เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
สรรพสามิตสั่งปิดพื้นที่เสี่ยง ชี้เจ้าหน้าที่บาดเจ็บ 2 ราย จากเหตุการณ์กระหน่ำยิง
News สรรพสามิตสั่งปิดพื้นที่เสี่ยง ชี้เจ้าหน้าที่บาดเจ็บ 2 ราย จากเหตุการณ์กระหน่ำยิง
อีเวนต์อนิเมะสปีดธุรกิจอีเวนต์อนิเมะ มั่นใจน่านน้ำใหม่ดันรายได้สู่ 500 ล้าน
Business อีเวนต์อนิเมะสปีดธุรกิจอีเวนต์อนิเมะ มั่นใจน่านน้ำใหม่ดันรายได้สู่ 500 ล้าน
รพ.กรุงเทพมุ่งฮับหุ่นยนต์ผ่าตัด ผนึกพันธมิตรต่อยอดโนว์ฮาว
Business รพ.กรุงเทพมุ่งฮับหุ่นยนต์ผ่าตัด ผนึกพันธมิตรต่อยอดโนว์ฮาว
ก้าวสำคัญอวกาศไทย! “ยศชนัน” เผย อุปกรณ์ฝีมือคนไทยพร้อมโคจรรอบดวงจันทร์ 24 ส.ค. นี้
Politics ก้าวสำคัญอวกาศไทย! “ยศชนัน” เผย อุปกรณ์ฝีมือคนไทยพร้อมโคจรรอบดวงจันทร์ 24 ส.ค. นี้
ICOMOS ประเดิมลงพื้นที่เชียงใหม่วันแรก เจาะลึกผังเมือง–คูเมือง–ระบบน้ำ
เศรษฐกิจภูมิภาค ICOMOS ประเดิมลงพื้นที่เชียงใหม่วันแรก เจาะลึกผังเมือง–คูเมือง–ระบบน้ำ
คมนาคม ดึงเอกชนพัฒนา “สถานีธนบุรี” ปั้นเมดิคอลฮับรับรถไฟฟ้า
Real Estate คมนาคม ดึงเอกชนพัฒนา “สถานีธนบุรี” ปั้นเมดิคอลฮับรับรถไฟฟ้า
TRUE โชว์งบฯ Q2/2569 กำไรสุทธิ 6.6 พันล้านบาท จ่ายปันผล 0.15 บาทต่อหุ้น
Tech TRUE โชว์งบฯ Q2/2569 กำไรสุทธิ 6.6 พันล้านบาท จ่ายปันผล 0.15 บาทต่อหุ้น
CLICX แจงปม “บิดหนี้” ย้ำไม่ลดมาตรฐานอนุมัติสินเชื่อ-คุมความเสี่ยงเข้ม
Finance CLICX แจงปม “บิดหนี้” ย้ำไม่ลดมาตรฐานอนุมัติสินเชื่อ-คุมความเสี่ยงเข้ม
ไอแบงก์ มีมติเลือก “ดร. เบญจรงค์ สุวรรณคีรี” นั่งกรรมการธนาคาร
Finance ไอแบงก์ มีมติเลือก “ดร. เบญจรงค์ สุวรรณคีรี” นั่งกรรมการธนาคาร
คุยกับเศรษฐา : สันติภาพเมียนมา คือผลประโยชน์ของไทย
Columns คุยกับเศรษฐา : สันติภาพเมียนมา คือผลประโยชน์ของไทย
ดูทั้งหมด

ผู้ว่าฯแบงก์ชาติ ยันขึ้นดอกเบี้ยตามสถานการณ์ พร้อม “หยุด-ขึ้นแรง” หากจำเป็น

07 ก.ย. 2565 | 11:24น.
เศรษฐพุฒิ สุทธิวาทนฤพุฒิ

ผู้ว่าฯแบงก์ชาติ แจงต้องขึ้นดอกเบี้ยค่อยเป็นค่อยไป ชี้ความเสี่ยง “เงินเฟ้อ” เพิ่มขึ้น ขณะเดียวกัน ต้องประคองเศรษฐกิจให้ฟื้นต่อเนื่อง ยันพร้อมปรับตามสถานการณ์ “หยุด-ขึ้นแรงมากกว่า 0.25%” ก็ได้หากจำเป็น มั่นใจไทยไม่ได้ขึ้นดอกเบี้ยช้าเกินไป ชี้เป็นไปตามบริบทของประเทศ

