กทม.เปิดจุดฉีดวัคซีนนอก รพ. 22 พ.ค. เพิ่มอีก 14 แห่ง

กทม.เปิดจุดฉีดวัคซีนนอกโรงพยาบาล 22 พ.ค. 2564 เพิ่มอีก 14 แห่ง ปลายเดือนนี้ครบ 25 แห่ง

วันที่ 16 พฤษภาคม 2564 พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พร้อมด้วยคณะผู้บริหารกรุงเทพมหานคร ตรวจเยี่ยมการฉีดวัคซีนกลุ่มคนขับรถขนส่งสาธารณะ หน่วยความร่วมมือบริการฉีดวัคซีนโควิด-19 กรุงเทพมหานคร-หอการค้าไทย ณ บริเวณชั้น 3 sky Hall ศูนย์การค้าเซ็นทรัลลาดพร้าว โดยมีผู้บริหารสำนักอนามัย คณะผู้บริหารเขต ผู้บริหารบริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) และผู้ที่เกี่ยวข้อง ร่วมให้ข้อมูล

ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เปิดเผยว่า สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 กทม.ได้ตรวจเชิงรุกและเร่งฉีดวัคซีนเพื่อลดอัตราการติดเชื้อและความรุนแรงของผู้ป่วยหากติดเชื้อ โดยได้จัดสถานที่ฉีดวัคซีนนอกโรงพยาบาล หรือ “หน่วยความร่วมมือบริการฉีดวัคซีนโควิด-19 กรุงเทพมหานคร-หอการค้าไทย” รวม 25 แห่งทั่วพื้นที่กรุงเทพมหานคร

สำหรับบริเวณชั้น 3 sky Hall ศูนย์การค้าเซ็นทรัลลาดพร้าว เปิดให้บริการตั้งแต่ 12 พ.ค. 2564 โดยมีเป้าหมายวันละ 1,200 คนต่อวัน สำหรับกลุ่มผู้เข้ารับการบริการฉีดวัคซีนในวันนี้จะเป็นกลุ่มคนขับรถขนส่งสาธารณะ ขสมก. กรมขนส่งทางบก ที่ให้บริการประชาชนเป็นจำนวนมาก ซึ่งเป็นกลุ่มเป้าหมายที่สำนักอนามัยได้นำเข้าข้อมูลไว้ในระบบของ กทม.

และต่อไปจะให้บริการวัคซีนบุคลากรส่วนหน้า ผู้ที่ขับรถยนต์สาธารณะ พนักงานเก็บค่าโดยสารสาธารณะ จากบริษัทขนส่งต่าง ๆ ซึ่งมีประมาณ 7,000 คน รวมถึงจะฉีดวัคซีนให้กับพนักงานเก็บขน เก็บกวาด จากสำนักงานเขต คนขับแท็กซี่ วินรถจักรยานยนต์ พนักงานขนส่งอาหารต่าง ๆ ผู้มีอาชีพผู้ดูแลผู้สูงอายุ และเจ้าหน้าที่ศูนย์รับเลี้ยงเด็กเล็ก เป็นต้น

นอกจากนี้เนื่องจากใกล้เปิดภาคเรียนเป้าหมายต่อไปคือบุคลากรครู ไม่ใช่เฉพาะครูในสังกัด กทม. เท่านั้น แต่เป็นบุคลากรครูในกรุงเทพฯ ทั้งหมดจากทุกหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชน ซึ่งมีประมาณ 170,000 คน ที่ต้องได้รับการฉีดวัคซีน

ส่วนกลุ่มอาชีพเสี่ยงอื่น ๆ จะได้รับการพิจารณาให้ได้รับวัคซีนในลำดับถัดมา ขึ้นอยู่กับปริมาณวัคซีนที่ได้รับจัดสรร โดย กทม.จะประชาสัมพันธ์แจ้งให้ทราบเป็นระยะตามปริมาณวัคซีนที่ได้รับ เพื่อให้ทุกคนได้รับการฉีดวัคซีนทั้งหมดตามที่ได้รับนโยบายจาก พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม

สำหรับการฉีดวัคซีนนอกโรงพยาบาล ตั้งแต่วันที่ 12 พ.ค. 64 จากสถานที่ 3 แห่ง ประกอบด้วย เซ็นทรัลลาดพร้าว เดอะมอลล์ บางกะปิ และสามย่านมิตรทาวน์ ข้อมูล ณ วันที่ 16 พ.ค. 64 เวลา 10.00 น. มียอดรวมผู้ฉีดวัคซีนแล้ว 4,533 คน

ส่วนยอดผู้รับวัคซีนโควิด-19 ในพื้นที่กรุงเทพฯ มีจำนวน 438,529 โดส แบ่งเป็น เข็มที่ 1 จำนวน 188,358 ราย และครบ 2 เข็ม จำนวน 125,072 ราย (ข้อมูล ณ วันที่ 16 พ.ค. 64 เวลา 08.00 น.)

