เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ฮอนด้า เปิดตัว Honda Dax สีใหม่ ORANGINAL ราคา 84,900 บาท
Automotive ฮอนด้า เปิดตัว Honda Dax สีใหม่ ORANGINAL ราคา 84,900 บาท
แนวโน้มราคาทองวันนี้ (21 ต.ค. 69) บทวิเคราะห์โดย YLG Bullion
Finance แนวโน้มราคาทองวันนี้ (21 ต.ค. 69) บทวิเคราะห์โดย YLG Bullion
ADVANC ประกาศเข้าลงทุน ‘SHEN’ บริษัทโฮลดิ้งในสิงคโปร์ ถือหุ้น 49% มูลค่า 1,463 ล้าน
Finance ADVANC ประกาศเข้าลงทุน ‘SHEN’ บริษัทโฮลดิ้งในสิงคโปร์ ถือหุ้น 49% มูลค่า 1,463 ล้าน
ราคาน้ำมันดิบปรับลด ตลาดจับตาผลหารือไกล่เกลี่ยความขัดแย้งในตะวันออกกลาง
Economic ราคาน้ำมันดิบปรับลด ตลาดจับตาผลหารือไกล่เกลี่ยความขัดแย้งในตะวันออกกลาง
บีบยักษ์ค้าปลีกจ่ายเงิน SMEs เร็วขึ้น
Economic บีบยักษ์ค้าปลีกจ่ายเงิน SMEs เร็วขึ้น
ราคาทองวันนี้ (21 ต.ค. 69) ขยับขึ้น 50 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 66,450 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (21 ต.ค. 69) ขยับขึ้น 50 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 66,450 บาท
โลกนี้มีรถบินได้จริง ๆ สักที
Automotive โลกนี้มีรถบินได้จริง ๆ สักที
กสิกรไทย กำไร 9 เดือน เพิ่มขึ้น 3.43% แรงหนุนรายได้ไม่ใช่ดอกเบี้ย
Finance กสิกรไทย กำไร 9 เดือน เพิ่มขึ้น 3.43% แรงหนุนรายได้ไม่ใช่ดอกเบี้ย
นักท่องเที่ยวต่างชาติ 3 ปี ร่วงต่อเนื่อง ‘สทท.-ท่องเที่ยวไทย-จีน’ ชง 8 แนวทางเร่งสร้างเชื่อมั่นตลาดจีน
Business นักท่องเที่ยวต่างชาติ 3 ปี ร่วงต่อเนื่อง ‘สทท.-ท่องเที่ยวไทย-จีน’ ชง 8 แนวทางเร่งสร้างเชื่อมั่นตลาดจีน
หุ้นไทยรีบาวด์จำกัด! InnovestX วางแนวต้าน 1,570 จุด ชู GULF-HANA หุ้นเด่น
Finance หุ้นไทยรีบาวด์จำกัด! InnovestX วางแนวต้าน 1,570 จุด ชู GULF-HANA หุ้นเด่น
ดูทั้งหมด

กรมทางหลวงเผยโครงการทางเลี่ยงเมืองชะอำงบฯ 7,000 ล้าน แบ่งลงทุน 3 ปี

02 พ.ย. 2565 | 14:56น.
ทางเลี่ยงเมืองชะอำ

กรมทางหลวงเผยโครงการสำรวจออกแบบสายเลี่ยงเมืองชะอำ โดยงบประมาณทั้งโครงการ 7,000 ล้านบาท แบ่งการลงทุนก่อสร้างเป็น 3 ปี ปีงบฯ 66 อนุมัติงบฯ 636 ล้านบาท

วันที่ 2 พฤศจิกายน 2565 นายสราวุธ ทรงศิวิไล อธิบดีกรมทางหลวง เปิดเผยว่า กรมทางหลวงได้เร่งโครงการสำรวจและออกแบบปรับปรุงและแก้ไขปัญหาการจราจรบนทางหลวงหมายเลข 37 สายเลี่ยงเมืองชะอำ ตามนโยบายนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม

โครงการดังกล่าวเป็นอีกโครงข่ายหนึ่งที่สำคัญในการเชื่อมโยงการเดินทางระหว่างภาคกลางและภาคใต้ เนื่องจากมีสถานที่สำคัญหลายแห่ง ทั้งพื้นที่ธุรกิจและแหล่งท่องเที่ยวที่สวยงาม โดดเด่น เป็นอัตลักษณ์ระดับนานาชาติ ส่งผลให้มีปริมาณการจราจรหนาแน่น โดยเฉพาะในชั่วโมงเร่งด่วนและในช่วงวันหยุดเทศกาล

