เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ปฏิรูประบบราชการ: ลดความสูญเปล่า เพิ่มคุณค่าทุกบาทของงบประมาณ
News ปฏิรูประบบราชการ: ลดความสูญเปล่า เพิ่มคุณค่าทุกบาทของงบประมาณ
บิ๊กเนมขยับรับ PDP 2026 ลุยพลังงานสะอาด-ดาต้าเซ็นเตอร์
Economic บิ๊กเนมขยับรับ PDP 2026 ลุยพลังงานสะอาด-ดาต้าเซ็นเตอร์
ส.อ.ท. ดัน MiT สู่ Buy Thai เป้าหมายขาย 2 แสนล้าน
Economic ส.อ.ท. ดัน MiT สู่ Buy Thai เป้าหมายขาย 2 แสนล้าน
SNNP แจ้งไฟไหม้โกดัง-อาคารผลิต คาดไม่กระทบรายได้ มีสต๊อก 1 เดือน
Business SNNP แจ้งไฟไหม้โกดัง-อาคารผลิต คาดไม่กระทบรายได้ มีสต๊อก 1 เดือน
148 วาระค้าง กสทช. สภาผู้บริโภคจี้ปลดล็อก ห่วงกระทบเศรษฐกิจดิจิทัล
News 148 วาระค้าง กสทช. สภาผู้บริโภคจี้ปลดล็อก ห่วงกระทบเศรษฐกิจดิจิทัล
เปิดโปรเจ็กต์ “ดาต้าเซ็นเตอร์ บางนา” สร้างบนทำเลทอง ติด BTS อุดมสุข
Tech เปิดโปรเจ็กต์ “ดาต้าเซ็นเตอร์ บางนา” สร้างบนทำเลทอง ติด BTS อุดมสุข
มติผู้ถือหุ้น BANPU ไฟเขียวจ่ายปันผลระหว่างกาล 0.40 บาทต่อหุ้น ดีเดย์ 25 ก.ย.นี้
Finance มติผู้ถือหุ้น BANPU ไฟเขียวจ่ายปันผลระหว่างกาล 0.40 บาทต่อหุ้น ดีเดย์ 25 ก.ย.นี้
ธุรกิจประกันภัยไทย เผชิญความเสี่ยงใหม่ กระทบโครงสร้าง คปภ.เร่งยกระดับกำกับ
Finance ธุรกิจประกันภัยไทย เผชิญความเสี่ยงใหม่ กระทบโครงสร้าง คปภ.เร่งยกระดับกำกับ
โปรดเกล้าฯ ‘นายกฯ’ เป็นผู้แทนพระองค์ ร่วมพระราชพิธีพระบรมศพกษัตริย์นอร์เวย์
Uncategorized โปรดเกล้าฯ ‘นายกฯ’ เป็นผู้แทนพระองค์ ร่วมพระราชพิธีพระบรมศพกษัตริย์นอร์เวย์
ART ชี้ชะตาส่งออกไทย สรท. ชง 4 โจทย์รัฐยกระดับรับค้าโลก
Economic ART ชี้ชะตาส่งออกไทย สรท. ชง 4 โจทย์รัฐยกระดับรับค้าโลก
ดูทั้งหมด

“สมคิด”เร่งปั๊มชีพจรธุรกิจ ระดมทีมสกัดหนี้เสียลาม

26 ธ.ค. 2562 | 18:23น.

