เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ASW ร่วมทุน ‘ญี่ปุ่น’ ผุดแคมปัสคอนโดฯ ย่านเกษตร
Real Estate ASW ร่วมทุน ‘ญี่ปุ่น’ ผุดแคมปัสคอนโดฯ ย่านเกษตร
มธ. เปิดสมัครแข่งล่ามระดับชาติ “TNIC 2027” สมัครฟรี! เฟ้นตัวแทนไทยลุยศึกมาเลเซีย
Biz Movement มธ. เปิดสมัครแข่งล่ามระดับชาติ “TNIC 2027” สมัครฟรี! เฟ้นตัวแทนไทยลุยศึกมาเลเซีย
พระราชินี ทอดพระเนตร การแข่งขันฮอกกี้น้ำแข็งระหว่างญี่ปุ่น-เกาหลี
ข่าวในพระราชสำนัก พระราชินี ทอดพระเนตร การแข่งขันฮอกกี้น้ำแข็งระหว่างญี่ปุ่น-เกาหลี
5 คำถามเปลี่ยนมุมคิด ช่วย SMEs มองเห็นโอกาสเติบโต
Finance 5 คำถามเปลี่ยนมุมคิด ช่วย SMEs มองเห็นโอกาสเติบโต
MJets ชี้ความสำเร็จ มาจาก ‘คนเบื้องหลัง’
Business MJets ชี้ความสำเร็จ มาจาก ‘คนเบื้องหลัง’
ททท. บูมเที่ยวในประเทศรับ Q4 7 แอร์ไลน์ลดค่าตั๋ว 500-เปย์บัสละ 4 หมื่น
Business ททท. บูมเที่ยวในประเทศรับ Q4 7 แอร์ไลน์ลดค่าตั๋ว 500-เปย์บัสละ 4 หมื่น
140 ปีสัมพันธ์ไทย-ญี่ปุ่น 40 บริษัทปักฐานแน่น ชู ‘เชียงใหม่ ลำพูน’ ฐานผลิตอิเล็กทรอนิกส์
เศรษฐกิจภูมิภาค 140 ปีสัมพันธ์ไทย-ญี่ปุ่น 40 บริษัทปักฐานแน่น ชู ‘เชียงใหม่ ลำพูน’ ฐานผลิตอิเล็กทรอนิกส์
‘ฟิตเนสเฟิรส์ท’ ลงทุนใหญ่รอบ 7 ปี ทุ่ม 330 ล้านลุยปักธง-รีโนเวตสาขา
Business ‘ฟิตเนสเฟิรส์ท’ ลงทุนใหญ่รอบ 7 ปี ทุ่ม 330 ล้านลุยปักธง-รีโนเวตสาขา
กระทรวงเกษตรฯ ถก ธนาคารโลก-เอดีบี บริหารน้ำเจ้าพระยาฝั่งตะวันออก
Economic กระทรวงเกษตรฯ ถก ธนาคารโลก-เอดีบี บริหารน้ำเจ้าพระยาฝั่งตะวันออก
Bangkok Blueprint in Action ตกผลึกต้านภัยการเงินดิจิทัลสู่พิมพ์เขียว
Finance Bangkok Blueprint in Action ตกผลึกต้านภัยการเงินดิจิทัลสู่พิมพ์เขียว
ดูทั้งหมด

CRC ก้าวข้ามปัจจัยลบ โฟกัสธุรกิจ-เจาะลูกค้ากระเป๋าหนัก

15 ก.พ. 2567 | 14:57น.
ญนน์ โภคทรัพย์
สัมภาษณ์

ปี 2567 นี้มีแนวโน้มจะยังเป็นอีกปีที่ท้าทายสำหรับธุรกิจค้าปลีกของไทย ด้วยปัจจัยลบทั้งภายในและนอกประเทศ ไม่ว่าเป็นเศรษฐกิจ กำลังซื้อ สถานการณ์การเมืองระหว่างประเทศ รวมถึงการรุกตลาดของสินค้าจีน ทำให้ผู้ค้าต้องหาทางปรับตัวรับมือและชิงความได้เปรียบในการแข่งขัน

“ประชาชาติธุรกิจ” ได้ร่วมสัมภาษณ์ “ญนน์ โภคทรัพย์” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เซ็นทรัลรีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ CRC เกี่ยวกับความท้าทายและโอกาสในธุรกิจค้าปลีกทั้งไทยและโลก รวมถึงแนวคิดการบริหารเพื่อรับมือกับความท้าทายและความได้เปรียบ