ผลการสำรวจข้อมูลปริมาณการจราจรปี พ.ศ. 2563 อยู่ในช่วง 29,000 คัน/วัน เพิ่มขึ้นเป็น 34,900 คัน/วัน ในปี พ.ศ. 2569 และเป็น 53,300 คัน/วัน ในปี พ.ศ. 2587 ประกอบกับปัจจุบันเส้นทางมีขนาด 4 ช่องจราจร (ไป-กลับทิศทางละ 2 ช่องจราจร) รวมทั้งสภาพภูมิประเทศที่เส้นทางตัดผ่านเป็นพื้นที่ราบ เส้นทางส่วนใหญ่อยู่ในพื้นที่นอกเมือง บางช่วงจะมีชุมชน สถานประกอบการและสถานที่ราชการอยู่บริเวณริมเขตทาง

สำนักสำรวจและออกแบบ กรมทางหลวงได้เร่งดำเนินโครงการสำรวจและออกแบบปรับปรุงและแก้ไขปัญหาการจราจรบนทางหลวงหมายเลข 37 สายเลี่ยงเมืองชะอำตามนโยบายของนายศักดิ์สยาม

โดยโครงการดังกล่าวมีระยะทาง 47.348 กิโลเมตร มีจุดเริ่มต้นโครงการที่ กม. 0+000 โดยจุดเริ่มต้นโครงการจะแยกออกจากถนนเพชรเกษม บริเวณทางแยกต่างระดับชะอำมุ่งลงสู่ภาคใต้ (ด้านทิศตะวันตกของชะอำและหัวหิน) ผ่านห้วยตะแปด แยกช้างแทงกระจาด มหาวิทยาลัยศิลปากร แยกวัดห้วยมงคล ที่ว่าการอำเภอหัวหิน บรรจบถนนเพชรเกษม บริเวณทางแยกต่างระดับวังยาวที่ กม.47+348.260 จึงเป็นจุดสิ้นสุดโครงการ

ครอบคลุมพื้นที่ 2 จังหวัด 3 อำเภอ ได้แก่ อำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรี และอำเภอหัวหินและอำเภอปราณบุรี จังหวัดประจวบคีรีขันธ์

รูปแบบทางหลวงของโครงการขยายทางเป็นทางหลวงขนาด 6 ช่องจราจร (ไป-กลับทิศทางละ 3 ช่องจราจร) กว้างช่องละ 3.50 เมตร ไหล่ทางด้านนอกกว้าง 2.50 เมตร ไหล่ทางด้านในกว้าง 1 เมตร แบ่งทิศทางจราจรด้วยเกาะกลางแบบกดเป็นร่อง (Depressed Median) กว้าง 10.60 เมตร และติดตั้งคอนกรีตแบริเออร์ (Concrete Barrier) บริเวณขอบไหล่ทางด้านในทั้งสองฝั่ง

รูปแบบทางแยกต่างระดับตลอดเส้นทางโครงการมีทางแยกสำคัญที่ทางหลวงโครงการตัดกับถนนของกรมทางหลวงชนบทและถนนท้องถิ่น ซึ่งได้ออกแบบเป็นทางแยกต่างระดับจำนวน 6 แห่ง โดยรูปแบบเป็นทางลอดและวงเวียนทางกลับรถบริเวณใต้สะพาน

1) ทางแยกต่างระดับคลองชลประทานที่ กม.2+111.476 (จุดตัดถนนเลียบคลองชลประทาน)

2) ทางแยกต่างระดับห้วยตะแปดที่ กม.10+530.384 (จุดตัดทางหลวงชน บท พบ.1001)

3) ทางแยกต่างระดับช้างแทงกระจาดที่ กม.16+838.098 (จุดตัดทางหลวงชน บท พบ.1010)

4) ทางแยกต่างระดับมหาวิทยาลัยศิลปากรที่ กม.19+450.735 (จุดตัดถนนท้องถิ่น)

5) ทางแยกต่างระดับที่ว่าการอำเภอหัวหินที่ กม.33+989.081 (จุดตัดทางหลวงชนบท ปช.2043)

6) ทางแยกต่างระดับหนองไผ่ที่ กม.39+173.753 (จุดตัดทางหลวงชนบท ปช.2030)

สำหรับการออกแบบจัดการจราจรท้องถิ่นและการกลับรถได้พิจารณาจากความต้องการในการใช้จุดกลับรถของประชาชนเป็นหลัก โดยมีรูปแบบจุดกลับรถและตำแหน่งจุดกลับรถ ดังนี้

