เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
“พิพัฒน์” ร่วมยินดี “วัดพระมหาธาตุฯ” ขึ้นทะเบียนมรดกโลก เร่งโครงข่ายคมนาคมเชื่อม “เส้นทางแห่งศรัทธา” รับนักท่องเที่ยวทั่วโลก
Politics “พิพัฒน์” ร่วมยินดี “วัดพระมหาธาตุฯ” ขึ้นทะเบียนมรดกโลก เร่งโครงข่ายคมนาคมเชื่อม “เส้นทางแห่งศรัทธา” รับนักท่องเที่ยวทั่วโลก
จับตา 3 ส.ค. ศาลแพ่งไต่สวนคดีฟ้อง “Meta” สภาผู้บริโภคจี้แพลตฟอร์มร่วมรับผิดภัยโฆษณาปลอม
News จับตา 3 ส.ค. ศาลแพ่งไต่สวนคดีฟ้อง “Meta” สภาผู้บริโภคจี้แพลตฟอร์มร่วมรับผิดภัยโฆษณาปลอม
‘เท้ง’ ย้ำ ’ปชน.‘ ไม่มีแนวคิดล้มโครงการ 30 บาท ยันหนุนแก้เพื่อความยั่งยืน-ไม่ลดสิทธิประชาชน
Politics ‘เท้ง’ ย้ำ ’ปชน.‘ ไม่มีแนวคิดล้มโครงการ 30 บาท ยันหนุนแก้เพื่อความยั่งยืน-ไม่ลดสิทธิประชาชน
“จักรภพ” หนุน PMAT ดันร่าง พ.ร.บ.วิชาชีพ HR ยกระดับการบริหารคนสู่มาตรฐานสากล
HR “จักรภพ” หนุน PMAT ดันร่าง พ.ร.บ.วิชาชีพ HR ยกระดับการบริหารคนสู่มาตรฐานสากล
‘ปกรณ์’ เผย กฎหมายเนรเทศฉบับใหม่ ต่างด้าวทำ ‘วิปริต’ ให้กลับประเทศได้ทันที
Politics ‘ปกรณ์’ เผย กฎหมายเนรเทศฉบับใหม่ ต่างด้าวทำ ‘วิปริต’ ให้กลับประเทศได้ทันที
Synology เตือนภัย Agentic AI เขย่าไซเบอร์ชู ISO 27001 รับมือความเสี่ยงองค์กร
Tech Synology เตือนภัย Agentic AI เขย่าไซเบอร์ชู ISO 27001 รับมือความเสี่ยงองค์กร
ยกระดับด่านสะเดาแห่งใหม่ หนุนการค้า-เที่ยวชายแดน
Economic ยกระดับด่านสะเดาแห่งใหม่ หนุนการค้า-เที่ยวชายแดน
เชียงใหม่รับมือเศรษฐกิจซบ ดึง ‘Wellness Summit’ ปลุกเมืองท้ายปี
Economic เชียงใหม่รับมือเศรษฐกิจซบ ดึง ‘Wellness Summit’ ปลุกเมืองท้ายปี
ส่งออกครึ่งปีหลังเหนื่อย รับมือ ‘ม.301-สงครามรอบใหม่’
Economic ส่งออกครึ่งปีหลังเหนื่อย รับมือ ‘ม.301-สงครามรอบใหม่’
ทุ่มเวนคืน 8.8 พันล้าน เร่ง ‘วงแหวนรอบ 3’ ฝั่งตะวันออก  
Real Estate ทุ่มเวนคืน 8.8 พันล้าน เร่ง ‘วงแหวนรอบ 3’ ฝั่งตะวันออก  
ดูทั้งหมด

เมื่อเศรษฐกิจโลกไม่สดใส ส่งออกไทยเสี่ยงหดตัวแรง

06 เม.ย. 2566 | 06:48น.
ส่งออก-นำเข้า
คอลัมน์ : ระดมสมอง
ผู้เขียน : KKP Research กลุ่มธุรกิจการเงินภัทรเกียรตินาคิน

หลังจากเหตุการณ์ Silicon Valley Bank ได้สั่นคลอนภาคธนาคารทั้งในสหรัฐและภาคธนาคารในยุโรป ทำให้หลายคนมีความกังวลว่าวิกฤตการเงินอาจเกิดขึ้นอีกครั้งอย่างที่เกิดขึ้นในปี 2008 และเศรษฐกิจโลก
จะเข้าสู่ภาวะถดถอยอย่างรุนแรง

