เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
กทม. ยกระดับอัตลักษณ์ท้องถิ่นสู่สากล MOU ภาคเอกชน ขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก 50 เขต
Biz Movement กทม. ยกระดับอัตลักษณ์ท้องถิ่นสู่สากล MOU ภาคเอกชน ขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก 50 เขต
“ชัชชาติ”ขึ้นเวที SX TALK ชูยุทธศาสตร์สร้างเมืองเดินได้ ย้ำ”สุขภาพดี เริ่มที่เมือง”
SD “ชัชชาติ”ขึ้นเวที SX TALK ชูยุทธศาสตร์สร้างเมืองเดินได้ ย้ำ”สุขภาพดี เริ่มที่เมือง”
สราวุฒิ อยู่วิทยา ชู ‘พาร์ตเนอร์ชิป’ จิ๊กซอว์บุกเอเชีย
Business สราวุฒิ อยู่วิทยา ชู ‘พาร์ตเนอร์ชิป’ จิ๊กซอว์บุกเอเชีย
‘ธิปธนาแลนด์’ เมืองแปดริ้ว ปั้นชาใบหม่อนผสมข้าว เจาะกลุ่มเวลเนส
Economic ‘ธิปธนาแลนด์’ เมืองแปดริ้ว ปั้นชาใบหม่อนผสมข้าว เจาะกลุ่มเวลเนส
บูม Health & Wellness ในเวที WTM 2026 ปลุกตลาด UK-ยุโรป
Business บูม Health & Wellness ในเวที WTM 2026 ปลุกตลาด UK-ยุโรป
เนรมิตคูโบต้า พาวิลเลียน โซลูชั่นเพื่ออนาคตเกษตรไฮเทค
Economic เนรมิตคูโบต้า พาวิลเลียน โซลูชั่นเพื่ออนาคตเกษตรไฮเทค
“สุชาติ” รื้อถอนหาดฟรีด้อม คืนหาดทราย ของขวัญปีใหม่คนไทย
Economic “สุชาติ” รื้อถอนหาดฟรีด้อม คืนหาดทราย ของขวัญปีใหม่คนไทย
“พิพัฒน์” เร่ง 2 โปรเจ็กต์ทล. 4 เชื่อมเศรษฐกิจไทย-มาเลเซีย
Economic “พิพัฒน์” เร่ง 2 โปรเจ็กต์ทล. 4 เชื่อมเศรษฐกิจไทย-มาเลเซีย
‘องค์กรนักข่าวไร้พรมแดน’ กังวล สื่อไทยใต้อิทธิพลจีน สู่มณฑลไท่กั๋ว
World ‘องค์กรนักข่าวไร้พรมแดน’ กังวล สื่อไทยใต้อิทธิพลจีน สู่มณฑลไท่กั๋ว
เปลี่ยนผ่านพลังงาน ไม่ใช่แค่ ‘โซลาร์รูฟท็อป’
สามัญสำนึก เปลี่ยนผ่านพลังงาน ไม่ใช่แค่ ‘โซลาร์รูฟท็อป’
ดูทั้งหมด

บลจ.จับเทรนด์ลงทุน คัดสินทรัพย์เด่นปั้น AUM ปี’67

18 มี.ค. 2567 | 16:17น.
Narongsak-AUM

ปี 2567 นี้ มีการมองกันว่าจะเป็นปีที่อัตราดอกเบี้ยเริ่มเข้าสู่ช่วง “ขาลง” หลังจากปีที่ผ่านมาเป็น “ขาขึ้น” ต่อเนื่อง ขณะเดียวกัน ปัจจัยความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ก็เป็นปัจจัยที่ทำให้สินทรัพย์ผันผวนอย่างมากในช่วงที่ผ่านมา และยังไม่รู้ว่าปีนี้จะเป็นอย่างไร

ดังนั้น การบริหารการลงทุนเพื่อให้ผลตอบแทนที่ดี จึงไม่ใช่เรื่องง่ายนัก ช่วงที่ผ่านมา บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) หลายแห่งได้ประกาศทิศทางการดำเนินงานในปี 2567 ออกมาแล้ว ลองมาดูว่าแต่ละแห่งจะให้ความสำคัญกับอะไรกันบ้าง

SCBAM ชูกองบอนด์

โดย “ณรงค์ศักดิ์ ปลอดมีชัย” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บลจ.ไทยพาณิชย์ (SCBAM) เปิดเผยว่า ปีนี้ SCBAM ยังมีมุมมองเชิงบวกต่อการลงทุนตราสารหนี้ ทั้งระยะสั้นและระยะยาว เนื่องจากสภาวะตลาดเอื้อต่อการลงทุน ทำให้มีโอกาสสร้างผลตอบแทนได้ดี ในจังหวะการปรับตัวดอกเบี้ยเพื่อล็อกผลตอบแทนระดับสูงไว้ ซึ่งน่าจะตอบรับความต้องการของนักลงทุนโดยไม่ต้องเสี่ยงมากเกินไป

