ความเชื่อมั่นโมเดิร์นเทรดลด 4 ไตรมาส คนละครึ่งดันเงินเข้าระบบเกือบแสนล้าน

หอการค้าเผยดัชนีความเชื่อมั่นโมเดิร์นเทรด ไตรมาส 3/2564 อยู่ที่ 47.9 ปรับตัวลดลงต่อเนื่อง 4 ไตรมาส คาดหวังจากการเปิดประเทศ 1 พ.ย. 2564 มาตรการกระตุ้นการจับจ่ายของประชาชน นักท่องเที่ยวเข้ามา ทำให้ความเชื่อมั่นดีขึ้น

วันที่ 26 ตุลาคม 2564 นายธนวรรธน์ พลวิชัย อธิการบดีมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย และประธานที่ปรึกษาศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยถึงดัชนีความเชื่อมั่นผู้ประกอบการ Modern Trade (Modern Trade Sentiment Index : MTSI) ประจำไตรมาส 3/2564 จำนวนกลุ่มตัวอย่าง 111 ตัวอย่าง

พบว่าดัชนีความเชื่อมั่นโมเดิร์นเทรดอยู่ที่ 47.9 ปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่องติดต่อกัน 4 ไตรมาส ขณะที่ธุรกิจการค้าปลีกสมัยใหม่มีความเชื่อมั่นทางธุรกิจต่ำกว่าสถานการณ์ปกติทุกรายการ และต่ำกว่าระดับ 50 ทั้งเรื่องรายรับ กำไร จำนวนลูกค้า ราคาสินค้า การจ้างงาน ซึ่งเป็นจุดต่ำสุดของธุรกิจ สอดคล้องกับเศรษฐกิจไทยในปัจจุบัน

ธนวรรธน์ พลวิชัย

ทั้งนี้ ปัจจัยลบที่กระทบต่อความเชื่อมั่นของผู้ประกอบการ เช่น ไตรมาส 3/2564 เศรษฐกิจไทยได้รับผลกระทบจากมาตรการควบคุมการระบาดในจังหวัดพื้นที่สีแดงและเข้มงวดสูงสุดหลายพื้นที่ โดยรัฐบาลปิดสถานประกอบการบางประเภท และการขอให้ประชาชน และหน่วยงานภาครัฐ Work From Home ทำให้ภาคธุรกิจประสบปัญหา หรือแรงงานขาดรายได้

การแพร่ระบาดของไวรัส COVID-19 ระลอกใหม่ที่มีการระบาดเป็นวงกว้างและรวดเร็ว ความกังวลต่อแผนการกระจายวัคซีนที่ยังมีความไม่แน่นอนสูง สถานการณ์น้ำท่วมในหลายจังหวัดทำให้ประชาชนได้รับผลกระทบและเกิดความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สิน รวมถึงพืชผลทางการเกษตร ภาระหนี้สินของครัวเรือน สถานการณ์การชุมนุมทางการเมืองในหลายพื้นที่

ส่วนปัจจัยบวกที่กระทบ เช่น ความต่อเนื่องของมาตรการของภาครัฐ อาทิ โครงการ “คนละครึ่งเฟส 3” “ยิ่งใช้ยิ่งได้” “เราเที่ยวด้วยกัน-ทัวร์เที่ยวไทย” เงินช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการปิดสถานที่เพื่อควบคุมการระบาด COVID-19 เป็นต้น

โครงการ “ภูเก็ตแซนด์บอกซ์” “สมุยพลัสโมเดล” สถานการณ์การแพร่ระบาดของ COVID-19 ดีขึ้น การผ่อนคลายมาตรการควบคุมการระบาด นโยบายการเปิดรับนักท่องเที่ยว ซึ่งคาดว่าจะส่งผลดีต่อความเชื่อมั่น และการบริโภคภาคเอกชนในช่วงไตรมาสที่ 4/64 การฉีดวัคซีนที่คาดว่าจะครอบคลุมประชากรทั้งประเทศ 70% ภายในปี 2564 คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) มีมติคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายมาอยู่ที่ระดับ 0.50% ต่อปี และคาดการณ์เศรษฐกิจไทยปี’64 นี้ ขยายตัวได้ 0.7%