ค้าปลีกไทยเสี่ยงโตต่ำกว่าจีดีพี

“ญนน์” ฉายภาพว่า ในปี 2567 นี้ธุรกิจค้าปลีกไทยและทั่วโลกยังท้าทายและมีความไม่แน่นอนหลายด้าน ทั้งจากปัจจัยภายนอกและภายในประเทศ ธุรกิจจึงต้องใช้ความระมัดระวังในการบริหารจัดการและวางแผนใช้เม็ดเงินลงทุน

โดยปัจจัยหลักที่ต้องจับตามองก็คือ สภาพเศรษฐกิจโลกที่เติบโตช้า เนื่องจากหลายประเทศและภูมิภาคยังมีปัญหาภายใน เช่น ปัญหาวงการอสังหาริมทรัพย์ในจีน ซึ่งฝังรากลึกและยังไม่มีทีท่าว่าจะคลี่คลาย ขณะเดียวกันยังมีความตึงเครียดในระดับภูมิภาค ทั้งด้านการเมืองและเศรษฐกิจ เช่น การค้าระหว่างจีน-สหรัฐอเมริกา ปัจจัยเหล่านี้ส่งผลกระทบต่อไทย ซึ่งเป็นคู่ค้าอย่างเลี่ยงไม่ได้

ส่วนปัจจัยภายในประเทศไทยเองก็มีทั้งปัญหาด้านเศรษฐกิจและกำลังซื้อ หลังการฟื้นตัวจากช่วงโควิดค่อนข้างช้ากว่าประเทศอื่น ๆ สะท้อนจากปีที่แล้ว ซึ่งเศรษฐกิจเติบโตต่ำกว่า 3% แม้การระบาดจะจบลงไปแล้วก็ตาม

นอกจากนี้ยังต้องเผชิญกับการทุ่มตลาดของจีน ซึ่งใช้ความได้เปรียบด้านต้นทุนการผลิตจากสถานะผู้ผลิตรายใหญ่ และข้อตกลงยกเว้นภาษีนำเข้าส่งสินค้าราคาถูกมาวางขายในไทยผ่านแพลตฟอร์มมาร์เก็ตเพลซต่าง ๆ จนทำให้เม็ดเงินถึง 2 ใน 3 ของมูลค่าค้าปลีกออนไลน์กว่าแสนล้านไหลออกนอกประเทศไป

ปัจจัยเหล่านี้ต่างกดดันให้ปี 2567 นี้ตลาดค้าปลีกของไทยมูลค่าประมาณ 4 ล้านล้านบาท มีความเสี่ยงจะเติบโตต่ำกว่าจีดีพีหรือโตประมาณ 2-3% เท่านั้น

อย่างไรก็ตาม หากสามารถใช้โอกาสที่มี อย่างความเชื่อมั่นของผู้บริโภค ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ย กลุ่มผู้บริโภคที่ยังมีกำลังซื้อ และการเพิ่มขึ้นของนักท่องเที่ยวต่างชาติที่อย่างมีประสิทธิภาพเพียงพอ ก็มีโอกาสที่ค้าปลีกไทยจะสามารถเติบโตเท่าหรือสูงกว่าจีดีพีได้

โฟกัสธุรกิจ-เข้มงวดการใช้งบฯ

แม่ทัพใหญ่ เซ็นทรัลรีเทล กล่าวต่อไปว่า เพื่อรับมือความท้าทายและใช้ประโยชน์จากโอกาสที่มีในตลาด ปี 2567 นี้จะมุ่งเสริมแกร่งธุรกิจหลักที่มีกำลังเติบโตหรือมีโอกาสเติบโตสูง ทั้งฝั่งลูกค้าทั่วไปและลูกค้าผู้ประกอบการ, บริหารต้นทุนและงบฯ แบบเน้นประสิทธิภาพสูงสุด พร้อมต่อยอดธุรกิจอื่น ๆ นอกจากค้าปลีก

พร้อมวางเป้าหมายรายได้เติบโต 9-11% ส่วนกำไรก่อนหักภาษี หรือ EBITDA เติบโต 15-17% โดยจะใช้งบฯลงทุน 22,000-24,000 ล้านบาท

โดยจะโฟกัสไปที่กลุ่มสินค้าหรูเพื่อดึงดูดกลุ่มผู้บริโภคกำลังซื้อสูงและนักท่องเที่ยวต่างชาติ ควบคู่กับการเจาะกลุ่มผู้ประกอบการ HORECA หรือโรงแรม-ร้านอาหาร-คาเฟ่-จัดเลี้ยง ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีโอกาสเติบโตตามการฟื้นตัวของการท่องเที่ยว เช่นเดียวกับสินค้าอาหารและวัสดุก่อสร้าง ซึ่งมีดีมานด์ต่อเนื่องตั้งแต่ปีที่แล้ว