“สมคิด” ระดมทีมแก้ปัญหาเศรษฐกิจชะลอตัว เดินสายประชุม “คลัง-แบงก์ชาติ-กกร.-สภาพัฒน์-อีอีซี” ปั๊มชีพจรเศรษฐกิจ ธปท.หวั่นปัญหา”หนี้ด้อยคุณภาพ” ลามจากเอสเอ็มอีสู่ธุรกิจขนาดใหญ่ เร่งเกมปรับโครงสร้างหนี้ ประคองไม่ให้ “ผู้ประกอบการล้ม” กูรูเศรษฐศาสตร์ชี้ ศก.ไทยปี 2563 ไม่มีข่าวดี ฝากความหวัง “ลงทุนรัฐ”

ผู้สื่อข่าว “ประชาชาติธุรกิจ” รายงานว่า ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดรายงานการประชุมร่วมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) เมื่อวันที่ 16 ธันวาคมที่ผ่านมาระบุว่า สถานการณ์หนี้ครัวเรือนและสินเชื่อธุรกิจเอสเอ็มอียังคงน่ากังวล โดยสัดส่วนหนี้ครัวเรือนต่อ GDP อยู่ในระดับสูงและมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นในภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว ขณะที่คุณภาพของสินเชื่อธุรกิจเอสเอ็มอีด้อยลงต่อเนื่อง และปัญหาสินเชื่อด้อยคุณภาพเริ่มขยายวงจากธุรกิจขนาดเล็ก ซึ่งเดิมมีความเปราะบางสูงไปสู่ธุรกิจที่มีขนาดใหญ่ขึ้น

เดินสาย “คลัง-สภาพัฒน์-อีอีซี”

ผู้สื่อข่าวรายงานหลังจากนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี ได้เรียกประชุมผู้บริหารกระทรวงการคลัง ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) คณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) สถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐ ธนาคารพาณิชย์ และทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาหารือแนวทางดูแลผู้ประกอบการเอสเอ็มอีร่วมกันเมื่อ 23 ธ.ค.ที่ผ่านมา เนื่องจากปัญหาภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวในขณะนี้ได้ส่งผลกระทบค่อนข้างรุนแรงต่อผู้ประกอบการเอสเอ็มอี จนทำให้เกิดปัญหาทางธุรกิจและผิดนัดชำระหนี้เพิ่มสูงขึ้น

เมื่อวันที่ 25 ธันวาคม รองนายกฯสมคิดเพิ่งไปประชุมหารือเรื่องแนวทางขับเคลื่อนเศรษฐกิจปี 2563 กับสำนักงานพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) หรือสภาพัฒน์ และวันที่ 6 ม.ค. 2563 จะไปติดตามความคืบหน้าการลงทุนของโครงการเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี)

ชงออกแพ็กเกจใหญ่ 7 ม.ค.

นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยภายหลังการประชุมร่วมที่กระทรวงการคลังว่า โดยได้มอบนโยบายให้ทุกฝ่ายไปพิจารณาหารือร่วมกัน เพื่อเสนอเป็นแพ็กเกจดูแลเอสเอ็มอีให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาในวันที่ 7 ม.ค. 63 ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีถือเป็นกระดูกสันหลังของเศรษฐกิจไทย ในยามเศรษฐกิจถดถอย เอสเอ็มอีก็จะได้รับผลกระทบก่อน หากปล่อยไปปัญหาก็จะหนักขึ้นเรื่อย ๆ ดังนั้นจึงให้ทุกฝ่ายมาร่วมกัน เบื้องต้นก็มี 2 กลุ่ม คือกลุ่มที่กำลังเป็นหนี้เสียอยู่จะช่วยให้อยู่รอดและฟื้นตัวได้ อีกกลุ่มคือเอสเอ็มอีที่ยังไม่เป็นหนี้เสีย ต้องมีมาตรการป้องกันไม่ให้เกิดปัญหา

“บสย.และเครดิตบูโรต้องมีบทบาทเข้ามาช่วยดูแลในภาวะที่เอสเอ็มอีลำบาก แบงก์ก็จะดูว่าจะทำอย่างไรให้ปล่อยสินเชื่อได้สะดวก พวกค่าธรรมเนียมจะผ่อนคลายได้แค่ไหน” นายสมคิดกล่าวและว่า

Advertisement

ปลดล็อก “เอสเอ็มอี-LTV”

