ครม. รับทราบ รายงาน EIA โรงไฟฟ้าแม่เมาะ-สุราษฎร์

ครม.รับทราบ มติคณะกรรมการสิ่งแวดล้อม โรงไฟฟ้าแม่เมาะ-สุราษฎร์ธานี

วันที่ 1 มีนาคม 2565 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คณะรัฐมนตรี (ครม.) รับทราบมติคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ (กก.วล.) ครั้งที่ 4/2564 เมื่อวันที่ 15 กันยายน 2564 (จำนวน 10 เรื่อง) ซึ่งเป็นการดำเนินการตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 27 มิถุนายน 2538 ที่ให้ถือว่าการประชุม กก.วล. เป็นการประชุมคณะรัฐมนตรีเรื่องสิ่งแวดล้อม

และมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน 2548 (เรื่อง มติ กก.วล. ครั้งที่ 10/2548 ครั้งที่ 11/2548 และครั้งที่ 12/2548) รับทราบมติ กก.วล. ครั้งที่ 10/2548 เมื่อวันที่ 19 กันยายน 2548 ที่ให้นำมติ กก.วล. เฉพาะเรื่องที่เกี่ยวข้องกับนโยบายที่สำคัญ และเรื่องที่ กก.วล. พิจารณาได้ข้อยุติแล้วเสนอคณะรัฐมนตรีเพื่อทราบตามที่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) เสนอ สรุปได้ ดังนี้

เรื่อง มติ กก.วล. 1.โครงการพัฒนาท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุดระยะที่ 3 (ครั้งที่ 1) ของการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) รับทราบมติคณะกรรมการผู้ชำนาญการพิจารณารายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม โครงการโครงสร้างพื้นฐานทางน้ำ เมื่อวันที่ 30 มีนาคม 2564 ที่ได้ให้ความเห็นชอบรายงานการเปลี่ยนแปลงรายละเอียดโครงการในรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมสำหรับโครงการ กิจการ หรือการดำเนินการที่อาจมีผลกระทบต่อทรัพยากรธรรมชาติ คุณภาพสิ่งแวดล้อม สุขภาพ อนามัย คุณภาพชีวิตของประชาชนในชุมชนอย่างรุนแรง โครงการพัฒนาท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุดฯ

โดยให้ กนอ. ปฏิบัติตามมาตรการป้องกันและแก้ไขผลกระทบสิ่งแวดล้อมและมาตรการติดตามตรวจสอบผลกระทบสิ่งแวดล้อม ตามที่เสนอไว้ในรายงานอย่างเคร่งครัด และพิจารณากำหนดมาตรการเยียวยาให้ครอบคลุมกลุ่มอาชีพประมงพื้นบ้านที่ได้รับความเดือดร้อนและผลกระทบจากโครงการ โดยเฉพาะในช่วงที่มีการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19)

2.โครงการโรงไฟฟ้าแม่เมาะทดแทนเครื่องที่ 8-9 ของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เห็นชอบตามความเห็นของคณะกรรมการผู้ชำนาญการต่อรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม ทั้ง 5 โครงการ (ลำดับที่ 2-6) โดยให้หน่วยงานเจ้าของโครงการดำเนินการ ดังนี้

(1) ดำเนินการตามมาตรการป้องกันและแก้ไขผลกระทบสิ่งแวดล้อมและมาตรการติดตามตรวจสอบผลกระทบสิ่งแวดล้อมที่กำหนดไว้ในรายงาน

(2) จัดตั้งงบประมาณเพื่อดำเนินการตามมาตรการที่กำหนด

(3) พิจารณาดำเนินการเพิ่มเติมมาตรการเกี่ยวกับการป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด-19 ตามแนวทางที่กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข กำหนดในรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม

(4) โครงการโรงไฟฟ้าแม่เมาะ ให้พิจารณาดำเนินการเพิ่มเติมในประเด็นการดำเนินการตามแผนลดการใช้ถ่านหินในการผลิตกระแสไฟฟ้า



