เรืองไกร ยื่น กกต. ยุบ “เพื่อไทย” ปมตั้ง “หมอเลี้ยบ” นั่ง ผอ.พรรค

เรืองไกร ร้อง กกต.ยุบ “เพื่อไทย” ตั้ง “หมอเลี้ยบ” นั่ง ผอ.พรรค ชี้ผิดทั้งข้อบังคับพรรค ฝ่าฝืน พ.ร.ป. พรรคการเมือง ต้องยุบพรรคและเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง กก.บห.พรรค 

วันที่ 8 พฤศจิกายน 2564 ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ สมาชิกพรรคพลังประชารัฐ ได้ยื่นหนังสือร้องต่อกกต.เพื่อให้ตรวจสอบกรณี นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี ว่าเป็นผู้อำนวยการพรรคเพื่อไทยได้หรือไม่ จะเป็นเหตุให้ยุบพรรคหรือไม่

เนื่องจากข้อบังคับพรรคเพื่อไทย ข้อ 70 หัวหน้าพรรค คือ นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ ชุดก่อนหน้านี้สามารถตั้งสมาชิกพรรค เป็นผู้อำนวยการพรรคได้ ซึ่งต้องรายงานให้คณะกรรมการบริหารพรรคทราบ แต่บุคคลที่ห้ามสมัครเป็นสมาชิก ตามกฎหมายรัฐธรรมนูญมาตรา 98 เช่น (9) บุคคลที่เคยได้รับโทษจำคุกและพ้นโทษมายังไม่ถึงสิบปี หรือ (12) เคยต้องคำพิพากษาอันถึงที่สุดว่ากระทำผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ

ดังนั้นนายสุรพงษ์จึงน่าจะมีลักษณะต้องห้ามเป็นสมาชิกพรรคเพื่อไทย หรือ ผู้อำนวยการพรรคเพื่อไทย จะถือเป็นคนอื่นหรือผู้ใดที่มิใช่สมาชิกซึ่งจะเป็นการกระทำฝ่าฝืนตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง มาตรา 28 หรือ มาตรา 29 หรือไม่นั้น จะถือเป็นเหตุแห่งการยุบพรรคเพื่อไทย และเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของคณะกรรมการบริหารพรรคทั้งชุดเดิมและชุดใหม่ตาม มาตรา 92 และ กกต. ต้องดำเนินคดีอาญาตาม มาตรา 108

นายเรืองไกร กล่าวอีกว่า จากการพิจารณาพ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง ได้กำหนดว่าสมาชิกพรรคการเมืองต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา 98 ดังนั้น จึงมีความเกี่ยวโยงกับกรณี นพ.สุรพงษ์ ไม่สามารถสมัครเป็นสมาชิกพรรคเพื่อไทยได้ตั้งแต่ต้น เพราะข้อบังคับพรรคเพื่อไทยบอกว่า ตำแหน่ง ผอ.พรรคต้องตั้งจากสมาชิกพรรคพรรคการเมือง ซึ่งแทบทุกพรรคการเมืองก็เอากฎหมายมาตรา 98 มาเขียนไว้ในข้อบังคับพรรค ทั้งพรรคประชาธิปัตย์ ภูมิใจไทย ก้าวไกล พรรคเพื่อไทย พรรคเสรีรวมไทย ต้องเอาอันนี้บัญญัติเพราะกฎหมายรัฐธรรมนูญบังคับไว้ว่าต้องเขียนไว้ในข้อบังคับพรรค

“วันนี้เราเอาข้อบังคับพรรคของพรรคเพื่อไทยมาถาม ว่าท่านไม่ดูเหรอ ท่านตั้งเขาไปได้อย่างไร และการประชุมใหญ่พรรคเพื่อไทยที่ขอนแก่นเมื่อ 28 ตุลาคม หมอเลี๊ยบ เป็นคนแรกขึ้นเวทีปราศรัยในตำแหน่งผู้อำนวยการพรรคเพื่อไทย พูดไปตั้ง 3 ชั่วโมงกว่า จากการไล่ดูคลิปมันสุ่มเสี่ยง ไม่ใช่ผมเห็นแล้ว บอกว่าจะให้ผมทำยังไง คุณจะเจรจากับผมมั้ยนั่นไม่ใช่เรื่องของผมและผมไม่เคยทำอย่างนั้น ผมมีหน้าที่มาร้องเรียนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งเรื่องผิดถูกก็เป็นเรื่องของท่านต้องมาชี้แจง” นายเรืองไกร กล่าว


นายเรืองไกร กล่าวว่า ตนมาชี้ช่องให้ กกต.ดูว่ามีหลักฐานชัดเจน โดยดาวน์โหลดคลิปความยาว 3 ชั่วโมง ซึ่งอยู่หน้าเว็บพรรคเพื่อไทยทั้งวันที่ 28 ตุลาคมและวันที่ 3 พฤศจิกายน ในเฟซบุ๊กพรรคเพื่อไทย ยังได้นำบทความของ นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี ผู้อำนวยการพรรคเพื่อไทยมาลงไว้ อันทำให้เข้าใจได้ว่า นพ.สุรพงษ์ ยังคงเป็นผู้อำนวยการพรรคเพื่อไทยต่อมาจนถึงปัจจุบัน พยานหลักฐานมีเพียงพอที่จะเชื่อได้หรือไม่ ซึ่งเป็นเรื่องที่เกิดจากการกระทำของพรรคเพื่อไทยเอง ไม่ใช่ว่าใครอยากร้องอะไรก็มาร้อง