“ซูบารุ ฟอเรสเตอร์ ใหม่” เอสยูวีคันนี้ มีทีเด็ดเพียบ!

คอลัมน์ เทสต์ คาร์ โดย วุฒิณี ทับทอง

ไม่รอช้าที่จะตกปากรับคำค่ายดาวลูกไก่ ร่วมงานเปิดตัวรถยนต์เอสยูวีขายดี อย่าง “ฟอเรสเตอร์ ใหม่” ที่ปีนี้ค่ายมอเตอร์อิมเมจ ในเครือตันจงกรุ๊ป กลุ่มทุนใหญ่สัญชาติสิงคโปร์ ที่ได้รับสิทธิ์ดูแลตลาดซูบารุใน 8 ประเทศของภูมิภาคเอเชีย และครั้งนี้ มอเตอร์อิมเมจเลือกใช้ “ไต้หวัน” เป็นเวทีเปิดตัวรถธงคันนี้

ฟอเรสเตอร์ ถือเป็นรถเอสยูวีไซซ์กลางที่ได้รับความนิยามและสร้างชื่อให้กับซูบารุมาช้านาน และรุ่นนี้ถือเป็นโมเดลที่ 5

สำหรับฟอเรสเตอร์ ใหม่ได้รับการออกแบบและพัฒนาภายใต้แนวคิดโกลบอลแพลตฟอร์ม (Subaru Global Platform) ซึ่งออกแบบและพัฒนาเพื่อลดแรงสั่นสะเทือน และลดเสียงรบกวนจากถนนแม้รถขับด้วยความเร็วสูง รองรับความต้องการของลูกค้าซูบารุทั่วโลก


ด้วยจุดเด่นของการออกแบบที่เห็นได้ชัดเจน คือ กระจังหน้าที่เน้นความทันสมัย ไฟหน้าโปรเจ็กเตอร์แบบแอลอีดี

ไฟท้ายได้รับการออกแบบให้ทันสมัยยิ่งขึ้น ส่วนขนาดของตัวรถ ใกล้เคียงกับรุ่นเดิม เพิ่มเติมส่วนของมิติต่าง ๆ เล็กน้อย โดยเฉพาะตัวถัง ถูกยกให้สูงขึ้นเล็กน้อย มีระยะระหว่างพื้นกับตัวรถที่ 220 มม. มาพร้อมล้อขนาด 17 และ 18 นิ้ว แล้วแต่รุ่น

เมื่อเข้ามาภายในห้องโดยสาร สะดุดตากับหน้าจอขนาด 8 นิ้วที่กลางคอนโซล เบรกมือถูกย้ายออกจากตำแหน่งเดิมแล้วแทนที่ด้วยเบรกมือไฟฟ้า พวงมาลัยแบบ 3 ก้าน มีระบบมัลติฟังก์ชั่น และหน้าปัดแบบวงกลม 2 วง แสดงผลค่าต่าง ๆ ได้อย่างชัดเจน ส่วนเบาะที่นั่ง โอบกระชับ ให้ความรู้สึกสบายไม่อึดอัด

ห้องโดยสารตอนหลังนั้นยังได้รับการออกแบบให้มีพื้นที่เหลือเฟือ ชนิดที่เรียกว่า นั่งกันได้แบบสบายสุด ๆ พื้นที่บรรลุสัมภาระใหญ่ขึ้น

ฟอเรสเตอร์ ใหม่ ยังคงใช้เครื่องบ็อกเซอร์ไดเร็กต์อินเจ็กชั่น 2.0 ลิตร 1,995 ซีซี มาพร้อมกับเกียร์อัตโนมัติแบบซีวีที 7 สปีด ที่ได้รับการพัฒนาใหม่ ให้กำลังสูงสุด 156 แรงม้าที่ 196 นิวตัน-เมตร

ส่วนระบบขับเคลื่อนนั้น แน่นอนว่าเป็นระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ แบบสมมาตร โดยส่งแรงขับให้กับล้อแต่ละล้อ ช่วยเพิ่มการยึดเกาะถนนได้อย่างมั่นคง และช่วยให้สามารถควบคุมรถได้ง่ายขึ้น ไม่ว่าจะเป็นสภาพพื้นผิวถนนแบบใด ทำให้การควบคุมรถคันนี้ง่ายขึ้น