(5) โครงการทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองแนวใหม่ให้พิจารณาดำเนินการเพิ่มเติมแนวเส้นทางและรูปแบบการก่อสร้างที่คำนึงถึงการระบายน้ำและไม่ก่อให้เกิดปัญหาน้ำท่วมขัง

(6) โครงการเพิ่มปริมาณน้ำต้นทุนให้เขื่อนภูมิพลฯ ให้พิจารณาดำเนินการเพิ่มเติมในประเด็นการส่งเสริมและปรับปรุงระบบการเกษตรที่มีมูลค่าเพิ่มขึ้นให้แก่เกษตรกรในพื้นที่รับประโยชน์และประเด็นการปลูกป่าทดแทนในพื้นที่ต้นน้ำ

3.โครงการโรงไฟฟ้าสุราษฎร์ธานี ชุดที่ 1-2 ของ กฟผ.

4.โครงการทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองแนวใหม่ สายอำเภอหาดใหญ่-ชายแดนไทย-มาเลเซีย ของกรมทางหลวง

5.โครงการอ่างเก็บน้ำน้ำญวน จังหวัดพะเยา ของกรมชลประทาน

6.โครงการเพิ่มปริมาณน้ำต้นทุนให้เขื่อนภูมิพล แนวส่งน้ำยวม-อ่างเก็บน้ำเขื่อนภูมิพล ของกรมชลประทาน

7.ร่างมาตรการและแนวทางในการแก้ไขปัญหาการบริหารจัดการขยะมูลฝอยบนเกาะ เพื่อให้จังหวัดและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ดำเนินการขับเคลื่อนเพื่อมุ่งสู่แนวทางการจัดการขยะมูลฝอยบนเกาะอย่างเบ็ดเสร็จ ในระยะเวลา 5-10 ปีข้างหน้า ประกอบด้วย

มาตรการในการจัดการขยะมูลฝอย ณ ต้นทาง กลางทาง และปลายทาง เห็นชอบหลักการของมาตรการและแนวทางในการแก้ไขปัญหาการบริหารจัดการขยะมูลฝอยบนเกาะตามที่คณะอนุกรรมการเพื่อแก้ไขปัญหาการบริหารจัดการขยะมูลฝอยบนเกาะเสนอ และให้ ทส. รับข้อสังเกตและข้อเสนอแนะของกระทรวงมหาดไทย (มท.)

ไปพิจารณาดำเนินการเกี่ยวกับการดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ตามกฎหมายเพื่อกำหนดแนวทางหรือมาตรการเพื่อให้ อปท. มุ่งเน้นการหาวิธีการบริหารจัดการขยะมูลฝอยบนพื้นที่เกาะที่ถูกต้องตามหลักวิชาการ โดยไม่ขนย้ายขยะมูลฝอยออกจากเกาะและให้ มท. พิจารณามาตรการและแนวทางเพื่อขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาการจัดการขยะมูลฝอยทั้ง 14 เกาะ และรายงานความก้าวหน้าต่อ กก.วล. ทราบต่อไป

8.สถานการณ์การเกิดเพลิงไหม้กรณีโรงงานผลิตเม็ดโฟมและพลาสติก บริษัท หมิงตี้ เคมีคอล จำกัด จังหวัดสมุทรปราการ รับทราบสถานการณ์การเกิดเหตุเพลิงไหม้โรงงานผลิตเม็ดโฟมและพลาสติก บริษัท หมิงตี้ฯ

และเห็นชอบให้มีการจัดทำมาตรการเพื่อป้องกันการเกิดอุบัติภัยสารเคมีและลดผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต ตามที่กรมควบคุมมลพิษเสนอ รวมทั้งให้กระทรวงอุตสาหกรรมและ ทส. ร่วมกันหาแนวทางเพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องสามารถบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัดเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ลักษณะดังกล่าวอีก