“เชื่อว่าธนาคารกลางทั่วโลกจะไม่รีบปรับลดดอกเบี้ยเร็ว แต่จะค่อย ๆ ทยอยปรับลดลง เพราะเงินเฟ้อยังไม่ลดลงมากนัก อย่างไรก็ตาม แม้ว่าหากในปีนี้จะไม่มีการปรับลดดอกเบี้ยของธนาคารกลาง ตราสารหนี้ก็ยังนับว่าเป็นสินทรัพย์ที่น่าลงทุน

เราคาดการณ์ว่า ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะทยอยปรับลดอัตราดอกเบี้ย หรือหากเฟดไม่ลดดอกเบี้ยในปีนี้ ผลตอบแทนก็ยังอยู่ในระดับสูง แต่หากเฟดลดดอกเบี้ย 1-2 ครั้งในปีนี้ ผลตอบแทนตราสารหนี้ระยะยาวก็ยังสูงกว่าเงินฝากและปีก่อนอย่างมีนัยสำคัญ”

ณรงค์ศักดิ์ ปลอดมีชัย
ณรงค์ศักดิ์ ปลอดมีชัย

ทั้งนี้ แนะนำแบ่งพอร์ตการลงทุน เป็นลงทุนตราสารหนี้ต่างประเทศสัดส่วน 70% และตราสารหนี้ไทยสัดส่วน 30%

สำหรับกลยุทธ์การลงทุนของ SCBAM ปีนี้ เน้นการจับจังหวะทิศทางตลาดทุนเป็นหลัก เพื่อหาสินทรัพย์ลงทุนที่ได้ประโยชน์ และสามารถมีโอกาสสร้างผลตอบแทนได้ในแต่ละช่วงจังหวะเวลา โดยตั้งเป้ามูลค่าทรัพย์สินสุทธิภายใต้การจัดการ (AUM) ปีนี้เพิ่มขึ้นเป็น 1.9-2 ล้านล้านบาท จากกว่า 1.8 ล้านล้านบาท ณ สิ้นปี 2566 คิดเป็นส่วนแบ่งการตลาดอยู่ที่ 21% เพิ่มขึ้น 5% จากปีก่อน และมีโอกาสมากกว่านั้น หากทิศทางตลาดตราสารหนี้ผลตอบแทนดี

“AUM ของเราปีนี้จะเพิ่มขึ้นราว 1-2 แสนล้านบาท หลัก ๆ มาจากการคาดว่ากองทุนรวมมีเม็ดเงินโตได้ 50,000-100,000 ล้านบาท โดยเฉพาะกองทุนตราสารหนี้ และอีกส่วนหนึ่งจากกองทุนส่วนบุคคล คาดว่าจะมีลูกค้าที่เป็นสถาบันการเงิน รวมถึงบริษัทประกันสนใจให้เราบริหารพอร์ตให้เพิ่มเติม มีเป้าหมายเติบโตที่ 50,000-100,000 แสนล้านบาทเช่นกัน”

KAsset ผนึก เจ.พี.มอร์แกน

ฟาก “อดิศร เสริมชัยวงศ์” ประธานกรรมการบริหาร บลจ.กสิกรไทย (KAsset) กล่าวว่า ในปี 2567 บริษัทตั้งเป้า AUM เติบโตมากกว่า 10% จากสิ้นปี 2566 ที่อยู่ 1.4 ล้านล้านบาท พร้อมนำเสนอกองทุนผสมในรูปแบบ “Multiasset Fund” ที่ได้ร่วมมือกับ เจ.พี.มอร์แกน มีจุดเด่นในการลงทุนสินทรัพย์ที่หลากหลาย และสามารถกระจายความเสี่ยงในการลงทุนที่ดี โดยจะเป็นการกระจายลงทุนในหลายสินทรัพย์ ทั้งในประเทศและต่างประเทศ

“บริษัทตั้งเป้าภายใน 3 ปี จะมี AUM ในส่วนของกองทุนผสม ‘Multiasset Fund’ อยู่ที่ 1 แสนล้านบาท จากปัจจุบันมีอยู่ราว 2 หมื่นล้านบาท”

นอกจากนี้ ยังผลักดันกองทุน ESG ที่ร่วมมือกับ Lombard Odier ซึ่งเป็นผู้นำด้านการบริหารสินทรัพย์และความมั่งคั่งระดับโลก เพื่อเข้ามาช่วยให้ความรู้และเป็นที่ปรึกษาในการจัดพอร์ต คัดเลือกและจัดสรรผลิตภัณฑ์ด้านการลงทุนที่ส่งเสริมด้านความยั่งยืน โดยมุ่งเป้าตั้งกองทุน ESG มูลค่า AUM รวมกว่า 30,000 ล้านบาทภายในปี 2569