รูปแบบที่ 1 รูปแบบจุดกลับรถแบบสะพานบก เป็นการก่อสร้างสะพานบกบนทางหลวงโครงการให้ถนนท้องถิ่นลอดผ่านและกลับรถ ออกแบบให้มีความสูงเพียงพอที่รถประเภทต่าง ๆ สามารถลอดผ่านได้ เพื่อให้ประชาชนใช้งานได้สะดวกและปลอดภัย มีจำนวน 11 แห่ง คือ

1) กม.3+388.809 (หุบกะพง)
2) กม.5+000 (ถนนท้องถิ่นไปวัดหุบกะพง)
3) กม.6+600 (จุดกลับรถเดิม)
4) กม.8+115 (ช.บ่อแขม)

5) กม.13+440.944 (ศูนย์พัฒนาห้วยทราย)
6) กม.14+906 (ทางเข้า บ.หนองข้าวนก)
7) กม.21+650 (วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีเพชรบุรี)
8) กม.23+496.412 (ถนนท้องถิ่นไปบ้านสามพันนาม)

9) กม.25+428.725 (ซ.วัดวังโบสถ์/สวนน้ำ Black Moutain)
10) กม.36+650 (ทางเข้าอ่างเก็บน้ำปราณบุรี)
11) กม.41+974.850 (ทางเข้า บ.ทุ่งเสือนอน)

รูปแบบที่ 2 จุดกลับรถใต้สะพานข้ามคลอง เป็นการก่อสร้างจุดกลับรถใต้สะพานข้ามคลอง ซึ่งจะช่วยให้ประชาชนในท้องถิ่นใช้ระบบกลับรถในโครงการให้มีความปลอดภัยขึ้น มี 4 แห่งคือ 1) กม.11+427.731 (ห้วยตะแปด) 2) กม.18+768 (ห้วยมะกอก) 3) กม.31+804.200 (ห้วยหอย) 4) กม.43+351.448 (ห้วยนาตะคลอง)

รูปแบบที่ 3 จุดกลับรถแบบท่อลอดเหลี่ยม ได้ออกแบบตามข้อเสนอแนะของประชาชนเพื่อลดผลกระทบสิ่งแวดล้อม โดยได้ออกแบบให้รถขนาดเล็ก รถจักรยานยนต์ สามารถลอดผ่านได้รวมถึงเป็นทางเดินลอดของสัตว์เลี้ยงในพื้นที่โครงการด้วย มี 2 แห่งคือ 1) กม.24+050 (บ.สามพันนาม) 2) กม.32+325 (บ.เขาเสวยราชย์)

นอกจากนี้ได้ออกแบบปรับภูมิทัศน์บริเวณทางแยกต่างระดับบริเวณวงเวียนเพื่อให้เกิดความร่มรื่นและสวยงาม รวมถึงได้ออกแบบเกาะและทางเดินลอดใต้สะพานเป็นพื้นคอนกรีตพิมพ์ลาย (Stamped Concrete) ให้มีสีสันสวยงาม

ปัจจุบันออกแบบรายละเอียดแล้วเสร็จ ใช้วงเงินงบประมาณก่อสร้างทั้งโครงการประมาณ 7,000 ล้านบาท

ในปีงบประมาณ 2566 กรมทางหลวงได้รับงบประมาณก่อสร้างในส่วนของทางแยกต่างระดับจำนวน 2 แห่ง คือ แยกห้วยตะแปด จำนวน 50 ล้านบาท และแยกช้างแทงกระจาด 56 ล้านบาท ซึ่งแยกห้วยตะแปดงบประมาณก่อสร้าง 250 ล้านบาท และแยกช้างแทงกระจาด งบประมาณ 280 ล้านบาท

ส่วนที่เหลือจะดำเนินการในปีงบประมาณ 2567 และปีงบประมาณ 2568 โดยใช้เวลาก่อสร้างประมาณ 3 ปี

เมื่อโครงการแล้วเสร็จจะช่วยแก้ไขปัญหาการจราจรสายหลักและเชื่อมโยงโครงข่ายการคมนาคมขนส่งในอนาคตระหว่างภูมิภาค สนับสนุนยุทธศาสตร์การพัฒนาพื้นที่ภาคใต้ตอนบนซึ่งเป็นเมืองเป้าหมายด้านเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวที่สำคัญอย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืนตามแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 13 (พ.ศ. 2566-2570) ยกระดับถนนปลอดภัยและยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชนให้ได้รับความสะดวก รวดเร็ว ปลอดภัย

เพราะหากระบบคมนาคมขนส่งมีประสิทธิภาพจะเป็นกลไกและเครื่องมือที่สำคัญในการขับเคลื่อนระบบเศรษฐกิจของประเทศนำไปสู่การพัฒนาที่ยั่งยืนตามนโยบายของรัฐบาลและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม

แท็กที่เกี่ยวข้อง

กรมทางหลวง เพชรบุรี