เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
เช็กรายชื่อ 100 ผู้สมัครบอร์ดประกันสังคม ‘ฝ่ายผู้ประกันตน’ ชิงเค้กดูแลเงินกองทุน 2.5 ล้านล้าน
Politics เช็กรายชื่อ 100 ผู้สมัครบอร์ดประกันสังคม ‘ฝ่ายผู้ประกันตน’ ชิงเค้กดูแลเงินกองทุน 2.5 ล้านล้าน
เช็กรายชื่อ 85 ผู้สมัครฝั่งนายจ้าง ศึกเลือกตั้ง ‘บอร์ดประกันสังคม 2569’ ทั้งบิ๊กธุรกิจ-ผู้นำหน่วยงาน
Politics เช็กรายชื่อ 85 ผู้สมัครฝั่งนายจ้าง ศึกเลือกตั้ง ‘บอร์ดประกันสังคม 2569’ ทั้งบิ๊กธุรกิจ-ผู้นำหน่วยงาน
กางนโยบาย 6 กลุ่มผู้สมัครชิง ‘บอร์ดประกันสังคม 2569’ แก้โจทย์กองทุน 2.5 ล้านล้าน
Politics กางนโยบาย 6 กลุ่มผู้สมัครชิง ‘บอร์ดประกันสังคม 2569’ แก้โจทย์กองทุน 2.5 ล้านล้าน
เลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม เช็กสถานที่-เอกสาร ก่อนเข้าคูหา 11 ต.ค.นีั้
News เลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม เช็กสถานที่-เอกสาร ก่อนเข้าคูหา 11 ต.ค.นีั้
สก็อตต์ เบสเซนต์ ขุนคลังสหรัฐไม่เข้าร่วมประชุม IMF-World Bank ที่ไทย
World สก็อตต์ เบสเซนต์ ขุนคลังสหรัฐไม่เข้าร่วมประชุม IMF-World Bank ที่ไทย
ในหลวง พระราชินี เสด็จฯ มัสยิดกลางจังหวัดปัตตานี
ข่าวในพระราชสำนัก ในหลวง พระราชินี เสด็จฯ มัสยิดกลางจังหวัดปัตตานี
เสิร์ฟเมนู“ปลานิล” ปลาของพ่อ บนเวที IMF-Worldbank
Biz Movement เสิร์ฟเมนู“ปลานิล” ปลาของพ่อ บนเวที IMF-Worldbank
เปิดพิกัดเทศกาลกินเจ 2569 รวมเมนูเด็ดอาหารเจ ตั้งแต่เยาวราชถึงห้างดัง
Biz Movement เปิดพิกัดเทศกาลกินเจ 2569 รวมเมนูเด็ดอาหารเจ ตั้งแต่เยาวราชถึงห้างดัง
‘วิโรจน์’ ชี้ เพื่อไทย รู้ดีปมฮั้ว ส.ว. บอกถึงเวลาวัดใจ เลือกบ้านเมืองหรืออำนาจ
Politics ‘วิโรจน์’ ชี้ เพื่อไทย รู้ดีปมฮั้ว ส.ว. บอกถึงเวลาวัดใจ เลือกบ้านเมืองหรืออำนาจ
ชงรัฐแก้ 5 โจทย์ใหญ่ปลดล็อกแบงก์-ฟื้นบ้านหลังแรก
Real Estate ชงรัฐแก้ 5 โจทย์ใหญ่ปลดล็อกแบงก์-ฟื้นบ้านหลังแรก
ดูทั้งหมด