ทั้งนี้ กทม.ยังได้เร่งขยายสถานที่ฉีดวัคซีนนอกโรงพยาบาล โดยในวันที่ 22-23 พ.ค. 64 จะเปิดให้บริการ 14 แห่ง และปลายเดือน พ.ค.64 จะเพิ่มเป็น 25 แห่งทั่วพื้นที่กรุงเทพฯ เพื่ออำนวยความสะดวกให้ประชาชนในการเดินทางมาฉีด

ประกอบด้วย 1. มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย 2. โรงพยาบาลสถาบันโรคไตภูมิราชนครินทร์ 3. SCG บางซื่อ 4. เซ็นทรัลลาดพร้าว 5. SCB สำนักงานใหญ่ 6. มหาวิทยาลัยศรีปทุม 7. เซ็นทรัลเฟสติวัล อีสต์วิลล์ 8. เซ็นทรัล ปิ่นเกล้า 9. ไอคอนสยาม 10. โลตัส ปิ่นเกล้า 11. PTT Station พระราม 2

12. เดอะมอลล์ บางแค 13. บิ๊กซี บางบอน 14. สามย่านมิตรทาวน์ 15. ธัญญาพาร์ค 16. True Digital Park 17. เอเชียทีค 18. เซ็นทรัลเวิลด์ 19. สยามพารากอน 20. โลตัส พระราม 4 21. เอ็มโพเรียม 22. เดอะมอลล์ บางกะปิ 23. โรบินสัน ลาดกระบัง 24. และ 25. บิ๊กซี ร่มเกล้า

โดยมีเป้าหมายในการฉีดแห่งละ 1,000-3,000 คนต่อวัน คาดว่าให้บริการ 38,000-50,000 คน/วัน ยังมีการฉีดในโรงพยาบาลอีก 126 แห่ง ให้กับผู้สูงอายุ กลุ่มผู้ป่วยโรคเรื้อรัง 7 กลุ่มโรค วันละ 30,000 คน รวมแล้วจะฉีดให้ได้วันละ 80,000 คน ซึ่งจะจัดบริการฉีดวัคซีนทันทีที่ได้รับจัดสรรวัคซีนและฉีดต่อเนื่อง 7 เดือนให้ประชาชนได้รับวัคซีนอย่างทั่วถึง และรวดเร็วเพื่อเร่งควบคุมการแพร่ระบาด

ซึ่งในขณะนี้ยังไม่ได้เปิดรับประชาชนทั่วไปที่ walk in เข้ามาที่จุดบริการฉีดวัคซีนฯ โดยคาดว่าเมื่อ กทม.ได้รับการจัดสรรวัคซีนจากรัฐบาลแล้ว ตั้งแต่เดือน มิ.ย. 2564 เป็นต้นไปจะสามารถให้บริการฉีดวัคซีนให้ประชาชนได้กว่า 1 ล้านคนต่อเดือน


เตรียมพร้อมก่อนฉีดวัคซีน

อนึ่ง กรุงเทพมหานครขอความร่วมมือให้ประชาชนที่เข้ามารับบริการฉีดวัคซีนเตรียมตัวเองให้พร้อมเพื่อความสะดวกรวดเร็วในการรับบริการ ดังนี้

1. รับประทานอาหารมาให้พร้อม โดยที่ไม่ต้องอดอาหารมาก่อนรับบริการฉีดวัคซีน

2. ดื่มน้ำมาให้เพียงพอเนื่องจากสถานที่ที่ให้บริการฉีดวัคซีนไม่อนุญาตให้นำเครื่องดื่มและอาหารเข้าไปได้ รวมถึงไม่อนุญาตให้ถอดหน้ากากอนามัย

3. ดาว์นโหลด แอปพลิเคชั่น “หมอพร้อม” และลงทะเบียนมาก่อนล่วงหน้าเพื่อความสะดวกในการรับบริการ หากไม่สามารถดาวน์โหลดได้จะมีเจ้าหน้าที่อำนวยความสะดวก ณ จุดบริการ

4. นำบัตรประชาชนติดตัวมาแสดงต่อเจ้าหน้าที่ทุกครั้ง โดยในส่วนของประชาชนประชาชนที่มีอายุ 60 ปี ขึ้นไป และผู้ป่วยที่มีโรคประจำตัว 7 กลุ่มโรคที่ประสงค์รับบริการวัคซีน ให้ลงทะเบียนผ่าน Line Offical Account (Line OA) และ Mobile Application “หมอพร้อม” ตั้งแต่ 7 มิ.ย. 64 เป็นต้นไป

หากไม่สามารถลงทะเบียนได้ สามารถลงทะเบียนได้ที่ศูนย์ BFC ณ โรงพยาบาลสังกัดสำนักการแพทย์ทั้ง 11 แห่ง หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สายด่วนสำนักการแพทย์ 1646

ไม่พลาดข่าวสำคัญ เจาะลึกทุกประเด็น
เพิ่มเราเป็นเพื่อนทาง @prachachat

ติดตามข่าวธุรกิจ