ประกันรายได้ชาวนางวด 3 ชดเชยแค่ข้าวเปลือกเจ้า-หอมปทุม”โรงสี”เงินฝืด จี้รัฐเสริมมาตรการคู่ขนานด่วน

ประกันรายได้ชาวนางวด 3 ชดเชยแค่ข้าวเปลือกเจ้า-หอมปทุม”โรงสี”เงินฝืด จี้รัฐเสริมมาตรการคู่ขนานด่วน

“พาณิชย์” เคาะราคาส่วนต่างประกันรายได้ข้าวงวดที่ 3 ชดเชยข้าวเปลือกเจ้า-หอมปทุม ตันละ 1-2 พันบาท ด้านโรงสีอ่วมสภาพคล่อง กระทุ้งรัฐเสริมมาตรการคู่ขนานด่วน ก่อนผลผลิตทะลักเต็มที่ทุบราคาตลาดดิ่ง ล่าสุด “ข้าวเปลือกเหนียวสันป่าตอง” วูบเหลือตันละ 1 หมื่น เตรียมรับชดเชยรอบหน้า

ผู้สื่อข่าว “ประชาชาติธุรกิจ” รายงานว่า เมื่อวันที่ 14 พฤศจิกายน 2562 นายวิชัย โภชนกิจ อธิบดีกรมการค้าภายใน ในฐานะประธานอนุกรรมการกำกับดูแลและกำหนดเกณฑ์กลางอ้างอิงโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวเปลือกนาปี ฤดูกาลผลิต 2562/2563 ออกประกาศผลการพิจารณาการชดเชยส่วนต่างระหว่างราคาประกันรายได้กับราคาเกณฑ์กลางอ้างอิง งวดที่ 3 สำหรับเกษตรกรที่ระบุว่าจะเก็บเกี่ยวข้าวในช่วงวันที่ 1-15 พฤศจิกายน 2562 โดยมีมติให้จ่ายเงินส่วนต่างให้กับเกษตรกรผู้ปลูกข้าวจำนวน 2 ชนิด คือข้าวเปลือกเจ้า และข้าวเปลือกหอมปทุมธานี ขณะที่ข้าวอีก 3 ชนิด คือ ข้าวเปลือกหอมมะลิ ข้าวเปลือกหอมมะลินอกพื้นที่ และข้าวเปลือกเหนียว จะไม่ได้รับค่าชดเชย เพราะราคาตลาดสูงกว่าราคาประกันรายได้ ทั้งนี้ เกษตรกรสามารถรับเงินส่วนต่างจากโครงการประกันรายได้ที่ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ซึ่งจะจ่ายให้ในวันที่ 15 พ.ย.2562

สำหรับราคาเกณฑ์กลางอ้างอิงข้าวเปลือก 5 ชนิดในรอบที่ 3 เทียบกับราคาประกันรายได้ข้าวเปลือก ดังนี้ ราคาเกณฑ์กลางข้าวเปลือกหอมมะลิ ตันละ 16,225.48 บาทสูงกว่าราคาประกันรายได้ที่กำหนดไว้ตันละ 15,000 บาท และข้าวเปลือกหอมมะลินอกพื้นที่ ตันละ 15,451.79 บาท สูงกว่าราคาประกันรายได้ที่กำหนดตันละ 14,000 บาท และข้าวเปลือกเหนียว ตันละ 17,833.29 บาท สูงกว่าราคาประกันรายได้ที่กำหนดไว้ ตันละ 12,000 บาท มีผลให้รัฐบาลไม่ต้องจ่ายชดเชย ส่วน ข้าวเปลือกหอมปทุมธานี ตันละ 9,798.36 บาทต่ำกว่าราคาประกันรายได้ที่กำหนดไว้ตันละ 11,000 บาท รัฐบาลต้องชดเชยตันละ 1,201.24 บาท และข้าวเปลือกเจ้า ตันละ 7,509.25 บาทต่ำกว่า ราคาประกันรายได้ที่กำหนดไว้ตันละ 10,000 บาท มีผลให้รัฐต้องจ่ายชดเชยตันละ 2,490.75 บาท

อนึ่ง หากเกษตรกรปลูกข้าวมากกว่า 1 ชนิด จะได้สิทธิไม่เกินจำนวนขั้นสูงของข้าวแต่ละชนิด และเมื่อรวมกันต้องไม่เกินขั้นสูงของข้าวชนิดที่กำหนดไว้สูงสุด

แหล่งข่าววงการข้าว เปิดเผยว่า หลังจากดำเนินมาตรการประกันรายได้มา 2 งวดก่อนหน้านี้ยังเป็นช่วงที่ผลผลิตข้าวไม่ออก ทำให้ราคาตลาดยังทรงๆ รัฐบาลไม่ต้องชดเชยมาก แต่ขณะนี้เริ่มงวดที่ 3 ผลผลิตข้าวก็กำลังเก็บเกี่ยวจะเห็นว่าราคารับซื้อของโรงสีปรับลดลงจากเดือนที่ผ่านมา และต้องชดเชยมากขึ้น โดยเฉพาะข้าวเปลือกเหนียวสันป่าตอง ที่ปลูกมากทางภาคเหนือ ขณะนี้ราคาตลาดเหลือตันละ 10,000 บาท จากก่อนหน้านี้ราคาตันละ 15,000-16,000 บาท และราคาข้าวสารที่โรงสีขายก็ลดลง เช่น ข้าวสารหอมมะลิ ปี 62/63 ตันละ 28,000-29,000 บาท ลดลงจากเดือนก่อนหน้าที่ขายตันละ 34,000-36,000 บาท และลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ราคา 32,500-34,000 บาท และข้าวหอมปทุมธานี ตันละ 17,000-17,500 ลดลงจากเดือนก่อนหน้าที่ตันละ 18,000 บาท ส่วนราคาข้าวขาว 5% ตันละ 11,000-12,000 บาท ยังทรงตัวเมื่อเทียบกับก่อนหน้านี้ที่ราคาตันละ 11,300-11,400 บาท

“ข้าวหอมมะลิและข้าวเหนียว เป็นข้าวชนิดหลักที่ปลูกในฤดูนาปี ซึ่งสภาพการผลิตข้าวหอมมะลิภาคอีสานปีนี้มีทั้งดีและไม่ดี เพราะบางพื้นที่ประสบภัยแล้งข้าวขาดน้ำ บางที่มีน้ำมาก แต่ข้าวเป็นโรคไหม้คอรวง ทำให้ผลผลิตต่อไร่ลดลง ดังนั้นผลผลิตโดยรวมไม่น่าจะมีจำนวนมากกว่าปีที่แล้ว แต่ด้วยสถานการณ์การเงินของโรงสีอาจทำสภาพคล่องลดลงไปบ้าง หากไม่มีมาตรการเสริมในการชะลอการขายของ ในช่วงที่ชาวนาเร่งนำผลผลิตข้าวออกขายสู่ตลาดในปริมาณมากๆ ออกมาพร้อมกัน ทางโรงสีไม่สามารถหาเงินมารับซื้อได้ทั้งหมด ส่งผลต่อราคาแน่นอน”

ประกันรายได้ชาวนางวด 3 ชดเชยแค่ข้าวเปลือกเจ้า-หอมปทุม”โรงสี”เงินฝืด จี้รัฐเสริมมาตรการคู่ขนานด่วน


ไม่พลาดข่าวสารเศรษฐกิจ เจาะลึกทุกประเด็น
เพิ่มเราเป็นเพื่อนทาง @prachachat

ติดตามข่าวธุรกิจ