เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ไทยส่งออกผลไม้ไปจีน 7 เดือนกว่า 5.2 พันล้านดอลลาร์ พาณิชย์ เร่งต่อยอดตลาดใหม่
Economic ไทยส่งออกผลไม้ไปจีน 7 เดือนกว่า 5.2 พันล้านดอลลาร์ พาณิชย์ เร่งต่อยอดตลาดใหม่
วันต่อต้านคอร์รัปชัน 2569 ปลุกพลัง “โกงได้…แก้ได้”เปิดข้อมูล 89% ปัญหาโกงฉุดพัฒนาประเทศ
Economic วันต่อต้านคอร์รัปชัน 2569 ปลุกพลัง “โกงได้…แก้ได้”เปิดข้อมูล 89% ปัญหาโกงฉุดพัฒนาประเทศ
ทุเรียนขึ้นแท่นสินค้าใช้สิทธิ FTA สูงสุด ครึ่งปีแรกเกษตร-อาหารแตะ 1.31 หมื่นล้านดอลลาร์
Economic ทุเรียนขึ้นแท่นสินค้าใช้สิทธิ FTA สูงสุด ครึ่งปีแรกเกษตร-อาหารแตะ 1.31 หมื่นล้านดอลลาร์
DITP เปิดเกมเยอรมนี ดัน “เกมไทย-อาหารไทย” เจาะตลาดโลก
Economic DITP เปิดเกมเยอรมนี ดัน “เกมไทย-อาหารไทย” เจาะตลาดโลก
พาณิชย์พาศิลปินไทยบุก Kiaf SEOUL ดัน “ลิขสิทธิ์ศิลปะ” สู่สินทรัพย์โลก
Economic พาณิชย์พาศิลปินไทยบุก Kiaf SEOUL ดัน “ลิขสิทธิ์ศิลปะ” สู่สินทรัพย์โลก
‘อ.ธนาธร’ ชำแหละมายาคติ AI ชี้โจทย์ใหญ่ปฏิรูปราชการไม่ใช่ “แทนคน” แต่คือ “รีดีไซน์ระบบ”
Uncategorized ‘อ.ธนาธร’ ชำแหละมายาคติ AI ชี้โจทย์ใหญ่ปฏิรูปราชการไม่ใช่ “แทนคน” แต่คือ “รีดีไซน์ระบบ”
‘สามชาย’ ชำแหละแผนปฏิรูปข้าราชการ ชง 3 ยุทธศาสตร์ รื้อระบบจ้างงาน-เลิกลดคนแบบฉาบฉวย
Politics ‘สามชาย’ ชำแหละแผนปฏิรูปข้าราชการ ชง 3 ยุทธศาสตร์ รื้อระบบจ้างงาน-เลิกลดคนแบบฉาบฉวย
“อัทธ์” เสนอ 8 แนวทางคุมดาต้าเซ็นเตอร์ ห้ามแย่งไฟ-น้ำประชาชน
Economic “อัทธ์” เสนอ 8 แนวทางคุมดาต้าเซ็นเตอร์ ห้ามแย่งไฟ-น้ำประชาชน
BKP-สมาคมส่งออกถั่วเหลืองสหรัฐ” ลงนาม MOU ขยายความร่วมมือความยั่งยืน
Business BKP-สมาคมส่งออกถั่วเหลืองสหรัฐ” ลงนาม MOU ขยายความร่วมมือความยั่งยืน
LHMH รุกขยายพอร์ตโรงแรม ทุ่ม 4.3 พันล้านเปิดแบรนด์ “วอยาจ” บูมพัทยา
Business LHMH รุกขยายพอร์ตโรงแรม ทุ่ม 4.3 พันล้านเปิดแบรนด์ “วอยาจ” บูมพัทยา
ดูทั้งหมด

ป่วยไบโพลาร์ ใช้อ้างพ้นผิดได้หรือไม่ ?

31 ส.ค. 2564 | 14:26น.
โจ้

ทำความรู้จักอาการป่วย “ไบโพลาร์” ซึ่งกำลังถูกพูดถึงในคดี “ผู้กำกับโจ้” กรณีที่มีผู้สงสัยว่า จะถูกนำมาใช้อ้างให้พ้นผิดได้หรือไม่ ? 

