กรมควบคุมโรคเตือนรับมือ 3 โรคมาแน่ปี’62

กรมควบคุมโรคพยากรณ์ 3 โรค ‘หวัดใหญ่-ไข้เลือดออก-โรคหัด’ กับ 1 ภัยสุขภาพปี 62 มาแน่! โดยเฉพาะไข้หวัดใหญ่ผู้ป่วยจะพุ่ง 1.8 แสนราย ส่วนโรคพิษสุนัขบ้าแม้ไม่ใช่โรคติดต่อ แต่ยังต้องเฝ้าระวังต่อเนื่อง ปีนี้เสียชีวิต 17 ราย

โรคปี 2562– เมื่อวันที่  12 ธันวาคม  นพ.สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมควบคุมโรค (คร.) แถลงข่าวพยากรณ์โรคและภัยสุขภาพที่สำคัญ พ.ศ.2562 ว่า จากการพิจารณาข้อมูลก่อนปี 2561 สามารถพยากรณ์โรคและภัยสุขภาพที่สำคัญในปี 2562 ได้ดังนี้ กลุ่มโรคติดต่อ มี 3 โรค คือ 1.โรคไข้หวัดใหญ่ โรคหัด และโรคไข้เลือดออก และกลุ่มที่เป็นภัยสุขภาพ คือ การบาดเจ็บจากการจราจรทางถนน รวมถึงในช่วงอากาศหนาวเย็น อาจเผชิญปัญหาหมอกฝุ่นควันทางภาคเหนือ และใน กทม.ที่มีการก่อสร้างจำนวนมาก อาจพบค่าฝุ่นละออง PM 2.5 เพิ่มมากขึ้น ซึ่งเป็นเรื่องที่ต้องเฝ้าระวัง อย่างไรก็ตาม โรคและภัยสุขภาพที่สำคัญในปี 2562 ทั้งหมดสามารถป้องกันได้ อย่างโรคไข้หวัดใหญ่และโรคหัดสามารถป้องกันได้ด้วยวัคซีน ขณะที่โรคไข้เลือดออก ก็ต้องเข้มข้นในเรื่องการกำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลาย ส่วนอุบัติเหตุจราจรต้องลดปัจจัยเสี่ยงทั้งความเร็วการการขับ การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และอุปกรณ์ป้องกัน

นพ.นคร เปรมศรี ผู้อำนวยการสำนักระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค กล่าวว่า การพยากรณ์โรคปี 2562 อยู่บนพื้นฐานโรคที่พยากรณ์ได้และมีความสำคัญ โดยแบ่งเป็น 1.โรคไข้หวัดใหญ่ ข้อมูลถึง 30 พฤศจิกายน  2561 พบผู้ป่วย 166,342 ราย เสียชีวิต 38 ราย ในปี 2562 คาดว่า จำนวนผู้ป่วยจะยังคงสูงกว่าค่ามัธยฐาน 5 ปี โดยจะมีผู้ป่วย 177,759 ราย ซึ่งใกล้เคียงกับปี 2561 รุนแรงน้อยกว่าปี 2560 โดยช่วงระบาด คือ มกราคม-มีนาคม  จะมีผู้ป่วยประมาณ 13,000-15,000 ราย และฤดูฝน ช่วงเดือนกรกฎาคม-พฤศจิกายน  จะมีผู้ป่วยประมาณ 15,000-25,000 ราย ส่วนเชื้อไข้หวัดใหญ่ที่พบปี 2561 มากสุดคือ H1N1 คาดว่าปี 2562 ก็คงไม่ต่างกัน แต่ต้องเฝ้าระวังการเปลี่ยนแปลงของสายพันธุ์เพิ่มด้วย ทั้งนี้ การป้องกันคือ ปิดปาก ปิดจมูก เมื่อไอ จาม ล้างมือบ่อยๆ เมื่อสัมผัสสิ่งของ เลี่ยงการคลุกคลีใกล้ชิดกับผู้ป่วย และหยุดเรียน หยุดงานเมื่อป่วย หยุดกิจกรรมในสถานที่แออัด

2.โรคหัด จากข้อมูลปี 2561 ถึงวันที่ 25 พฤศจิกายน พบผู้ป่วย 5,442 ราย เสียชีวิต 22 ราย พบปัญหาที่ 4 จังหวัดชายแดนภาคใต้สูงสุด  ช่วงระบาดสูงสุดคือ เดือนสิงหาคม-ตุลาคม  ทั้งนี้ การเข้ารับวัคซีนป้องกันโรคหัดเป็นเรื่องสำคัญที่สุด โดยกลุ่มอายุ 1-4 ปี พบป่วยมากที่สุด ร้อยละ 30 เพราะอาจได้รับวัคซีนไม่ครบ ซึ่งหากเดินหน้าการฉีดวัคซีนให้ได้มากกว่า 95% ในทุกพื้นที่ทั่วประเทศ คาดว่าในปี 2562 ผู้ป่วยจะสงสัยโรคหัด 1,003 ราย และขับเคลื่อนไปสู่เป้าหมายการกำจัดโรคหัดตามพันธสัญญานานาชาติในปี 2563 ได้เร็วขึ้น ทั้งนี้ ขอให้ผู้ปกครองพาเด็กเล็กไปรับวัคซีนรวมป้องกันโรคหัด-คางทูม-หัดเยอรมัน จำนวน 2 เข็ม เข็มแรกเมื่อเด็กอายุ 9 เดือน และเข็มที่สองเมื่ออายุ 2 ปีครึ่ง