แต่ความพยายามของภาครัฐในการเข้ามาจัดการดูแลภาคธนาคารอย่างรวดเร็ว ทั้งการรับประกันเงินฝากในส่วนที่ไม่ได้ถูกรับประกันของธนาคาร Silicon Valley Bank และการอัดฉีดสภาพคล่องของธนาคารกลางให้แก่ธนาคารพาณิชย์อื่นที่กำลังเผชิญกับแรงกดดันเงินฝาก ได้ช่วยให้แรงกดดันจากการแห่ถอนเงินในภาคธนาคารลดลงไปได้ ทำให้ KKP Research คิดว่า
โอกาสที่จะเกิดวิกฤตทางเงินหลังจากเหตุการณ์นี้ยังอยู่ในระดับต่ำ

แม้ผลกระทบจากเหตุการณ์ SVB อาจไม่ลุกลามเป็นวิกฤตในวงกว้าง แต่แรงกดดันต่อระบบธนาคารพาณิชย์อาจมีอยู่ เนื่องจากปริมาณเงินฝากในระบบบางส่วนเริ่มไหลออก ซึ่งส่วนหนึ่ง
เป็นเงินฝากที่ไหลออกไปยังกองทุนรวมตลาดเงิน (money market fund) ซึ่งให้ผลตอบแทนที่สูงกว่าอัตราดอกเบี้ยที่ธนาคารพาณิชย์ให้ ปัจจัยนี้จะกดดันให้ธนาคารพาณิชย์ต้องเริ่มขยับอัตราดอกเบี้ยเงินฝากเพิ่มมากขึ้นเพื่อรักษาสภาพคล่อง ซึ่งจะทำให้ต้นทุนทางการเงินของธนาคารปรับสูงขึ้น

ในช่วงที่ผ่านมาเราเริ่มเห็นสัญญาณว่าการประเมินสินเชื่อในสหรัฐเริ่มมีความตึงตัวมากขึ้นมาบ้างแล้ว หากภาวะทางการเงินมีความตึงตัวเช่นนี้ต่อไป รวมถึงธนาคารพาณิชย์มีการส่งผ่านต้นทุนที่สูงขึ้นไปยังการกู้ยืมของภาค การบริโภค และการลงทุน จะเป็นแรงกดดันสำคัญให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจสหรัฐชะลอตัวมากขึ้นได้ในอนาคต

ทั้งนี้ KKP Research ยังประเมินว่ามาตรการของภาครัฐในสหรัฐที่ออกมาจะเพียงพอในการดูแลปัญหาเสถียรภาพการเงินในปัจจุบัน หากไม่มีเหตุการณ์ไม่คาดคิดอื่น ๆ เพิ่มเติม ขณะที่คาดว่าเงินเฟ้อจะยังเป็นปัญหายืดเยื้อโดยเฉพาะเงินเฟ้อพื้นฐานในภาคบริการที่ยังคงปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่อง ซึ่งจะกดดันให้ FED จำเป็นต้องดำเนินนโยบายการเงินโดยการคงอัตราดอกเบี้ยไว้ในระดับสูงเป็นระยะเวลานาน เพื่อชะลอแรงกดดันด้านอุปสงค์โดยเฉพาะในภาคบริการ ซึ่งหมายความว่าในสถานการณ์ปัจจุบัน ที่อัตราดอกเบี้ยยังมีความจำเป็นต้องค้างสูง 
ในขณะที่ภาคการเงินมีความเปราะบางมากขึ้น จะส่งผลให้ความเสี่ยงที่เศรษฐกิจสหรัฐจะเข้าสู่ภาวะถดถอยมีมากขึ้นไปด้วย

เมื่อความเสี่ยงจากปัญหาในภาคการเงินในต่างประเทศเพิ่มขึ้น สร้างความกังวลและความไม่แน่นอนในระบบเศรษฐกิจ และอาจทำให้เศรษฐกิจโลกชะลอตัวลงมากกว่าคาด ผลกระทบที่เกิดขึ้นต่อเศรษฐกิจไทยจะเป็นอย่างไร ?

KKP Research ประเมินว่าเศรษฐกิจไทยในปี 2023 มีความเสี่ยงจากการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลกมากขึ้น แต่ยังขยายตัวได้จากแรงส่งของการฟื้นตัวของนักท่องเที่ยวจากฐานที่อยู่ในระดับต่ำกว่าปกติมาก ประกอบกับการ
กลับมาของอุปสงค์ที่อั้นอยู่ของนักท่องเที่ยวจีน ซึ่งมีแนวโน้มปรับตัวชัดเจนตั้งแต่ไตรมาส 2 เป็นต้นไป โดยคาดว่านักท่องเที่ยว จะกลับเข้ามาท่องเที่ยวในไทยได้มากขึ้นกว่าที่ประเมินไว้จากเดิม 25.1 ล้านคน เป็น 29.8 ล้านคนในปี 2023 ซึ่งคาดว่าเป็นนักท่องเที่ยวจีน 5 ล้านคน

และการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลกและอุปสงค์จากต่างประเทศจะส่งผลอย่างมีนัยสำคัญต่อความสามารถในการส่งออกสินค้าของไทย ประกอบกับฐานที่สูงในปีก่อนทำให้เริ่มเห็นสัญญาณการชะลอตัวค่อนข้างรุนแรงของการส่งออกทั้งของไทยและภูมิภาคในช่วงที่ผ่านมา

โดย KKP Research ปรับประมาณการตัวเลขเศรษฐกิจลงจาก 3.6% เหลือ 3.3% ผลจากการส่งออกสินค้าที่คาดว่าจะชะลอลงกว่าที่ประเมินไว้ก่อนหน้า

ขณะที่ภาคการท่องเที่ยวจะกลายเป็นแรงส่งหลักเกือบทั้งหมดของเศรษฐกิจไทยในปี 2023 โดยจะพบว่าการเติบโตของนักท่องเที่ยวเป็นที่มาของการเติบโตของเศรษฐกิจไทยถึงประมาณ 4% ขณะที่การหดตัวของภาคการส่งออกจะเป็นตัวลดทอนการเติบโตของเศรษฐกิจไทยในปีนี้

อย่างไรก็ตาม แม้ว่ารายได้ต่อหัวจากนักท่องเที่ยวที่ปรับตัวลดลงไปบ้างในช่วงที่ผ่านมา จากการเปลี่ยนแปลงสัดส่วนนักท่องเที่ยวที่เข้าไทยเป็นกลุ่มอาเซียนมากขึ้น แต่รายได้ก็จะค่อย ๆ ปรับตัวดีขึ้นในปีนี้ และกลับไปใกล้เคียงกับระดับก่อนโควิดในที่สุด เมื่อนักท่องเที่ยวจีนเริ่มฟื้นตัวกลับเข้ามาชัดเจนมากขึ้น โดยจากข้อมูลนักท่องเที่ยวจีนเป็นกลุ่มนักท่องเที่ยวที่มีการใช้จ่ายต่อหัวอยู่ที่เฉลี่ยเกือบ 40,000 บาท ซึ่งสูงกว่านักท่องเที่ยวจากอาเซียนซึ่งเฉลี่ยอยู่ที่ 30,000 บาทต้น ๆ

ขณะที่ “การส่งออก” จะหดตัวรุนแรงในช่วงครึ่งปีแรก โดยสัญญาณการชะลอตัวของภาคการส่งออกเริ่มชัดเจนขึ้นตั้งแต่ปลายปีที่แล้ว และต่อเนื่องถึงปีนี้ โดยการส่งออกทั้งของไทยและภูมิภาคในปีที่ผ่านมา แม้จะยังสามารถขยายตัวได้บ้าง แต่ขยายตัวในระดับที่น้อยลงมาต่อเนื่อง และเริ่มติดลบชัดเจนในช่วงไตรมาส 4 ปี 2022

ขณะเดียวกัน การส่งออกของประเทศในภูมิภาค เช่น เกาหลีใต้และไต้หวันยังคงหดตัวรุนแรงในช่วงต้นปี 2023 ทำให้แนวโน้มการส่งออกของไทย โดยเฉพาะในช่วงครึ่งปีแรกที่มีฐานการส่งออกที่สูงและมีอุปสงค์
เร่งตัวในช่วงก่อนหน้า เช่น กลุ่มสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ จะทำให้มูลค่าการส่งออกในไตรมาส 1 และ 2 ของไทยปีนี้มีโอกาสติดลบเกิน 10% (ในรูปดอลลาร์สหรัฐ)

ประกอบกับแนวโน้มเศรษฐกิจโลกที่มีความเสี่ยงสูงขึ้น อาจทำให้แนวโน้มการส่งออกของไทยในช่วงครึ่งปีหลังยังเผชิญกับแรงกดดันทำให้ KKP Research คาดการณ์ว่า ปริมาณการส่งออกสินค้าจะติดลบ 3.1% จากที่เคยประเมินไว้ที่ 1.8%

อย่างไรก็ตาม การส่งออกในแต่ละกลุ่มสินค้าอาจได้รับผลกระทบที่แตกต่างกัน โดยสินค้าอุตสาหกรรมจะเป็นกลุ่มสินค้าที่ได้รับผลกระทบจากอุปสงค์โลกที่ชะลอตัวลง ขณะที่กลุ่มสินค้าเกษตรซึ่งเป็นสินค้าจำเป็นและได้รับประโยชน์จากการเปิดประเทศของจีนในปีนี้น่าจะยังขยายตัวได้ต่อเนื่อง