วันที่ 7 กันยายน 2565 ดร.เศรษฐพุฒิ สุทธิวาทนฤพุฒิ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวแสดงวิสัยทัศน์ เรื่อง “บทบาทนโยบายด้านการเงินในการกอบกู้และก้าวต่อของเศรษฐกิจไทย” ว่าการดำเนินนโยบายการเงินในช่วงนี้ ต้องให้น้ำหนักการดูแลความเสี่ยงเงินเฟ้อที่เพิ่มขึ้น ควบคู่ไปกับการดูแลการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ โดยสิ่งที่ ธปท.เน้นย้ำก็คือ จะปรับขึ้นดอกเบี้ยแบบค่อยเป็นค่อยไป โดยพิจารณาตามสถานการณ์ ซึ่งพร้อมหยุดหากจำเป็นต้องหยุด และพร้อมจะขึ้นดอกเบี้ยมากขึ้นหากจำเป็น

นอกจากนี้ ก็ต้องคำนึงถึงการออกมาตรการที่เหมาะสม มีความเฉพาะเจาะจง เพื่อดูแลกลุ่มเปราะบางไปด้วย “จะจูนกับสถานการณ์เศรษฐกิจ ถ้าสถานการณ์เศรษฐกิจดูเหมือนกับว่าต้องหยุด (ขึ้นดอกเบี้ย) สักช่วง เราก็จะทำ หรือสถานการณ์เศรษฐกิจดูแล้วต้องขึ้นดอกเบี้ยมากกว่า 0.25% อาจจะ 0.50% หรืออะไรก็ว่าไป เราก็จะทำ” ดร.เศรษฐพุฒิกล่าว

ผู้ว่าการ ธปท.กล่าวว่า การดำเนินนโยบายการเงินของไทยที่ถูกวิจารณ์ว่า อาจจะขึ้นดอกเบี้ยช้าไปหรือไม่นั้น ยืนยันว่าไม่ช้าไป เนื่องจากประเทศอื่น ๆ เริ่มขึ้นดอกเบี้ยในจุดที่เศรษฐกิจของประเทศกลับมาขยายตัวได้ในระดับก่อนเกิดโควิดแล้ว ขณะที่ไทยเป็นประเทศเดียวที่เริ่มขึ้นดอกเบี้ยก่อนที่เศรษฐกิจจะกลับมาโตได้ในระดับก่อนโควิด ซึ่งคาดว่าเศรษฐกิจไทยจะกลับมาโตได้ในระดับก่อนโควิดในช่วงปลายปีนี้ หรือต้นปีหน้า

“ขอยืนยันว่า ไม่ช้า ถามว่าทำไม ถ้าเราดูทุกประเทศที่เริ่มขึ้นดอกเบี้ย อังกฤษ สหรัฐ หรือเกาหลี มาเลเซีย ที่อยู่ใกล้บ้านเรา เพราะจีดีพีเขากลับมาระดับก่อนโควิดแล้ว เราเป็นประเทศเดียวที่เริ่มขึ้นดอกเบี้ยก่อนที่เศรษฐกิจจะกลับมาสู่ระดับก่อนโควิด” ดร.เศรษฐพุฒิกล่าว

