนิดต่าง ๆ สอดคล้องตามนโยบาย Thailand 4.0 ที่มุ่งสร้างมูลค่าและขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม หรือ value-based economy เพื่อสร้างรายได้ให้กับเกษตรกรหรือชุมชน

ปัจจัยสำคัญไทยมีจุดแข็งในการผลิตสินค้าเกษตรที่มีความหลากหลาย สามารถนำมาใช้เป็นวัตถุดิบในการพัฒนาและต่อยอดเป็นสินค้านวัตกรรมออกสู่ตลาด จนได้รับความนิยมจากผู้บริโภค

นอกจากนี้ ทาง สกน.มีแผนจัดกิจกรรมต่อยอดงานวิจัยสินค้าเกษตรไทย กิจกรรมพัฒนาบรรจุภัณฑ์ รวมทั้งแผนจัดหาช่องทางจำหน่ายทั้งในประเทศและต่างประเทศ อาทิ งาน THAIFEX-World of Food Asia 2018 งาน STYLE 2018 งาน Organic & Natural Expo 2018 และมีแผนนำผู้ประกอบการไปเจรจาธุรกิจในต่างประเทศ อีกทั้งได้ลงนามบันทึกข้อตกลงร่วมกับสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) เพื่อกระตุ้นและเกิดการประสานงานกันมากขึ้นระหว่างผู้วิจัยและผู้ผลิตนวัตกรรม เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจ สร้างมูลค่าเพิ่มทางการค้า

จุดสำคัญของการทำตลาดสินค้านวัตกรรม ต้องศึกษาตลาดให้เหมาะสมกับผลิตภัณฑ์ที่ผลิตขึ้นมา และการเลือก “ช่องทางจำหน่าย”

เมื่อเร็ว ๆ นี้ กรมการค้าต่างประเทศได้เชื่อมโยงร้าน Golden Place จำหน่ายสินค้าเกษตรนวัตกรรมกลุ่มที่เหมาะกับผู้รักสุขภาพและความงามกว่า 40 รายการ นำร่องใน 2 สาขา และเตรียมเพิ่มช่องทางจำหน่ายในพื้นที่สนามบิน นอกจากนี้ การทำตลาดผ่านระบบอีคอมเมิร์ซทำเองได้ง่าย และมีต้นทุนน้อย เข้าถึงลูกค้าได้เร็ว และสามารถขยายตลาดไปในตลาดต่างประเทศได้

หากรู้จักพัฒนาสินค้าให้มีความหลากหลายตอบโจทย์ผู้บริโภค ใส่ใจเรื่องคุณภาพ สินค้าที่มาจากธรรมชาติ และดีต่อสุขภาพ ฟันธงได้เลยว่า โอกาสเติบโตสำหรับสินค้าเกษตรนวัตกรรมเป็น 2 เท่าไม่ใช่เรื่องยาก

 

Previous article“SCG- ปตท.-กัลฟ์-นทลิน” ชิงท่าเรือมาบตาพุดเฟส 3
Next articleเท 30 ล้าน ! พลิกโฉมอ่างห้วยยาง แลนด์มาร์กใหม่ “เมืองย่าโม”