ลงทะเบียนแก้หนี้นอกระบบ 12 วัน 8.8 หมื่นราย มูลหนี้ 4.89 พันล้าน

สุทธิพงษ์ จุลเจริญ

ปลัด มท.เผยผลลงทะเบียนแก้หนี้นอกระบบครบ 12 วัน มูลหนี้ 4.89 พันล้านบาท ประชาชนลงทะเบียนแล้วกว่า 8.8 หมื่นราย เช็กจังหวัดไหนลงทะเบียนมากสุด-น้อยสุด 5 อันดับแรก

วันที่ 13 ธันวาคม 2566 นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยถึงการลงทะเบียนแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบ ซึ่งเป็นวันที่ 12 โดยจากข้อมูลของสำนักการสอบสวนและนิติการ กรมการปกครอง เมื่อเวลา 15.30 น. มีมูลหนี้รวม 4,898.795 ล้านบาท ประชาชนลงทะเบียนแล้ว 88,954 ราย โดยเป็นการลงทะเบียนผ่านระบบออนไลน์ 80,435 ราย และการลงทะเบียน ณ ศูนย์อำนวยการแก้ไขหนี้นอกระบบ 8,519 ราย รวมจำนวนเจ้าหนี้ 58,947 ราย

จังหวัดที่มีผู้ลงทะเบียนมากที่สุด 5 ลำดับแรก ได้แก่

  1. กรุงเทพมหานคร ยังมากที่สุด มีผู้ลงทะเบียน 5,716 ราย เจ้าหนี้ 4,527 ราย มูลหนี้ 399.544 ล้านบาท
  2. จังหวัดนครศรีธรรมราช มีผู้ลงทะเบียน 3,764 ราย เจ้าหนี้ 2,834 ราย มูลหนี้ 205.673 ล้านบาท
  3. จังหวัดสงขลา มีผู้ลงทะเบียน 3,571 ราย เจ้าหนี้ 2,409 ราย มูลหนี้ 212.219 ล้านบาท
  4. จังหวัดนครราชสีมา มีผู้ลงทะเบียน 3,502 ราย เจ้าหนี้ 2,077 ราย มูลหนี้ 245.630 ล้านบาท
  5. จังหวัดขอนแก่น มีผู้ลงทะเบียน 2,241 ราย เจ้าหนี้ 1,614 ราย มูลหนี้ 149.325 ล้านบาท

จังหวัดที่มีผู้ลงทะเบียนน้อยที่สุด 5 ลำดับแรก ได้แก่

  1. จังหวัดแม่ฮ่องสอน มีผู้ลงทะเบียน 123 ราย เจ้าหนี้ 78 ราย มูลหนี้ 5.122 ล้านบาท
  2. จังหวัดระนอง มีผู้ลงทะเบียน 177 ราย เจ้าหนี้ 121 ราย มูลหนี้ 13.157 ล้านบาท
  3. จังหวัดสมุทรสงคราม มีผู้ลงทะเบียน 247 ราย เจ้าหนี้ 167 ราย มูลหนี้ 7.408 ล้านบาท
  4. จังหวัดตราด มีผู้ลงทะเบียน 293 ราย เจ้าหนี้ 156 ราย มูลหนี้ 8.540 ล้านบาท
  5. จังหวัดสิงห์บุรี มีผู้ลงทะเบียน 327 ราย เจ้าหนี้ 198 ราย มูลหนี้ 12.868 ล้านบาท

นายสุทธิพงษ์กล่าวต่อว่า ระยะเวลา 12 วันที่กระทรวงมหาดไทยได้เปิดให้มีการลงทะเบียนแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบ ทำให้เกิดกระแสการตื่นตัวของเจ้าหนี้ที่มีการออกมาแสดงการข่มขู่ และสร้างความตื่นตระหนกแก่ประชาชนในหลายพื้นที่ ซึ่งฝ่ายปกครองได้บูรณาการร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ และองคาพยพในระดับพื้นที่ ดำเนินการตามนโยบายของรัฐบาลและกระทรวงมหาดไทยในการปราบปรามผู้มีอิทธิพล พร้อมทั้งแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบ

ซึ่งพบว่ามีหลายกรณีที่ประชาชนที่รับทราบข่าวการเปิดรับลงทะเบียน และได้มาลงทะเบียนทั้งวอล์กอินและออนไลน์ ทำให้ทุกภาคส่วนร่วมกันลงพื้นที่ไปแก้ไขปัญหา ทั้งการเชิญเจ้าหนี้และลูกหนี้มาไกล่เกลี่ยประนีประนอม หรือการบุกจับกุมเจ้าหนี้ที่ยังกระทำความผิดอันขัดต่อกฎหมาย แต่ยังพบว่ามีลูกหนี้บางส่วนที่ยังไม่ทราบถึงการดำเนินของรัฐหรือไม่กล้าที่จะมาแจ้งต่อเจ้าหน้าที่รัฐ เนื่องจากเกิดความหวาดกลัวที่จะเป็นอันตรายต่อตนเองและครอบครัว จึงส่งผลให้ภาครัฐก็ไม่สามารถเข้าให้การช่วยเหลือได้

“สิ่งสำคัญ คือทุกหน่วยงานต้องช่วยกันสร้างความรับรู้ให้กับพี่น้องประชาชนได้ลงทะเบียน และขอให้ประชาชนมั่นใจว่าเจ้าหน้าที่รัฐ ทั้งฝ่ายปกครองและฝ่ายความมั่นคง จะให้ความช่วยเหลือตามแนวทางที่กำหนดอย่างสุดความสามารถ หากประชาชนที่เดือดร้อนจากหนี้นอกระบบมาลงทะเบียนภาครัฐ จะได้หาทางแก้ไขร่วมกันอย่างตรงจุด ซึ่งลูกหนี้และเจ้าหนี้ทุกคนสามารถพูดคุยตกลงกันได้

หากเราทุกคนทำตามกฎหมายก็จะแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบได้ แต่หากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย ทางภาครัฐก็ต้องดำเนินคดีอย่างเคร่งครัด เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบต่อชีวิตและทรัพย์สินของพี่น้องประชาชนในระยะยาว” นายสุทธิพงษ์กล่าว