ค่าเงินดอลลาร์ยังได้รับแรงกดดัน กลัวแผนปฏิรูปภาษีล่าช้า

ฝ่ายค้าเงินตราต่างประเทศ ธนาคารกรุงเทพ รายงานว่า ภาวะการเคลื่อนไหวตลาดปริวรรตเงินตราประจำวันอังคารที่ 14 พฤศจิกายน 2560 ค่าเงินบาทเปิดตลาดเช้าวันนี้ ที่ระดับ 33.07/08 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ ทรงตัวจากระดับปิดตลาดนวันจันทร์ (13/11) ที่ 33.07/09 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ โดยค่าเงินดอลลาร์ยังคงได้รับแรงกดดันจากความกังวลเรื่องนโยบายปฏิรูปภาษีของประธานาธิบดีทรัมป์ หลังแผนการปรับลดภาษีดังกล่าวส่อแววล่าช้ากว่าที่คาดไว้ เมื่อวานนี้หนังสือพิมพ์วอชิงตัน โพสต์ ได้เปิดเผยว่า สมาชิกพรรครีพับลิกันในวุฒิสภาได้เสนอให้มีการชะลอการปรับลดภาษีเงินได้นิติบุคคลจากร้อยละ 35 สู่ระดับ ร้อยละ 20 ออกไปอีกเป็นเวลา 1 ปี จนถึงปี 2562 สวนทางกับความตั้งใจของประธานาธิบดีทรัมป์ ซึ่งเดิมทีต้องการบังคับใช้แผนการปรับลดภาษีดังกล่าวโดยเร็วที่สุดเพื่อช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจสหรัฐ การชะลอการบังคับใช้แผนปฏิรูปภาษีดังกล่าวอาจจะส่งผลให้บริษัทของสหรัฐ จำนวนมากที่ตั้งอยู่ในต่างประเทศเลื่อนการตัดสินใจย้ายฐานการผลิตกลับสู่สหรัฐ เพื่อรอให้การปรับลดอัตราภาษีมีผลบังคับใช้เสียก่อน ทั้งนี้ระหว่างวันค่าเงินบาทเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบ 33.05-33.10 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ ก่อนปิดตลาดที่ระดับ 33.08/10 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินยูโรในวันนี้ (14/11) ค่าเงินยูโรเปิดตลาดที่ระดับ 1.1670/71 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร ปรับตัวแข็งค่าขึ้นจากระดับปิดตลาดเมื่อวันจันทร์ (13/11) ที่ 1.1640/43 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร การแข็งค่าของค่าเงินยูโรได้รับแรงหนุนจากเงินปอนด์ที่ปรับตัวอ่อนค่าลงอย่างมากจากปัญหาการเมืองภายในประเทศ โดยนางเทเรซา เมย์ นายกรัฐมนตรีของอังกฤษกำลังเผชิญกับความท้าทายทางการเมือง หลังมีสมาชิกรัฐสภาพรรคอนุรักษ์นิยมจำนวน 40 คนเห็นชอบสนับสนุนญัตติไม่ไว้วางใจนางเมย์ ซึ่งการเริ่มกระบวนการอภิปรายไม่ไว้วางใจของอังกฤษนั้นต้องการรายชื่อขั้นต่ำ 48 ชื่อ นอกจากนี้สมาชิกรัฐสภาอังกฤษยังพยายามทำให้เธอยอมผ่อนปรนข้อตกลงในประเด็นต่าง ๆ ที่อยู่ในร่างกฎหมายทีี่ใช้ในการถอนตัวออกจากสหภาพยุโรป อย่างไรก็ตาม แหล่งข่าวในพรรคอนุรักษ์นิยมมองว่า ขณะนี้อาจไม่ใช่เวลาที่เหมาะสมในการบีบให้เธอพ้นจากตำแหน่ง และเขายังมองว่า นางเมย์ยังคงเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดในการดำเนินการถอนตัวจากสหภาพยุโรป สำหรับการอภิปรายเรื่องร่างกฎหมายที่ใช้ในการถอนตัวจากสหภาพยุโรปนั้นมีความสำคัญเป็นอย่างมาก เพราะสิ่งนี้ถือเป็นการทดสอบความสามารถของเธอในการผลักดันร่างกฎหมาย โดยเธอเองได้กล่าวว่าร่างกฎหมายนี้จะช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ค่าเงินยูโรเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 1.1658-1.1711 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร และปิดตลาดที่ระดับ 1.1704/07 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร


สำหรับค่าเงินเยนในวันนี้ (14/11) เปิดตลาดที่ระดับ 113.66/69 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ โดยเงินเยนปรับตัวอ่อนค่าลงจากระดับปิดตลาดเมื่อวันจันทร์ (13/11) ที่ระดับ 113.34/38 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ โดยญี่ปุ่นได้เปิดเผยตัวเลขยอดคำสั่งซื้อเครื่องจักร (ปีต่อปี) แตะระดับร้อยละ 49.9 ปรับตัวสูงขึ้นจากร้อยละ  45 ในเดือนก่อนหน้า ทั้งนี้การเคลื่อนไหวระหว่างวันค่าเงินเยนเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 113.55-113.91 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ระดับ 113.88/89 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ

ดัชนีสำคัญทางเศรษฐกิจในช่วงสัปดาห์นี้ได้แก่ ดัชนีราคาผู้บริโภคสหรัฐ (15/11) ดัชนียอดค้าปลีกของสหรัฐ (15/11) และตัวเลขดุลการค้าของสหภาพยุโรป (15/11)

สำหรับอัตราป้องกันความเสี่ยง (Swap point) ภาคเช้า 1 เดือนในประเทศอยู่ที่ -0.41/-1.00 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ และอัตราป้องกันความเสี่ยง ภาคเช้า 1 เดือนต่างประเทศอยู่ที่ -1.38/-1.1 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