ซูบารุยังมีฟังก์ชั่น X-MODE ซึ่งเป็นระบบช่วยเพิ่มสมรรถนะการขับขี่บนสภาพภูมิประเทศ หรือเส้นทางที่ต้องท้าทาย เช่น ผิวทางขรุขระ เป็นหลุมเป็นบ่อ ทางหิน พื้นผิวลื่น ระบบนี้ช่วยให้รถมีเสถียรภาพขั้น เพียงแค่สั่งการด้วยมือหมุนเท่านั้น

นอกจากนี้ยังมาพร้อมระบบ EyeSight Driver Assist ที่ซูบารุภูมิใจนำเสนอ ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่มากับ 6 ฟังก์ชั่นหลัก ได้แก่ ระบบเบรกก่อนชน ระบบควบคุมความเร็วรถแบบปรับความเร็วอัตโนมัติ ระบบถอนคันเร่งก่อนชน ระบบเตือนเมื่อออกจากเลน ระบบเตือนว่าขับรถส่าย ระบบเตือนเมื่อการจราจรเคลื่อนที่เรียกได้ว่า การกลับมาของฟอเรสเตอร์ครั้งนี้ ซูบารุจัดเต็ม

หลังจากงานเปิดตัวอย่างเป็นทางการแล้วรุ่งขึ้นทีมงานได้จัดแทร็กทั้งการขับขี่แบบออนโรด เป็น 3 สเตชั่น สั้น ๆ เพื่อให้ได้ทดสอบระบบต่าง ๆ เริ่มกันที่การทดสอบระบบ EyeSight


โดยให้เราขับเจ้าฟอเรสเตอร์ใหม่ ตามรถคันหน้า เพื่อทดสอบระบบนี้ ในกรณีรถคันหน้าหยุดกะทันหัน ระบบจะทำงานทันที และช่วยหยุดรถเพื่อลดการเกิดอุบัติเหตุได้ ซึ่งเราสามารถตั้งความเร็วที่ต้องการ ในการขับขี่ เพื่อให้ระบบนี้ทำงานได้ก่อนไปสู่สเตชั่นต่อไป คือการทดสอบอัตราเร่งและการยึดเกาะถนน ระหว่างเจ้าฟอเรสเตอร์ใหม่ เพื่อเปรียบเทียบกับรถในเซ็กเมนต์เดียวกันของค่ายคู่แข่งถึง 2 ค่าย

และรวมถึงเจ้าฟอเรสเตอร์รุ่นก่อนหน้าด้วย โดยมีการจำลองสภาพเส้นทางทางเปียกและทางแห้ง ต้องบอกว่า ฟอเรสเตอร์ทำได้ไม่ขี้เหร่ ทั้งอัตราเร่งและการยึดเกาะถนน แถมพวงมาลัยยังให้ความรู้สึกกระชับและมั่นใจ แม้จะเป็นการขับในช่วงเส้นทางสั้น ๆ

เปรียบเทียบง่าย ๆ คือ โดยรวมดีขึ้นกว่ารุ่นก่อน และในสเตชั่นสุดท้าย เพื่อให้อรรถรสของความเป็นรถเอสยูวี มีหรือที่ “มอเตอร์อิมเมจ” จะยอมให้เราพลาดโอกาส ด้วยการจำลองสนามในแทร็กออฟโรดสั้น ๆ ได้ ทั้งความโหดและความหฤหรรษ์ ทั้งการไต่ทางขรุขระ ขึ้นเนินสูง

ก่อนที่จะวิ่งตะลุยทางฝุ่น เพื่อโชว์ประสิทธิภาพและสมรรถนะของฟอเรสเตอร์คันนี้ ได้พอเรียกน้ำย่อย เป็นอันหมดเวลา

ส่วนบ้านเรานั้น “พี่เล็ก” วิชัย ชินณรงค์ ผู้จัดการทั่วไป บริษัท ทีซี ซูบารุ (ประเทศไทย) จำกัด บอกผ่าน…ไปถึงใครที่กำลังจับ ๆ จ้อง ๆ โปรดอดใจรอ พบตัวเป็น ๆ พร้อมเปิดรับจองกันได้ในงานมหกรรมยานยนต์หรือมอเตอร์เอ็กซ์โป ในช่วงปลายปีนี้อย่างแน่นอน

ส่วนจะมีถึง 4 รุ่นเหมือนในไต้หวันหรือไม่นั้นต้องรอดู ส่วนราคาขายนั้น ผู้บริหารบอกว่า มีเซอร์ไพรส์ให้กับลูกค้าชาวไทยอย่างแน่นอน