เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ราคาทองวันนี้ (10 ก.ย. 69) พุ่งขึ้น 350 บาท ทองรูปพรรณ 69,600 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (10 ก.ย. 69) พุ่งขึ้น 350 บาท ทองรูปพรรณ 69,600 บาท
แนวโน้มราคาทองวันนี้ (10 ก.ย. 69) บทวิเคราะห์โดย YLG Bullion
Finance แนวโน้มราคาทองวันนี้ (10 ก.ย. 69) บทวิเคราะห์โดย YLG Bullion
หุ้นไทยเสี่ยงพักฐาน! น้ำมันแตะ 100 ดอลลาร์ โบรกฯชูหุ้นพลังงาน-แบงก์-ประกัน เด่น
Finance หุ้นไทยเสี่ยงพักฐาน! น้ำมันแตะ 100 ดอลลาร์ โบรกฯชูหุ้นพลังงาน-แบงก์-ประกัน เด่น
SMEs ติดหล่มหนี้แบงก์เข้ม-สินเชื่อติดลบ 15 ไตรมาส ธปท.เร่งยกระดับ ‘ค้ำประกัน’
Finance SMEs ติดหล่มหนี้แบงก์เข้ม-สินเชื่อติดลบ 15 ไตรมาส ธปท.เร่งยกระดับ ‘ค้ำประกัน’
Dot Plot ชี้ชะตาราคาทองคำจะขึ้นหรือลง
Finance Dot Plot ชี้ชะตาราคาทองคำจะขึ้นหรือลง
น้ำมันรั่วคลองเตยยังต้องเฝ้าระวัง คพ.พบ VOCs 626 ppm เตรียมตรวจ Oil Fingerprint หาต้นตอ
Economic น้ำมันรั่วคลองเตยยังต้องเฝ้าระวัง คพ.พบ VOCs 626 ppm เตรียมตรวจ Oil Fingerprint หาต้นตอ
ราคาน้ำมันดิบปรับเพิ่ม หลังสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลางสูงขึ้น
Economic ราคาน้ำมันดิบปรับเพิ่ม หลังสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลางสูงขึ้น
“วัชระพล” ลุยกำจัดปลาหมอคางดำ ตั้ง Task Force 21 จังหวัด-ยกระดับคุมสัตว์น้ำต่างถิ่น
Economic “วัชระพล” ลุยกำจัดปลาหมอคางดำ ตั้ง Task Force 21 จังหวัด-ยกระดับคุมสัตว์น้ำต่างถิ่น
GULF-Singtel Group ร่วมมือพัฒนาเคเบิลใต้น้ำเชื่อมไทย-สิงคโปร์
Economic GULF-Singtel Group ร่วมมือพัฒนาเคเบิลใต้น้ำเชื่อมไทย-สิงคโปร์
นับถอยหลัง! CIMBT-GLAND-LRH เทรดวันสุดท้าย 11 ก.ย. ก่อนพ้นตลาดหุ้นพรุ่งนี้
Finance นับถอยหลัง! CIMBT-GLAND-LRH เทรดวันสุดท้าย 11 ก.ย. ก่อนพ้นตลาดหุ้นพรุ่งนี้
ดูทั้งหมด

ค่าเงินบาททรงตัว จับตาประชุมธนาคารกลางยุโรป

18 ก.ค. 2565 | 20:02น.
ธนาคารกลางยุโรป

ค่าเงินบาททรงตัว จับตาประชุมธนาคารกลางยุโรป วันที่ 21 กรกฎาคมนี้ มีแนวโน้มปรับขึ้นดอกเบี้ยครั้งแรกในรอบ 11 ปี  ขณะที่ปัจจัยในประเทศผู้ว่าฯแบงก์ชาติระบุ การขึ้นดอกเบี้ยนโยบายจะเป็นแบบค่อยเป็นค่อยไป ส่วนการอ่อนค่าของเงินบาทเป็นผลมาจากปัจจัยภายนอก

ฝ่ายค้าเงินตราต่างประเทศ ธนาคารกรุงเทพ รายงานว่า สภาวะการเคลื่อนไหวตลาดปริวรรตเงินตราประจำวันจันทร์ที่ 18 กรกฎาคม 2565 ค่าเงินบาทเปิดตลาดเช้าวันนี้ (18/7) ที่ระดับ 36.60/62 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ ทรงตัวจากระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (15/7) ที่ระดับ 36.60/62 บาท

ค่าเงินบาทยังคงเคลื่อนไหวในเชิงอ่อนค่าตามทิศทางเดียวกับภูมิภาค ท่ามกลางแนวโน้มการเร่งคุมเข้มนโยบายการเงินของสหรัฐ โดยในขณะนี้ขนาดการปรับขึ้นดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) กลายเป็นประเด็นหลักที่นักลงทุนเฝ้าติดตาม หลังจากข้อมูลเงินเฟ้อ (ทั้ง CPI และ PPI) เดือนมิถุนายน ปรับตัวสูงขึ้นมากกว่าคาด และทำให้ตลาดเริ่มมีการคาดการณ์ว่า เฟดอาจปรับขึ้นดอกเบี้ยนโยบายถึง 100 basis points หรือ 1%  ในการประชุมรอบ 26-27 กรกฎาคมนี้