วันที่ 31 สิงหาคม 2564 กรณี พ.ต.อ.ธิติสรรค์ อุทธนผล หรือผู้กำกับโจ้ อดีตผู้กำกับ สภ.เมืองนครสวรรค์ และ พวกอีก 7 คน ถูกจับกุม หลังมีพฤติการณ์ร่วมกันทำร้ายร่างกายโดยการทรมาน นายจิระพงศ์ ธนะพัฒน์ ผู้ต้องหาคดียาเสพติดจนถึงแก่ชีวิต

ต่อมามีกระแสข่าวว่า อดีตผู้กำกับโจ้ ป่วยเป็นไบโพลาร์ ทำให้มีความกังวลในสังคมว่าประเด็นนี้อาจถูกนำมาใช้ต่อสู้ในชั้นศาลได้หรือไม่

“ประชาชาติธุรกิจ” ชวนผู้อ่านทำความรู้จักโรคดังกล่าว ก่อนจะหาคำตอบว่าในทางกฎหมายว่าจะสามารถใช้กล่าวอ้างเพื่อพ้นความผิดได้หรือไม่ ?

รู้จัก โรคไบโพลาร์

องค์การอนามัยโลก (World Health Organization : WHO) ระบุว่า โรคโรคไบโพลาร์ หรือโรคอารมณ์แปรปรวน เป็นโรคที่มีดัชนีการสูญเสียสุขภาวะด้านความพิการสูงเป็นอันดับ 3 ในกลุ่มโรคจิตเวชและยังพบว่า ยังมีความเสี่ยงสูงต่อการฆ่าตัวตายมากกว่าโรคจิตเวชอื่น ๆ

อัตราการเกิดโรคครั้งแรก พบบ่อยที่สุดที่ช่วงอายุ 15-19 ปี รองลงมา คือ อายุ 20-24 ปี โดยกว่าครึ่งหนึ่งของผู้ป่วยจะมีอาการครั้งแรกก่อนอายุ 20 ปี อีกทั้งโรคอารมณ์แปรปรวน ถือเป็นโรคที่มีการดำเนินโรคในระยะยาวเรื้อรัง และเป็นโรคที่มีโอกาสกลับเป็นซ้ำได้สูง ประมาณร้อยละ 70-90

อาการ 2 ขั้ว ในผู้ป่วยไบโพล่าร์

กรมสุขภาพจิต ให้ข้อมูลไว้ว่า อาการของโรคไบโพลาร์ ถูกแบ่งออกเป็น 2 ขั้วหลัก โดยขั้วแรก คือ ภาวะคุ้มคลั่ง (Manic Episode) ผู้ป่วยจะมีอารมณ์ดี สนุกสนาน คึกคักเกินเหตุ เชื่อมั่นในตัวเองสูง ขยันสุด ๆ ชอบพูดคุย เสียงดัง คิดเร็ว ทำเร็ว หรือฉุนเฉียว ก้าวร้าว

ในทางกลับกันอีกขั้วหนึ่ง คือ ภาวะซึมเศร้า (Depressive Episode) ผู้ป่วยจะขาดความมั่นใจในตัวเอง ไม่กล้าคิดตัดสินใจ ไม่ใส่ใจดูแลตัวเอง อ่อนเพลีย ป่วยบ่อย ๆ แต่หาสาเหตุไม่เจอ เก็บตัว ไม่เห็นคุณค่าของตัวเอง หมดหวังกับชีวิต

ป่วยโรคไบโพล่าร์ ใช้อ้างพ้นผิดได้หรือไม่ ?

ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 65 ควบคุมดูแลและให้การคุ้มครองผู้กระทำผิดที่จิตไม่ปกติ ระบุไว้ว่า

“ผู้ใดกระทำความผิดในขณะไม่สามารถรู้ผิดชอบ หรือไม่สามารถบังคับตนเองได้ เพราะมีจิตบกพร่อง โรคจิตหรือจิตฟั่นเฟือน ผู้นั้นไม่ต้องรับโทษสำหรับความผิดนั้น”

“แต่ถ้าผู้กระทำความผิดยังสามารถรู้ผิดชอบอยู่บ้าง หรือยังสามารถบังคับตนเองได้บ้าง ผู้นั้นต้องรับโทษสำหรับความผิดนั้น แต่ศาลจะโทษน้อยกว่าที่กฎหมายกำหนดไว้สำหรับความผิดเพียงใดก็ได้”

ทั้งนี้ ผู้ป่วยที่กระทำความผิด จะได้รับโทษเพียงใดนั้น ขึ้นอยู่ที่ขณะที่ผู้ป่วยกระทำความผิดว่า มีอาการป่วยอยู่ระดับใด รุนแรงเพียงใด ซึ่งจะต้องไปพิสูจน์อีกครั้งชั้นศาล ตามการรายงานข้อมูลของทนายรัชพล ศิริสาคร ผ่านเฟซบุ๊กเพจ สายตรงกฎหมาย 

ขณะที่ พล.ต.ต.สุวัฒน์ แสงนุ่ม ผู้บังคับการปราบปราม (ผบก.ป.) เผยว่า กระแสข่าวที่อดีต ผกก.โจ้ ป่วยเป็นโรคไบโพลาร์นั้น ขึ้นอยู่กับพยานหลักฐานว่าเป็นก่อนหรือหลัง มีการรักษาตัวหรือไม่ การจะมากล่าวอ้างแบบเลื่อนลอยไม่มีน้ำหนักในทางคดี

พล.ต.ต.สุวัฒน์ กล่าวถึงกรณีเรื่องคนนำคลิปเหตุการณ์ขณะทำร้ายผู้ต้องหาบนโรงพักมาปล่อยว่า อยู่ระหว่างการตรวจสอบ ยังไม่สามรถบอกได้ว่าเป็นคนในหรือคนนอก เพราะมีทั้งคนนอกอาจเอามาปล่อยก็ได้ แม้เรื่องจะเกิดขึ้นภายในโรงพัก แต่ยืนยันการสอบสวนหากไม่พบคนปล่อยคลิปก็สามารถดำเนินคดีได้ หากคลิปดังกล่าวไม่ตัดต่อก็ถือเป็นหลักฐานที่สำคัญและสมบูรณ์ในการดำเนินคดี ตามรายงานของข่าวสด 

ประเมินอาการผู้ป่วยทางจิตก่อนต่อสู้คดี

พระราชบัญญัติสุขภาพจิต พ.ศ. 2551 มาตรา 35 ภายใต้บังคับมาตรา 14 วรรคหนึ่ง แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาให้พนักงานสอบสวนหรือศาลส่งผู้ต้องหาหรือจำเลยไปรับการตรวจที่สถานบำบัดรักษาพร้อมทั้งรายละเอียดพฤติการณ์แห่งคดี

เมื่อสถานบำบัดรักษารับผู้ต้องหาหรือจำเลยไว้แล้ว ให้จิตแพทย์ตรวจวินิจฉัยความผิดปกติทางจิตและทำ ความเห็นเพื่อประกอบการพิจารณาของพนักงานสอบสวนหรือศาลว่า ผู้ต้องหาหรือจำเลยสามารถต่อสู้คดีได้หรือไม่

แล้วรายงานผลการตรวจวินิจฉัยและประเมินความสามารถในการต่อสู้คดีให้พนักงานสอบสวนหรือศาลทราบภายใน 45 วันนับแต่วันที่ได้รับผู้ต้องหาหรือจำเลยไว้ และอาจขยายระยะเวลาได้อีกไม่เกิน 45 วันเพื่อประโยชน์ในการประเมินความสามารถในการต่อสู้คดีให้สถานบำบัดรักษามีอำนาจเรียกเอกสารที่เกี่ยวข้องกับผู้ต้องหาหรือจำเลยจากสถานพยาบาลอื่นได้

แม้จะมีกฎหมายที่ใช้พิจารณาความผิดกับผู้ป่วยที่มีจิตไม่ปกติอย่างชัดเจน แต่คงต้องรอติดตามต่อไปว่า อดีตผู้กำกับโจ้ จะมีหลักฐานมายืนยันและนำมาต่อสู้ในชั้นศาลหรือไม่ 

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ผู้กำกับโจ้ โรคไบโพลาร์