มศว จับมือสมาคมการศึกษาพิเศษไทย สร้างเครือข่ายครูดูแลเด็กพิเศษ

มศว

มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว) จับมือสมาคมการศึกษาพิเศษไทย สร้างเครือข่ายครูดูแลเด็กพิเศษทั่วไทย ที่มีมากกว่า 4 แสนคน 

วันที่ 4 ธันวาคม 2566 รองศาสตราจารย์ ดร.สมชาย สันติวัฒนกุล อธิการบดี มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว) เปิดเผยว่า มศว ได้หารือการสร้างเครือข่ายความร่วมมือทางวิชาการเพื่อพัฒนาการศึกษาสำหรับเด็กพิเศษร่วมกับสมาคมครูการศึกษาพิเศษไทย และมีความเห็นร่วมกันที่จะยกระดับความร่วมมือให้ครอบคลุมในหลายบริบท โดยอาศัยศักยภาพของทรัพยากรที่แต่ละฝ่ายมีอยู่ในการส่งเสริมศักยภาพความเข้มแข็งทางวิชาการและความเป็นเลิศ

โดยนำองค์ความรู้ด้านการศึกษาพิเศษไปประยุกต์ใช้ในการสนับสนุนการพัฒนาการจัดการเรียนรู้สำหรับผู้ที่มีความต้องการจำเป็นพิเศษ อีกทั้งเพื่อพัฒนาการเรียนรู้ของนิสิต และเปิดโอกาสให้คณาจารย์ได้เกิดการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ร่วมกัน อันจะส่งผลให้เกิดการขับเคลื่อนองค์กรให้ได้รับการพัฒนาทางด้านวิชาการ วิจัย นวัตกรรม อย่างมีประสิทธิภาพต่อไป

และเชื่อมั่นความร่วมมือทางวิชาการระหว่างมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ กับสมาคมครูการศึกษาพิเศษไทยในครั้งนี้ จะเป็นการสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างสถาบันทั้งในด้านการส่งเสริมวิชาการและความร่วมมือเพื่อสนับสนุนการจัดการเรียนรู้สำหรับผู้ที่มีความต้องการพิเศษต่อไปอย่างมีประสิทธิภาพ

รองศาสตราจารย์ ดร.สมชายกล่าวต่อว่า ปัจจุบัน มศว มีหลักสูตรสาขาวิชาการศึกษาพิเศษ คณะศึกษาศาสตร์ทั้งรูปแบบ ป.ตรี โท เอก และได้มีการ MOU ร่วมกับกระทรวงศึกษาธิการ และกรุงเทพมหานคร ให้ทุนกับคุณครูโรงเรียนต่าง ๆ ที่มีความสนใจอยากเรียน ซึ่งเมื่อเรียนจบ ครูสามารถนำวุฒิการศึกษาที่ได้ไปปรับเพิ่มตำแหน่งทางวิชาการได้

“ปัจจุบันจะเห็นว่ามีเด็กที่มีความบกพร่องบางอย่างอยู่จำนวนมาก ซึ่ง มศว มีศูนย์บริการสนับสนุนนิสิตพิการ (DSS CENTER) ให้ความสนับสนุนเรื่องการเรียน และความช่วยเหลือด้านอื่น ๆ

ปัจจุบันมีสถาบันศึกษาที่ทำเรื่องการสอนพิเศษอยู่กี่แห่ง ซึ่ง มศว เป็นหนึ่งในนั้น เรามองว่าการสอนเด็กผู้มีความบกพร่อง ต้องมีการดูแลใกล้ชิด หรือบางครั้งอาจจะเป็นรูปแบบ ครู 1 คน ต่อนักเรียน 1 คนด้วยซ้ำ มศว พยายามเห็นความสำคัญ ทั้งยังเปิดคอร์สให้ผู้ปกครองเข้ามาเรียนได้อีกด้วย เพื่อช่วยในการดูแลลูก ซึ่งการเรียนของเราจะครอบคลุมทั้งการรักษา ดูแลทางการแพทย์ และอื่น ๆ ส่วนความร่วมมือกับทางสมาคม เราหวังอยากให้มีการขยายเครือข่ายครู ขยายองค์ความรู้มากขึ้น”

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ยุวดี วิริยางกูร (นายกสมาคมครูการศึกษาพิเศษไทย) กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ เราได้พบเด็กพิเศษอยู่บ้าง และประทับใจที่เขาทำสิ่งต่าง ๆ ได้มากกว่าที่เราคิด จึงตัดสินใจมาเรียนปริญญาโท ในสาขาวิชาการศึกษาพิเศษ คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ เพราะมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒมีชื่อเสียงในด้านนี้มายาวนาน