อาชีวศึกษาสมรรถนะสูง ‘คน’ สำคัญ ดันเศรษฐกิจไทยเข้มแข็ง

08 ม.ค. 2567 | 10:57น.
อาชีวศึกษาสมรรถนะสูง ‘คน’ สำคัญ ดันเศรษฐกิจไทยเข้มแข็ง

ย้อนกลับไปเพียงไม่กี่ปีเกาหลีใต้เคยเป็นหนึ่งในประเทศที่ล้าหลังและยากจน ในขณะเดียวกัน เยอรมนีต้องเผชิญสถานการณ์ที่ย่ำแย่ในฐานะประเทศพ่ายสงคราม จนเราไม่อาจจินตนาการได้เลยว่าทั้งสองประเทศจะสามารถก้าวขึ้นมาสู่การเป็นประเทศมหาอำนาจไปรอดได้อย่างไร ทว่าในระยะเวลาเพียงชั่วอายุคน ทั้งสองประเทศ กลับพลิกวิกฤติสู่ความรุ่งโรจน์ ได้อย่างน่าชื่นชม ซึ่งผลงานความสำเร็จของทั้งสองประเทศ ไม่ได้เกิดขึ้นเพราะโชคช่วยหรือปาฏิหาริย์ หากแต่เป็นการยกระดับเศรษฐกิจ และอุตสาหกรรมของประเทศให้ก้าวหน้าไปอีกขั้น ผ่านการมุ่งเน้นให้ความสำคัญกับทรัพยากรที่สำคัญที่สุดของประเทศอย่าง ‘ทรัพยากรมนุษย์’

ในช่วงเวลาดังกล่าวท่ามกลางกระแสที่โลกทั้งใบกำลังเปลี่ยนผ่าน สู่การพึ่งพาอุตสาหกรรมและเทคโนโลยีอย่างเต็มขั้น การมีแรงงานที่มีทักษะฝีมือทางอุตสาหกรรมขั้นสูง ได้กลายเป็นโจทย์สำคัญในการพัฒนาประเทศ ด้านเยอรมนีได้พัฒนายุทธศาสตร์การศึกษา ที่ไม่ได้เน้นเพียงสายสามัญหากแต่เป็นการผลักดันให้อาชีวศึกษา หรือสายอาชีพ กลายเป็นกระดูกสันหลังในการสร้างอุตสาหกรรมของประเทศ ผ่านการตรากฎหมายให้อาชีวศึกษามีคุณภาพการเรียนการสอนก้าวหน้า-สร้างประสบการณ์ตรงแบบโรงเรียน-โรงงาน (Germany Dual Vocational Training) เป็นต้น

เช่นเดียวกันนี้รัฐบาลไทยต่างให้ความสำคัญ ในการพัฒนาระบบการศึกษาอาชีวศึกษาเสมอมา โดยเฉพาะการนำทัพของ พลตํารวจเอก เพิ่มพูน ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ที่มุ่งเน้นให้การเรียนการสอนอาชีวศึกษามีบทบาทสำคัญในการช่วยพัฒนาประเทศ ภายใต้ความเชื่อมั่นว่าการเรียนอาชีวะเป็นการเรียนพัฒนาทักษะวิชาชีพ ซึ่งจะรองรับอุตสาหกรรมต่างๆ ที่เป็นฟันเฟืองในการขับเคลื่อนประเทศ ตั้งแต่อุตสาหกรรมภาคธุรกิจ อุตสาหกรรมขนาดหนัก อุตสาหกรรมในโรงงาน อุตสาหกรรมการท่องเที่ยว อุตสาหกรรมการโรงแรม อุตสาหกรรมในเชิงธุรกิจบริการ และอุตสาหกรรมในเชิงพาณิชยกรรม ซึ่งล้วนต้องอาศัยเด็กอาชีวะเข้าไปเป็นฟันเฟืองสำคัญทั้งสิ้น

สำนักงานคณะกรรมการอาชีวศึกษา เบ้าหลอมฟันเฟืองของประเทศ

นายยศพล เวณุโกเศศ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ได้เผยข้อมูลที่น่าสนใจว่า ภาพรวมตลาดแรงงานของไทย ต้องการเด็กที่จบจากอาชีวะเป็นจำนวนมาก ใน 1 ปี จะมีเด็กที่จบจากระบบการศึกษา ปวช. ปวส. ราว 4 แสนคน แต่ความต้องการของภาคธุรกิจ ภาคอุตสาหกรรมในการขับเคลื่อนประเทศ กลับต้องการคนสูงกว่าที่ผลิตได้ถึง 5-6 เท่าตัว

ภาพดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่าปัจจุบันเราผลิตเด็กไม่พอต่อความต้องการของผู้ประกอบการ ทางสำนักงานคณะกรรมการอาชีวศึกษา จึงได้เปลี่ยนแนวทางสู่ การผลิต ‘อาชีวศึกษาสมรรถนะสูง’ เพื่อพัฒนากำลังคนให้มีทักษะสูงสามารถนำความรู้ และทักษะมาใช้แก้ไขปัญหา พัฒนาคุณภาพชีวิต ตลอดจนเพื่อรองรับตลาดอุตสาหกรรม 4.0 พร้อมเป็นกำลังสำคัญในการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ

ซึ่งได้รับความร่วมมือผ่านการออกแบบหลักสูตรร่วมกัน จากหลายภาคส่วน โดยใช้กลไกความร่วมมือระหว่างหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ชุมชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และสถาบันสังคมอื่น ที่มุ่งเน้นการพัฒนาสมรรถนะของผู้เรียน พัฒนาทักษะอาชีพ พัฒนาคุณภาพวิชาชีพ และเพิ่มขีดความสามารถของแรงงานในอุตสาหกรรมต่างๆ ซึ่งปัจจุบันผลการดำเนินการที่ผ่านมา มีสถานศึกษาที่จัดการเรียนการสอน อาชีวศึกษาระบบทวิภาคี จำนวน 541 แห่ง และสถานประกอบการที่เข้าร่วมการจัดการอาชีวศึกษาทวิภาคีมากถึง 12,673 แห่ง

นอกจากนี้ สำนักงานคณะกรรมการอาชีวศึกษา ยังได้รับมอบหมายนโยบายการศึกษา “เรียนดี มีความสุข” ภายใต้แนวคิดในการจัดการศึกษาเพื่อความเป็นเลิศ และการศึกษาเพื่อความมั่นคงของชีวิต จากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ในการขับเคลื่อนการดำเนินงานด้วยแนวทาง “จับมือไว้ แล้วไปด้วยกัน” ดังนี้

1) เรียนได้ทุกที่ ทุกเวลา สนับสนุนการเรียนฟรี มีงานทำ “ยึดผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง” มีระบบหรือแพลตฟอร์มการเรียนรู้ โดยผู้เรียนไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย เพื่อลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา

2) การจัดทำระบบวัดผลรับรองมาตรฐานวิชาชีพ โดยผู้เรียนสามารถเรียนเพิ่มเพื่อรับประกาศนียบัตรในการประกอบอาชีพ

3) การจัดทำระบบวัดผลเทียบระดับการศึกษาและประเมินผลการศึกษา เพื่อให้ผู้เรียนที่มีความสามารถเป็นเลิศไม่ต้องเสียเวลาในระบบ ประหยัดเวลา และประหยัดค่าใช้จ่าย

4) การส่งเสริมให้นักเรียน นักศึกษามีรายได้ระหว่างเรียน จบแล้วมีงานทำ

“ท้ายที่สุดอยากให้ท่านผู้ปกครองได้เข้าใจถึงการเรียนอาชีวะ ว่าเป็นการฝึกทักษะอาชีพ ที่นอกจากเรียนแล้วก็สามารถมีวิชาชีพติดตัวและทำงานได้เร็วขึ้น และทางรัฐบาลก็พร้อมสนับสนุนการเรียนอาชีวะอย่างเต็มที่

ที่สำคัญตลาดแรงงานเปิดกว้างมาก ทำให้บุตรหลานของท่านสามารถไปสู่โอกาสการพัฒนาคุณภาพชีวิต เพราะการเรียนทุกสาขา เน้นให้เด็กมีทักษะวิชาการ ทักษะวิชาชีพ และที่สำคัญมีทักษะวิชาชีวิต ดังนั้น สายอาชีพจึงเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่น่าสนใจ” นายยศพล ทิ้งท้าย