รวมทั้งได้ให้ ธปท.ไปพิจารณาการผ่อนปรนสินเชื่อ ดอกเบี้ยบัตรเครดิต รวมทั้งผ่อนคลายมาตรการ LTV สินเชื่ออสังหาริมทรัพย์ว่าจะสามารถดูแลส่วนใดได้บ้าง ก็ให้หารือกันว่าจะผ่อนคลายกันอย่างไรให้หายใจได้คล่องขึ้น โดยได้ตั้งคณะทำงานเพื่อติดตามและดูแลเรื่องดังกล่าว โดยมีนายอุตตม สาวนายน รมว.คลังเป็นประธาน และมี ธปท. สมาคมธนาคารไทย กกร. สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) เป็นคณะทำงาน

นายอุตตมกล่าวว่า เบื้องต้นจะพิจารณาว่าจะสามารถช่วยเหลือเอสเอ็มอีที่ประสบปัญหาจากการเป็นหนี้กับธนาคารพาณิชย์ที่มี บสย.ค้ำประกันอย่างไรได้บ้าง รวมถึงจะเข้าไปดูแลในส่วนที่เป็นหนี้ส่วนบุคคล มอบหมายให้กรมสรรพากรพิจารณาประเด็นเรื่องภาษี ที่จะช่วยการปรับโครงสร้างหนี้ รวมถึง พ.ร.บ.จัดซื้อจัดจ้าง จะต้องพิจารณาในส่วนนี้ด้วยว่าจะสามารถช่วยเหลือเอสเอ็มอีได้อย่างไร

ธปท.แตะเบรกแบงก์รีบฟ้อง

นายวิรไท สันติประภพ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า ธปท.ได้มีการหารือกับ บสย.และสมาคมธนาคารไทย เรื่องการปรับโครงสร้างหนี้เอสเอ็มอี ซึ่งตอนนี้พบว่ามีปัญหาผิดนัดชำระหนี้อยู่ค่อนข้างมาก นโยบายจึงให้ความสำคัญกับการปรับปรุงโครงสร้างหนี้เชิงรุก ซึ่ง ธปท.เข้าไปดูแลแก้ไขผ่อนคลายเกณฑ์ให้ชัดเจน เพื่อให้ลูกค้ามีความสามารถในการชำระหนี้

“หนี้ที่ปล่อยผ่านการค้ำประกันของ บสย. ซึ่งพบว่ามีหนี้เกือบ 4 หมื่นล้านบาทที่ถูกฟ้องผิดนัดชำระหนี้ จึงต้องการให้ช่วยกันหารือว่าจะปรับโครงสร้างหนี้กลุ่มนี้อย่างไร ซึ่ง บสย.ไม่มีกลไกความสามารถ ต้องอาศัยธนาคารเป็นผู้ปรับโครงสร้างหนี้ และหากทุกแบงก์เร่งฟ้อง ลูกหนี้ก็จะมีปัญหาติดอยู่ในคดี ซึ่งกระทบกับวงเงินที่มีกับธนาคารอื่น ด้วย และจะปล่อยสินเชื่อเพิ่มก็ไม่ได้”

นายปรีดี ดาวฉาย ประธานสมาคมธนาคารไทย และกรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย กล่าวว่า แนวทางปฏิบัติการปรับปรุงโครงสร้างหนี้ตอนนี้ ธนาคารจำเป็นต้องฟ้องลูกหนี้ที่ผิดนัดชำระก่อน เพื่อเรียกร้องหลักประกันจาก บสย. ซึ่งกระบวนการนี้ก็เป็นอุปสรรคต่อการปรับโครงสร้างหนี้เอสเอ็มอี เนื่องจากภายใต้เกณฑ์ความเสี่ยงธนาคารก็ไม่กล้าปล่อยวงเงินเพิ่มเติมให้กับลูกค้าที่ผิดนัดชำระ เพราะเกรงว่าจะเกิดผลกระทบต่อเอ็นพีแอลและการตั้งสำรองหนี้เสียที่เพิ่มขึ้น เรื่องนี้จึงต้องหาแนวทางร่วมกับทุกฝ่ายเพื่อแก้ปัญหาดังกล่าว ซึ่งจะมีการประชุมหารือกันอีกครั้งและแนวทางทุกอย่างน่าจะเกิดขึ้นภายในวันที่ 7 ม.ค.นี้