ส่วนในปี 2565 ขยายตัวได้ 3.9% การผ่อนคลายการให้ธุรกิจ Modern Trade เปิดบริการได้ตามเวลาที่กำหนด ภายใต้มาตรการความปลอดภัย การเปิดให้ร้านค้าต่าง ๆ เริ่มกลับมาให้บริการได้มากขึ้น โดยเฉพาะร้านอาหาร กระแสความนิยมการซื้อสินค้าออนไลน์ เป็นต้น

อย่างไรก็ดี ข้อเสนอแนะที่ต้องการให้รัฐบาลเร่งแก้ไขปัญหา คือ เร่งฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 ประชาชนให้ครอบคลุมมากที่สุด เพื่อรองรับกับแผนการเปิดประเทศตามแนวทางของภาครัฐ ออกมาตรการช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ โดยเฉพาะด้านการใช้จ่ายของประชาชน ทั้งในระยะสั้นและระยะยาว รวมถึงมาตรการลดภาษีจากค่าใช้จ่ายในการป้องกัน COVID-19 รัฐบาลควรมีแผนป้องกัน และการบริหารจัดการน้ำอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อป้องกันและแก้ไขสถานการณ์น้ำท่วม ไม่ให้ทำลายทรัพย์สินของประชาชน

ส่วนข้อเสนอแนะด้านนโยบายหรือมาตรการที่ต้องการให้รัฐบาลดำเนินการ เพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อภาคธุรกิจ Modern Trade โดยรวม คือ มาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการ โดยให้ค่าใช้จ่ายในการจัดหาวัคซีนและช่วยเหลือ ลูกจ้างหรือการช่วยเหลือร้านค้าในศูนย์การค้า และรายจ่ายในการฟื้นฟูสภาพร้านค้า หลังการปิดกิจการเป็นเวลานาน หักเป็นรายจ่ายทางภาษีได้เพิ่มเติมจากปกติ ขอสินเชื่อ soft loan ให้กับภาคธุรกิจ Modern Trade ที่มีความประสงค์สินเชื่อ เพื่อช่วยเหลือและฟื้นฟูผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ COVID-19 ระบาดระลอกใหม่ และกิจการที่ได้รับผลกระทบจากสภาวะน้ำท่วม

นายธนวรรธน์กล่าวอีกว่า ส่วนไตรมาส 4 ของปี 2564 เชื่อว่าบรรยากาศในการจับจ่ายของประชาชนจะเห็นสัญญาณดีขึ้น โดยได้อานิสงส์มาจากการเปิดประเทศวันที่ 1 พฤศจิกายน 2564 ที่พร้อมกับมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจที่ออกมาต่อเนื่องของรัฐบาล โดยเฉพาะมาตรการคนละครึ่ง ที่จะทำให้เม็ดเงินเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจจากภาครัฐ 45,000 ล้านบาท และจากประชาชน 45,000 ล้านบาท

นอกจากนี้ การเปิดประเทศจะทำให้มีนักท่องเที่ยวเข้ามาไทยประมาณ 1-2 แสนราย ซึ่งจะทำให้มีเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจประมาณ 10,000-15,000 ล้านบาท กระตุ้นเศรษฐกิจไตรมาส 4 เพิ่ม 0.3% และหากมีนักท่องเที่ยวเข้ามาเพิ่ม 3-5 แสนราย ก็จะยิ่งกระตุ้นเศรษฐกิจและมีเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจได้มากขึ้น จะทำให้เศรษฐกิจในไตรมาส 4 ขยายตัว 3-4% และส่งผลให้เศรษฐกิจไทยทั้งปี 2564 ขยายตัว 1-1.5% ส่วนการจ้างงานคาดว่าจะดีขึ้นได้ในปลายปีและไตรมาส 1 ของปี 2565

 

ไม่พลาดข่าวสำคัญ เจาะลึกทุกประเด็น
เพิ่มเราเป็นเพื่อนทาง @prachachat

ติดตามข่าวธุรกิจ