เปิดแผนจับนอมินีปี 2567 เจอนิติบุคคลเข้าข่าย 2.6 หมื่นราย ใน 9 จังหวัด

กรมพัฒนาธุรกิจการค้า เปิดแผนตรวจสอบนอมินีปี 2567 พร้อมลุยสอบนิติบุคคล 26,000 ราย เน้นธุรกิจท่องเที่ยว อสังหาริมทรัพย์ โรงแรมและรีสอร์ต ใน 9 จังหวัดเป้าหมาย ล่าสุดปี 2566 ตรวจสอบ 15,000 ราย พบเชิงลึกเข้าข่าย 400 ราย สุดท้ายจับได้ 8 ราย ส่งดำเนินคดีแล้ว

วันที่ 15 ธันวาคม 2566 นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เปิดเผยว่า กรมมีแผนการตรวจสอบธุรกิจที่มีแนวโน้มเข้าข่ายลักษณะเป็นนอมินี หรือการให้คนไทยถือหุ้นแทนคนต่างด้าว เพื่อหลีกเลี่ยงการขออนุญาตประกอบธุรกิจตาม พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542  โดยในปี 2567 กรมจะตรวจสอบตั้งแต่ขั้นตอนการจดทะเบียน พร้อมทั้งเอกสารที่ธนาคารออกให้ เพื่อรับรอง หรือแสดงฐานะการเงินของผู้เป็นหุ้นส่วน หรือผู้ถือหุ้นคนไทยที่ลงทุน หรือถือหุ้นในนิติบุคคลร่วมกับคนต่างด้าว

ทั้งนี้ เพื่อแสดงความน่าเชื่อถือว่าคนไทยที่ร่วมลงทุนมีฐานะทางการเงินที่สามารถลงทุนด้วยตนเองได้ และเมื่อจดทะเบียนเป็นนิติบุคคลแล้ว ก็ยังจะกำกับดูแลอย่างต่อเนื่อง ตามแผนงานโครงการตรวจสอบประจำปี ซึ่งในปี 2567 มีเป้าหมายตรวจสอบนิติบุคคลประมาณ 26,000 ราย ซึ่งส่วนใหญ่เป็นธุรกิจท่องเที่ยวและเกี่ยวเนื่อง ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ และธุรกิจโรงแรมและรีสอร์ต เป้าหมาย 9 จังหวัด ได้แก่ เชียงใหม่ เชียงราย ภูเก็ต สุราษฎร์ธานี ชลบุรี ระยอง ประจวบคีรีขันธ์ เพชรบุรี และกรุงเทพฯ

ทั้งนี้ การตรวจสอบนิติบุคคลดังกล่าว พิจารณาจากการถือหุ้นของคนต่างด้าว ตั้งแต่ 40% ขึ้นไป เป็นธุรกิจที่มีคนต่างด้าวเป็นผู้มีอำนาจกระทำการ มีการกำหนดให้สิทธิคนต่างด้าวมากกว่าคนไทย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องสิทธิการออกเสียงลงคะแนน สิทธิการรับเงินปันผล รวมทั้งสิทธิการรับคืนทุนเมื่อเลิกกิจการ เป็นต้น และยังได้นำเรื่องแหล่งที่มาของเงินที่ใช้ในการประกอบธุรกิจ เช่น การกู้ยืม หรือให้กู้ยืมเงินแก่คนต่างด้าว โดยมีเงื่อนไขที่ผิดปกติในทางการค้า หรือทางธุรกิจการเงินทั่วไป มาประกอบการพิจารณาด้วย

ส่วนผลการตรวจสอบนอมินีในปี 2566 กรมได้ตรวจสอบนิติบุคคลที่มีความเสี่ยงรวม 15,000 ราย และเมื่อตรวจสอบแล้ว เห็นว่าต้องตรวจสอบเชิงลึกประมาณ 400 ราย จึงได้ตรวจสอบ จนพบพฤติกรรมน่าสงสัย และได้ส่งดำเนินคดีรวม 8 ราย ตามความผิดของ พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว ส่วนรายอื่น ๆ ที่ไม่ผิดกฎหมายที่กรมดูแลอยู่ แต่ผิดกฎหมายของหน่วยงานอื่น เช่น การตรวจคนเข้าเมือง หรือภาษี ได้ส่งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการต่อแล้ว


นอกจากนี้ ล่าสุดกรมได้ร่วมมือกับเครือข่ายพันธมิตรในการแก้ไขปัญหาการประกอบธุรกิจท่องเที่ยว ระหว่าง 6 หน่วยงาน ได้แก่ กรมการท่องเที่ยว สำนักงานปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กรมสอบสวนคดีพิเศษ กองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยว สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง และกรมพัฒนาธุรกิจการค้า โดยได้มีการลงนามใน MOU ร่วมกัน เมื่อวันที่ 13 ธ.ค. 2566 ที่ผ่านมา เพื่อให้การดำเนินงานด้านการประสานแลกเปลี่ยนข้อมูล การกำกับดูแลและการป้องปราม การส่งเสริมธุรกิจท่องเที่ยว และการจัดศูนย์ปฏิบัติการร่วมแก้ไขปัญหามีความเป็นรูปธรรมมากขึ้น และจะมีการหารือร่วมกันในแผนการปฏิบัติงานร่วมกันต่อไป