ตาราง เป้าหมาย

ส่วนแนวโน้มการลงทุนในปีนี้ให้น้ำหนักการลงทุนในหุ้นในตลาดอินเดียและเวียดนาม มากกว่าการลงทุนในตลาดหุ้นจีนและไทย เนื่องจากมองว่ามีโอกาสในการเพิ่มอัตราผลตอบแทนได้ดีกว่า

“หุ้นอินเดียและเวียดนามเป็นตลาดที่น่าสนใจ ส่วนหุ้นจีนถึงแม้ราคาจะปรับตัวลดลงมาอยู่ในระดับต่ำแล้ว แต่โอกาสในการทำกำไรยังสู้ทั้งอินเดียและเวียดนามไม่ได้ ส่วนหุ้นไทยถ้าจะให้แนะนำคงเป็นหุ้นกลาง-เล็ก โดยเฉพาะกลุ่มที่ได้รับประโยชน์จากการส่งออกและการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ”

บลจ.วรรณเสนอกองทางเลือก

ด้าน “พจน์ หะริณสุต” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บลจ.วรรณ กล่าวว่า ผลการดำเนินงานของบริษัทในปี 2566 ที่ผ่านมา บลจ.วรรณมี AUM เติบโตขึ้นอยู่ที่ 1.62 แสนล้านบาท โดยมีสัดส่วนสินทรัพย์ภายใต้การบริหารจากธุรกิจกองทุนรวมอยู่ประมาณ 40% กองทุนสำรองเลี้ยงชีพประมาณ 20% และกองทุนส่วนบุคคลประมาณ 40% ซึ่งบริษัทยังคงคำแนะนำให้จัดพอร์ตการลงทุน

โดยกระจายสินทรัพย์ในการลงทุนในทุก ๆ ประเภท (Asset Allocation) โดยเน้นวางกลยุทธ์ด้วยสินทรัพย์ทางเลือก สร้างสมดุลให้พอร์ต ท่ามกลางความไม่แน่นอนของภาวะเศรษฐกิจ รวมทั้งความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ ซึ่งมีขึ้นเป็นระยะ ๆ ตลอดปีที่ผ่านมา

สำหรับปีนี้ คาดว่า AUM จะเพิ่มขึ้นเล็กน้อย เป็น 1.7 แสนล้านบาท โดยธุรกิจกองทุนรวมจะเพิ่มขึ้นอีก 5,000 ล้านบาท จาก 60,000 ล้านบาทในปีก่อน และกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ เพิ่มอีก 5,000 ล้านบาท จาก 40,000 ล้านบาท ทั้งนี้ บลจ.วรรณตั้งเป้าธุรกิจกองทุนรวมจะมีสัดส่วนเพิ่มเป็น 50% ใน 1-2 ปีนี้

“ขณะนี้บริษัทอยู่ระหว่างพิจารณานำเสนอกองทุนทางเลือกประเภทใหม่ เน้นธีมผลิตภัณฑ์การลงทุนที่มีความสัมพันธ์กับสินทรัพย์ทางการเงินต่ำ หรือกองทุนที่มีโอกาสสร้างผลตอบแทนที่น่าสนใจ เมื่อเทียบกับสินทรัพย์ทั่วไป สำหรับการเสนอขายกองทุนในสินทรัพย์หลัก อาทิ ตราสารทุน ตราสารหนี้ โดยในปีนี้บริษัทมีมุมมองเชิงบวกมากขึ้นต่อปัจจัยเศรษฐกิจโลก

จากปัจจัยกดดันด้านอัตราดอกเบี้ยนโยบายของกลุ่มประเทศเศรษฐกิจที่มีความผ่อนคลาย และกลายเป็นปัจจัยบวกต่อตลาดหุ้น และอัตราเงินเฟ้อโลกมีแนวโน้มชะลอตัว ซึ่งช่วยลดแรงกดดันการใช้นโยบายการเงินอย่างแข็งกร้าว”

ซีอีโอ บลจ.วรรณกล่าวว่า สำหรับกลยุทธ์การลงทุน แนะนำสัดส่วนการลงทุนในหุ้น 60% แบ่งเป็นหุ้นสหรัฐ 20% ที่เหลือเป็นยุโรป ญี่ปุ่น อินเดีย เวียดนาม และไทย และลงทุนในตราสารหนี้ 30% ที่เหลือเป็นสินทรัพย์ทางเลือก 10% อาทิ REIT เป็นต้น

แท็กที่เกี่ยวข้อง

การลงทุน ดอกเบี้ย บลจ.