ทั้งนี้ แม้จะเผชิญกับปัญหาเงินเฟ้อเหมือนกัน แต่บริบทเงินเฟ้อของไทยกับประเทศอื่น ๆ ก็ไม่เหมือนกัน โดยเงินเฟ้อในต่างประเทศมาจากฝั่งอุปสงค์ค่อนข้างมาก จากการที่เศรษฐกิจฟื้นแรง และภาคแรงงานมีความต้องการแรงงานสูง แต่ไทยยังฟื้นช้าแบบค่อยเป็นค่อยไป ดังนั้น นโยบายที่จะใช้ไม่ควรเหมือนกัน

“โจทย์ของเราคือ จะทำอย่างไรให้การเทกออฟของเศรษฐกิจสมู้ด (มีความราบรื่น) เพราะเราเพิ่งเริ่มฟื้น ส่วนของต่างประเทศที่เศรษฐกิจโตร้อนแรงไปแล้ว โจทย์ของเขา คือ ทำไงให้เป็นซอฟต์แลนดิ้ง” ดร.เศรษฐกิจพุฒิกล่าว

ผู้ว่าการ ธปท.กล่าวอีกว่า สำหรับอนาคต ธปท.จะพยายามปูรากฐานนโยบายให้เอื้อต่อการก้าวต่อไปข้างหน้า เพื่อให้ประเทศก้าวต่อไปอย่างสง่า ซึ่งมี 2-3 เรื่องต้องคำนึงถึง โดยต้องเกาะกระแสของโลก ได้แก่

1.กระแสดิจิทัล ที่ต้องทำให้ทุกภาคส่วนได้ประโยชน์อย่างเต็มที่จากเทคโนโลยี ซึ่งต้องสร้างสมดุลระหว่างนวัตกรรมและความเสี่ยง โดย ธปท.ได้ออกภูมิทัศน์ทางด้านการเงินมาในช่วงที่ผ่านมา

“หน้าที่เรา เราต้องดูแลเรื่องเสถียรภาพ นวัตกรรมบางอย่างอาจจะสร้างประโยชน์ ไม่ใช่ทุกนวัตกรรมที่ดีที่สร้างประโยชน์ ก็ต้องบาลานซ์ หาจุดสมดุล อะไรที่ไม่สร้างประโยชน์ และสร้างความเสี่ยงก็ไม่เอา เช่น การนำคริปโตเคอร์เรนซี มาใช้ชำระเงิน เป็นต้น” ผู้ว่าการ ธปท.กล่าว

2.ความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อม ที่ต้องเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจสีเขียวได้อย่างราบรื่น ทันการณ์ โดย ธปท.จะมีการออกเกณฑ์มาในช่วงปีหน้า เพื่อให้สถาบันการเงินนำไปปฏิบัติ

3.หนี้ครัวเรือน ที่เป็นปัญหาที่อยู่มานาน เพิ่มขึ้นมาในช่วง 10 ปีก่อน ซึ่งไม่มียาวิเศษ ต้องแก้อย่างยั่งยืน ต้องใช้เวลาในการแก้ โดย ธปท.ก็พยายามดู และออกหลาย ๆ มาตรการมา เช่น คลินิกแก้หนี้ หรือที่ช่วงตั้งแต่เดือน ก.ย.นี้ไปถึง ต.ค.ก็จะจัดมหกรรมไกล่เกลี่ยหนี้ มี 50 สถาบันการเงินมาร่วม

และ 4.การลงทุน เพราะประเทศจะก้าวต่อไปได้อย่างสง่า ต้องมีการลงทุน ซึ่งการที่เศรษฐกิจไทยโตแผ่ว ๆ สู้ประเทศอื่น ๆ ไม่ได้ หลัก ๆ เพราะการลงทุนไทยไม่ค่อยฟื้น เมื่อเทียบจากช่วงวิกฤตปี 2540 ที่การลงทุนลดลงไป จากนั้นใช้เวลาเกือบ 20 ปี ถึงการลงทุนจะกลับมาใกล้เคียงกับช่วงก่อนวิกฤตปี 2540

“ถ้าเราจะก้าวไปอย่างสง่า เครื่องยนต์นี้ ต้องทำให้ติดให้ได้” ผู้ว่าการ ธปท.กล่าว