เมื่อได้เรียนไประยะหนึ่ง ก็หลงรักเด็กพิเศษและอยากหาวิธีช่วยเด็ก ๆ ให้มากขึ้น จึงตัดสินใจไปศึกษาต่อด้านการศึกษาพิเศษที่ประเทศสหรัฐอเมริกา หลังจากเรียนจบก็กลับมาเป็นอาจารย์ที่คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่อยู่พักหนึ่ง ก่อนจะชักชวนกัลยาณมิตรในวงการการศึกษาพิเศษมาร่วมกันก่อตั้งสมาคมครูการศึกษาพิเศษไทย เพราะอยากให้ความรู้กับครูที่ต้องสอนเด็กพิเศษหรือพ่อแม่ผู้ปกครองที่มีบุตรหลานเป็นเด็กพิเศษ เพื่อให้ครูและผู้ปกครองได้เห็นว่าการสอนเด็กพิเศษนั้นไม่ได้ยากอย่างที่คิด ตอนนี้สมาคมมีอายุ 3 ปีแล้ว เรามีโอกาสได้เผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับการสอนเด็กพิเศษมากขึ้นเรื่อย ๆ

“วิธีการสอนเด็กทั่วไป ไม่สามารถนำมาใช้สอนเด็กพิเศษได้ แต่วิธีการสอนเด็กพิเศษ กลับนำมาใช้กับเด็กทั่วไปได้ ความรู้ด้านการศึกษาพิเศษจึงเป็นวิชาที่มีประโยชน์สำหรับครูทุกคน และการศึกษาที่ดีที่สุดสำหรับเด็กพิเศษ คือ การเรียนรวม เมื่อได้ใช้ชีวิตร่วมกับเด็กทั่วไป ได้ใช้ชีวิตเหมือนเด็กทั่วไป เด็กพิเศษจะพัฒนาขึ้นมาก

สมาคมจึงมีเป้าหมายที่จะสร้าง ‘ครูวิเศษ สอนเด็กพิเศษ’ ทั่วประเทศไทย เพื่อให้ครูทุกคน ไม่จำเป็นต้องเป็นครูการศึกษาพิเศษ สามารถสอนนักเรียนที่มีความสามารถหลากหลายได้ ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายของกระทรวงศึกษาธิการว่า เราจะไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง”

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ยุวดีกล่าวต่อว่า เด็กพิเศษมีจำนวนมากขึ้นเรื่อย ๆ เช่น สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) รายงานว่าโรงเรียนเรียนรวมทั่วประเทศมีเด็กแอลดีอยู่ 400,000 กว่าคน และยังมีเด็กออทิสติก เด็กสมาธิสั้น เด็กเรียนรู้ช้า ฯลฯ อีกด้วย อันที่จริง “ความแตกต่าง” เป็นธรรมชาติของมนุษย์ โลกนี้จึงมีทั้งคนเรียนเก่ง และคนเรียนอ่อนปะปนกัน มนุษย์แต่ละคนก็มีความสามารถหลากหลาย ความต้องการพิเศษจึงไม่ใช่เรื่องน่ากลัว ถ้าครูและผู้ปกครองเข้าใจลักษณะของนักเรียนหรือบุตรหลาน และปรับการสอนให้สอดคล้องกับลักษณะของเด็ก การสอนเด็กพิเศษก็ไม่ใช่เรื่องยาก ถ้าผู้ใหญ่สอนเป็น เด็กพิเศษจะแสดงความสามารถออกมา แต่ถ้าเราไม่สอน เขาก็จะช่วยเหลือตัวเองไม่ได้และต้องพึ่งพาคนรอบข้างตลอดเวลา

ทั้งนี้กระทรวงศึกษาฯ ไม่ได้สำรวจอย่างจริงจังว่าจำนวนเด็กพิเศษ และครูเพียงพอหรือไม่ แต่แนวโน้มเด็กพิเศษในไทยก็มีแนวโน้มจะมากขึ้นเรื่อย ๆ ด้วยปัจจัยต่าง ๆ แต่จำนวนครูผลิตได้เท่าเดิม เพราะเพดานผลิตครูไม่ได้มากอยู่แล้วโดยปกติ ก็มีความเป็นไปได้ว่าจะขาดแคลนครูดูแลเด็กพิเศษ


“อย่างไรก็ตาม มศว มีชื่อเสียงมายาวนานในการเป็นโรงเรียนฝึกหัดวิชาชีพครูชั้นสูงแห่งแรกของประเทศไทย ที่ผลิตครูจำนวนมากที่กระจายอยู่ทั่วประเทศ การที่สมาคมมีความร่วมมือกับ มศว ครั้งนี้จะเป็นการสร้างเสริมความเข้มแข็งในวงการการศึกษาพิเศษ และยังเป็นการขยายเครือข่ายให้คนทั่วไปได้รู้จักการศึกษาพิเศษ
มากขึ้นด้วย ความร่วมมือครั้งนี้จึงถือเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญที่จะช่วยให้เด็กพิเศษได้รับบริการทางการศึกษาที่มีคุณภาพอย่างแท้จริง”