แก้นิยามธุรกิจเอสเอ็มอี

แหล่งข่าวจากกระทรวงการคลังกล่าวว่าเมื่อวันที่ 25 ธ.ค. รมว.คลังมีการประชุมหารือช่วยเหลือผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ซึ่งมีมูลค่าสินเชื่อธุรกิจเอสเอ็มอีรวมกันเกือบ 6 ล้านล้านบาท และเป็นหนี้ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) อยู่กว่า 3 แสนล้านบาท โดยจะให้มีการปลดล็อก พ.ร.บ.จัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ เพื่อให้สามารถเร่งจัดซื้อจัดจ้างได้เร็วขึ้นด้วย

“กรมสรรพากรอาจจะต้องแก้นิยามของธุรกิจเอสเอ็มอี ที่ใช้อยู่กับมาตรการทางด้านภาษีต่าง ๆ ให้สอดคล้องกับนิยามที่มีการปรับทั่วไปแล้ว คือ ให้หมายถึงผู้ประกอบการที่มียอดขายไม่เกิน 500 ล้านบาท จากปัจจุบันยังกำหนดยอดขายไม่เกิน 30 ล้านบาทอยู่” แหล่งข่าวกล่าว

เศรษฐกิจปี 2020 ไม่มีข่าวดี

ด้านนายพิพัฒน์ เหลืองนฤมิตชัย ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์ภัทร ให้สัมภาษณ์ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า เศรษฐกิจไทยในปี 2563 มีปัญหาใหญ่กับคำถามว่า “จะเอาเครื่องยนต์อะไรมาขับเคลื่อนเศรษฐกิจให้เติบโต” ปัจจุบันเครื่องยนต์ทั้ง 3 ตัวต่างมีปัญหา ทั้งการส่งออกที่ได้รับผลกระทบจากสงครามการค้า ยอดขายรถยนต์ก็หดตัวลง และการท่องเที่ยวที่แม้จำนวนนักท่องเที่ยวจะเพิ่มขึ้นแต่การใช้จ่ายต่อหัวกลับหดตัวลงติดต่อกันถึง 5 ไตรมาส ส่วนหนึ่งน่าจะมาจากที่เงินบาทแข็งค่าขึ้นเร็ว

“ปีหน้าคาดว่าจะโตได้แค่ 2.8% ถ้าจะมีอะไรที่ทำให้ดีขึ้นก็จะมาจากปัจจัยภายนอก ปีหน้าหวังว่าส่งออกจะไม่ติดลบ เพราะปีนี้ส่งออกติดลบ 2.5-3% เพราะมีปัจจัยฐานต่ำมาช่วย รวมถึงการเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐกับจีนที่บรรลุข้อตกลงได้ระดับหนึ่ง”

รัฐนำลงทุนใช้นโยบายการคลัง

นายพิพัฒน์กล่าวว่า มีเครื่องยนต์เศรษฐกิจตัวเดียวที่สามารถฝากความหวังได้ในปีหน้าคือ การลงทุนของภาครัฐ โดยนโยบายการเงินก็มีข้อจำกัดที่ดอกเบี้ยนโยบายไทยลงมาอยู่ระดับต่ำสุด 1.25% แล้ว ธปท.อาจจะมองว่าทำอะไรเพิ่มไม่ได้มาก หากจะลดดอกเบี้ยมากกว่านี้ก็ไม่แน่ใจว่าจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจได้หรือไม่ ดังนั้นก็ต้องหันไปหานโยบายการคลังที่ปัจจุบันยังเหลือช่องว่างในการดำเนินนโยบายอยู่พอสมควร เพราะหนี้สาธารณะไม่ได้สูงมากเมื่อเทียบกับมาตรฐานทั่วไป