9.การปรับปรุงค่ามาตรฐานก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์ (CO) และก๊าซไฮโดรคาร์บอน (HC) จากไอเสียรถยนต์ใช้งานขนาดเล็ก (1) เห็นชอบการปรับปรุงค่ามาตรฐานก๊าซ CO และก๊าซ HC จากไอเสียรถยนต์ใช้งานขนาดเล็กที่ใช้เครื่องยนต์ชนิดเผาไหม้ภายในที่มีการจุดระเบิดด้วยประกายไฟ ตามความเห็นของคณะกรรมการควบคุมมลพิษ

(2) เห็นชอบร่างประกาศ ทส. 3 ฉบับ ได้แก่ 1) ร่างประกาศฯ เรื่อง กำหนดมาตรฐานควบคุมการปล่อยทิ้งก๊าซ CO และก๊าซ HC ของรถยนต์ที่ใช้เครื่องยนต์ชนิดเผาไหม้ภายในที่มีการจุดระเบิดด้วยประกายไฟและใช้น้ำมันปิโตรเลียมเป็นเชื้อเพลิง พ.ศ. …. 2) ร่างประกาศฯ เรื่อง กำหนดมาตรฐานควบคุมการปล่อยทิ้งก๊าซ CO และก๊าซ HC ของรถยนต์ที่ใช้เครื่องยนต์ชนิดเผาไหม้ภายในที่มีการจุดระเบิดด้วยประกายไฟและใช้ก๊าซธรรมชาติเป็นเชื้อเพลิง พ.ศ. …. และ 3) ร่างประกาศฯ เรื่อง กำหนดมาตรฐานควบคุมการปล่อยทิ้งก๊าซ CO และก๊าซ HC ของรถยนต์ไฮบริด พ.ศ. …. (อยู่ระหว่างรอประกาศในราชกิจจานุเบกษา)

(3) ให้กระทรวงคมนาคม (กรมการขนส่งทางบก) ออกประกาศกำหนดมาตรฐานก๊าซ CO และก๊าซ HC จากท่อไอเสียรถยนต์ขนาดเล็กที่ใช้เครื่องยนต์ชนิดเผาไหม้ภายในที่มีการจุดระเบิดด้วยประกายไฟ ตามเกณฑ์มาตรฐานที่ ทส. เสนอ เพื่อใช้เป็นเกณฑ์สำหรับการตรวจสภาพรถยนต์ประจำปีและส่วนอื่นที่เกี่ยวข้องต่อไป

10.การกำหนดมาตรฐานควบคุมการระบายน้ำทิ้งจากสถานประกอบการขนาดเล็กที่ผลิตสินค้าหรือให้บริการบางประเภท เห็นชอบการกำหนดมาตรฐานควบคุมการระบายน้ำทิ้งจากสถานประกอบการขนาดเล็กที่ผลิตสินค้าหรือให้บริการบางประเภท ตามที่คณะกรรมการควบคุมมลพิษเสนอ


และให้กรมควบคุมมลพิษพิจารณากำหนดค่าพารามิเตอร์ของสีในมาตรฐานการระบายน้ำทิ้งจากแหล่งกำเนิด เพื่อแก้ไขปัญหาสีของน้ำทิ้งในภาพรวมในลำรางสาธารณะหรือแหล่งน้ำธรรมชาติให้มีสีไม่แตกต่างจากสีน้ำธรรมชาติต่อไป (ประกาศ ทส. เรื่อง กำหนดมาตรฐานควบคุมการระบายน้ำทิ้งจากสถานประกอบการขนาดเล็กที่ผลิตสินค้าหรือให้บริการบางประเภท อยู่ระหว่างรอประกาศในราชกิจจานุเบกษา)

ไม่พลาดข่าวสำคัญ เจาะลึกทุกประเด็น
เพิ่มเราเป็นเพื่อนทาง @prachachat

ติดตามข่าวธุรกิจ