โดย FedWatch Tool ของ CME Group บ่งชี้ นักลงทุนให้น้ำหนัก 30% ที่เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 1.00% ในการประชุมวันดังกล่าว และให้น้ำหนัก 70% ที่เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.75% นอกจากนี้ กระทรวงพาณิชย์สหรัฐเปิดเผยตัวเลขยอดค้าปลีกดีดตัวขึ้น 1.0% ในเดือน มิ.ย. เมื่อเทียบรายเดือน สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดไว้ที่ระดับ 0.8% หลังจากลดลง 0.1% ในเดือน พ.ค. และเมื่อเทียบรายปี ยอดค้าปลีกพุ่งขึ้น 9.1% ในเดือน มิ.ย. ซึ่งเป็นการปรับตัวขึ้นมากที่สุดนับตั้งแต่เดือน พ.ย. 2524

โดยยอดค้าปลีกที่พุ่งขึ้นได้รับแรงหนุนจากการดีดตัวขึ้นของราคาพลังงาน และยอดขายรถยนต์ ส่วนยอดค้าปลีกพื้นฐาน ซึ่งไม่รวมยอดขายรถยนต์ น้ำมัน วัสดุก่อสร้าง และอาหาร เพิ่มขึ้น 0.8% หลังจากลดลง 0.3% ในเดือน พ.ค. และมหาวิทยาลัยมิชิแกนเปิดเผยผลสำรวจ ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคสหรัฐปรับตัวขึ้นสู่ระดับ 51.1 ในเดือน ก.ค. โดย สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 50.0

สำหรับปัจจัยภายในประเทศ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ระบุว่าการปรับขึ้นดอกเบี้ยนโยบายจะเกิดขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไป ส่วนการอ่อนค่าของเงินบาทเป็นผลจากปัจจัยภายนอก โดยเฉพาะการแข็งค่าของเงินดอลลาร์ ขณะที่ทางการคาดว่าเงินดอลลาร์อาจกลับมาอ่อนค่าได้หากตัวเลขเศรษฐกิจ และการคาดการณ์ต่อการดำเนินนโยบายของเฟดเริ่มเปลี่ยนไป ทั้งนี้ระหว่างวันค่าเงินบาทเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 36.53-36.63 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ระดับ 36.60/62 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

สำหรับความเคลื่อนไหวของค่าเงินยูโรเปิดตลาดเช้านี้ (18/7) ที่ระดับ 1.0086/88 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร แข็งค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (15/7) ที่ระดับ 1.0037/39 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร หลังจากอ่อนค่าผ่านแนว parity เมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐในสัปดาห์ที่ผ่านมา ท่ามกลางความวิตกกังวลต่อภาวะเศรษฐกิจที่ถดถอยในฝั่งยุโรป

ในขณะที่ตลาดจับตาผลการประชุมธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) ในวันที่ 21 กรกฎาคมนี้ โดยมีแนวโน้มปรับขึ้นดอกเบี้ยเป็นครั้งแรกในรอบ 11 ปี ทั้งนี้ระหว่างวันค่าเงินยูโรเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 1.0079-1.0164 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร และปิดตลาดที่ระดับ 1.0161/63 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร

Advertisement

สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินเยนเปิดตลาดเช้านี้วันนี้ (18/7) ที่ระดับ 138.28/30 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ แข็งค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (15/7) ที่ระดับ 138.76/78 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ หลังดอลลาร์อ่อนค่าจากแรงเทขายทำกำไร และบอนด์ยิลด์สหรัฐที่ปรับตัวลดลงเนื่องจากตลาดรับข่าวการเร่งขึ้นดอกเบี้ยของเฟดในสัปดาห์ที่ผ่านมา และรอติดตามปัจจัยใหม่ในการประชุมเฟดสัปดาห์หน้า ทั้งนี้ระหว่างวันค่าเงินเยนเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 137.90-138.59 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ระดับ 138.25/27 เยน/ดอลาร์สหรัฐ

ตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐที่สำคัญ ได้แก่ ดัชนีตลาดที่อยู่อาศัย ผลสำรวจภาคการผลิตของเฟดสาขาฟิลาเดลเฟีย และดัชนี PMI (เบื้องต้น) เดือน ก.ค. ข้อมูลการเริ่มสร้างบ้าน ยอดขายบ้านมือสองเดือน มิ.ย. และจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์

สำหรับอัตราป้องกันความเสี่ยง (Swap point) ภาคเช้า 1 เดือนในประเทศอยู่ที่ -5.25/-4.75 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ และอัตราป้องกันความเสี่ยง ภาคเช้า 1 เดือนต่างประเทศอยู่ที่ -7.25/-4.5 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