3.โรคไข้เลือดออก จากข้อมูลปี 2561 ถึง 30 พฤศจิกายน พบผู้ป่วย 78,762 ราย เสียชีวิต 105 ราย ซึ่งต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้ในปีก่อน เนื่องจากการรวมพลังของจิตอาสาปราบยุงลาย ช่วยให้สถานการณ์ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมาดีขึ้น อย่างไรก็ตาม คาดว่าปี 2562 จะมีผู้ป่วยโรคไข้เลือดออก 94,291 ราย โดยอาจพบสูงสุดในช่วง มิถุนายน-สิงหาคม คาดว่าจะมีอำเภอเสี่ยงสูง 136 อำเภอ จากทั้งหมด 928 อำเภอ จากการใช้เกณฑ์การประเมินพื้นที่ป่วยซ้ำซากและความรุนแรงของการเกิดโรคในปีปัจจุบัน โดยเฉพาะเขตสุขภาพที่ 3 5 และ 11 ดังนั้น ขอให้ประชาชนร่วมกันกำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลาย 3 เก็บ ป้องกัน 3 โรค คือ เก็บบ้าน เก็บขยะ เก็บน้ำ ป้องกันโรคไข้เลือดออก โรคไข้ปวดข้อยุงลาย และโรคติดเชื้อไวรัสซิกา

“4. การบาดเจ็บจากการจราจรทางถนน โดยเฉพาะช่วงปีใหม่และสงกรานต์ ซึ่งช่วง 7 วันอันตรายปีใหม่ 2561 เกิดอุบัติเหตุ 27,000 ราย ตาย 495 ราย เกิดจากแอลกอฮอล์ 27.8% เป็นรถจักรยานยนต์ 80% คาดว่าปีใหม่ 2562 จะเกิดขึ้นประมาณ 28,000 ราย ตาย 480 ราย ขณะที่ 7 วันอันตรายสงกรานต์ 2561 เกิดอุบัติเหตุ 28,000 ราย ตาย 483 ราย เกิดจากแอลกอฮอล์ 26.9% และจักรยานยนต์ 79% คาดว่าสงกรานต์ 2562 จะเกิด 28,000 ราย และตาย 480 ราย จึงขอแนะนำให้ประชาชนปฏิบัติตามกฎจราจร ไม่ขับรถเร็ว ผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์สวมหมวกนิรภัย ผู้ขับขี่รถยนต์ใช้เข็มขัดนิรภัยทุกครั้ง หากดื่มสุราแล้วไม่ควรขับรถ และง่วงต้องไม่ขับ เป็นต้น” นพ.นคร กล่าว

 

ผู้สื่อข่าวถามว่า ในปี 2562 ต้องระวังโรคพิษสุนัขบ้าด้วยหรือไม่ และพยากรณ์ได้หรือไม่ว่าจะเป็นอย่างไร  นพ.นคร กล่าวว่า เนื่องจากโรคพิษสุนัขบ้าไม่ได้เป็นโรคที่ระบาดตามฤดูกาลและมีรูปแบบการระบาดที่ชัดเจน จึงไม่สามารถพยากรณ์เป็นตัวเลขได้ แต่ที่คาดการณ์ได้คือ ในปี 2562 การระบาดของโรคพิษสุนัขบ้าจะลดลงแน่นอน ซึ่งปี 2561 ข้อมูล ณ วันนี้มีผู้เสียชีวิตทั้งสิ้น 17 ราย เกิดจากการสัมผัสแล้วไม่ได้รับวัคซีนและเป็นเคสที่เกิดขึ้นก่อนที่จะมีการตระหนักในเรื่องนี้ อย่างไรก็ตาม หลังจากที่มีความตื่นตัวในโรคพิษสุนัขบ้า กรมปศุสัตว์ร่วมกับกรมควบคุมโรคในการฉีดวัคซีนฟ้องกันโรคพิษสุนัขบ้าในสัตว์เป็นจำนวนเพิ่มมากขึ้น มีความครอบคลุมมากขึ้น และมีการทำหมันสุนัขและแมวจำนวนมาก เรียกว่ามากที่สุดในรอบ 10 ปีที่ผ่านมา จึงคาดว่าจะทำให้สถานการณ์ในปี 2562 ดีขึ้น แต่ก็ต้องสื่อสารให้เฝ้าระวังด้วยว่า หากถูกสัตว์ทั้งของตนเองและคนอื่นกัดข่วนเลีย หากไม่แน่ใจในประวัติการรับวัคซีนของสัตว์ให้ไปรับบริการฉีดวัคซีนพิษสุนัขบ้าฟรีที่สถานพยาบาลของรัฐทั่วประเทศ ซึ่งวัคซีนมีเพียงพอ

 

ที่มา:มติชนออนไลน์

Previous article‘ณพ ณรงค์เดช’ แจงปมครอบครัวร้าวฉาน !
Next articleหมู Asava ถ่ายทอดแรงบันดาลใจจากสมเด็จพระนางเจ้าฯ สู่ชุดราตรีมิสยูนิเวิร์ส 2018