ด้วยการพัฒนาห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล สาขาชิดลม ให้เป็น World Class Luxury Destination รวบรวมสินค้าหรู รวมถึงรีโนเวต-อัพเกรดห้างอีก 4 แห่ง และเพิ่มไลน์อัพแบรนด์ระดับโลกเข้ามาในพอร์ตโฟลิโอ พร้อมเดินหน้าขยายสาขาค้าส่ง GO Wholesale เพิ่มอีก 7 สาขา และปรับรูปแบบสาขาเดิมให้ตอบโจทย์ทั้งกลุ่มผู้ประกอบการ HORECA และผู้บริโภคทั่วไป รวมถึงขยายสาขา Tops ประมาณ 10 สาขา และขยายสาขาไทวัสดุ 9 สาขา พร้อมรีโนเวตอีก 4 สาขา

ส่วนในเวียดนามจะเปิดไฮเปอร์มาร์เก็ต GO! อีก 3 สาขา GO! (มินิ โก!) อีก 9 สาขา และอัพเกรดเชนร้านเครื่องใช้ไฟฟ้าเหงียนคิมให้สมบูรณ์แบบมากยิ่งขึ้น เพื่อชิงโอกาสในช่วงที่ตลาดกำลังฟื้นตัว

ด้านการบริหารจัดการต้นทุนและงบฯ จะใช้ทั้งความยืดหยุ่นและเข้มงวดไปพร้อมกัน ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบการทำ M&A จากการซื้อกิจการไปเป็นการร่วมทุนมากขึ้น ซึ่งตอบโจทย์ทั้งด้านงบประมาณและความเชื่อมั่นของคู่ค้า โดยเฉพาะเมื่อรุกตลาดต่างประเทศอย่างเวียดนาม

ขณะเดียวกันจะเน้นลงทุนให้มีภาระทางการเงินน้อยที่สุด แต่ได้ผลลัพธ์เท่าเดิมหรือมากกว่า เช่น การนำบุคลากร-ธุรกิจในเครือมาช่วยหรือมาลงทุนร่วมกัน พร้อมกับดึงเงินสดจากระบบให้เร็วที่สุด เพื่อเพิ่มความแข็งแกร่งทางการเงิน และตัดสินใจเด็ดขาดชะลอ-เลิกการลงทุน-ธุรกิจที่ยังไม่พร้อมหรือไม่เหมาะสม เช่น ห้าง GO! ในไทยที่จะอยู่ระหว่างปรับปรุงเป็นโมเดลอื่น

หวังรัฐกระตุ้นกลุ่มกำลังซื้อสูง

ซีอีโอซีอาร์ซีย้ำด้วยว่า การสนับสนุนของภาครัฐเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่จะผลักดันวงการค้าปลีกให้เติบโตจนสูงกว่าจีดีพี ด้วยการออกมาตรการกระตุ้นให้ผู้บริโภคกลุ่มที่มีกำลังซื้อ ทั้งชาวไทยและนักท่องเที่ยวต่างชาติจับจ่ายมากขึ้น โดยอาจมาในรูปแบบการปรับลดภาษีนำเข้าสินค้าบางชนิดให้ไปในแนวทางเดียวกับภาษีไวน์ หรือให้สิทธิประโยชน์ด้านภาษีเช่นเดียวกับโครงการ Easy E-Receipt ซึ่งกระตุ้นการจับจ่ายในช่วงต้นปีได้ดี

ขณะเดียวกันต้องหามาตรการรับมือการทุ่มตลาดของสินค้าจีน เช่น ปรับเงื่อนไขการยกเป็นภาษีให้รัดกุมยิ่งขึ้น ป้องกันไม่ให้ผู้ค้าใช้ประโยชน์ในการนำสินค้ามาขายในไทย หรือเก็บภาษีจากการทำธุรกิจให้เท่ากัน ไม่ว่าผู้ค้าจะมีหน้าร้านอยู่ในไทยหรือไม่ เพื่อไม่ให้เกิดความเหลื่อมล้ำระหว่างผู้ค้าไทยและต่างชาติ

เชื่อว่าการออกมาตรการกระตุ้นให้ผู้บริโภคที่มีกำลังซื้ออยู่แล้วจับจ่ายเพิ่มมากขึ้นนั้นเป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพ เนื่องจากลงทุนไม่มากนัก แต่ให้ผลลัพธ์ที่สูง