ลีซอ ธีรเทพ ประกาศแขวนสตั๊ด ตั้งเป้าหมายสู่ นายกสมาคมฟุตบอลไทย

ลีซอ-ธีรเทพ วิโนทัย
ลีซอ-ธีรเทพ วิโนทัย (ภาพจากเฟซบุ๊ก teeratep winothai)

ลีซอ-ธีรเทพ วิโนทัย ประกาศเลิกเล่นฟุตบอลในวัย 37 ปี โดยจะลงแข่งนัดสุดท้ายวันนี้ เผยอนาคตอยากเป็นนายกสมาคมฟุตบอลไทย

วันที่ 27 พฤศจิกายน 2565 หลังจากที่ ลีซอ-ธีรเทพ วิโนทัย อดีตดาวยิงทีมชาติไทย วัย 37 ปี ของสโมสรโปลิศ เทโร เอฟซี ได้ประกาศเลิกเล่นฟุตบอลอย่างเป็นทางการเมื่อวานนี้ (26 พ.ย.) โดยเจ้าตัวจะลงฟาดแข้งนัดสุดท้ายสำหรับการเป็นนักเตะอาชีพในเกมพบกับนครราชสีมา มาสด้า ในวันนี้

การประกาศแขวนสตั๊ดของลีซอสร้างความใจหายให้กับบรรดาแฟนบอลชาวไทยไม่น้อย เนื่องจากลีซอโลดแล่นอยู่ในวงการฟุตบอลไทยร่วม 20 ปี อีกทั้งเจ้าตัวเคยประกาศก่อนหน้านี้ว่าจะเล่นฟุตบอลในระดับลีกอาชีพไปเรื่อย ๆ และมีเป้าหมายที่จะทำประตูในศึกไทยลีกให้ครบ 100 ประตูก่อนถึงเลิกเล่น ซึ่งมีนักเตะไทยเพียง 3 คนเท่านั้นที่ทำได้ คือ พิภพ อ่อนโม้, ศรายุทธ ชัยคำดี และ ธีรศิลป์ แดงดา ขณะที่สถิติปัจจุบันของลีซออยู่ที่ 95 ประตู

ลีซอ-ธีรเทพ วิโนทัย

โดยลีซอ กล่าวว่า หลังจากปรึกษาครอบครัวแล้ว ได้ความเห็นว่าการถลุงไปถึง 95 ประตู ก็ถือว่าเยอะมากพอที่จะเป็นตำนานแล้ว เจ้าตัวจึงคิดว่าถึงเวลาแล้วที่จะแขวนสตั๊ด โดยเกมไทยลีกที่จะพบกับนครราชสีมาในวันนี้จะเป็นเกมสุดท้ายในอาชีพค้าแข้ง

สำหรับสาเหตุของการเลิกเล่น เนื่องจากเจ้าตัวมีภารกิจนอกสนามค่อนข้างมาก จนอาจกระทบกับการเล่นฟุตบอลหรือสโมสร ทำให้ตัดสินใจเลิกเล่นเพื่อที่จะมีเวลาทำสิ่งต่าง ๆ มากขึ้นต่อจากนี้

“ประชาชาติธุรกิจ” จึงได้รวบรวมผลงานของนักเตะระดับตำนานของไทย ผู้ซึ่งเป็นแรงบันดาลใจของใครหลาย ๆ คน

จุดเริ่มต้นการเล่นฟุตบอล

ชีวิตของลีซอใกล้ชิดวงการฟุตบอลไทยมาตั้งแต่เด็ก เนื่องจากต้องตามคุณพ่อ เทพไชย วิโนทัย ซึ่งเป็นผู้สื่อข่าวกีฬาไปทำข่าวที่สนามฟุตบอลต่าง ๆ หลังเลิกเรียน จนกระทั่งเข้าสู่วิถีฟุตบอลจริงจังเมื่อศึกษาที่โรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนในช่วงมัธยมต้น

ถัดมาลีซอได้เดินทางไปศึกษาต่อในระดับมัธยมปลายที่โรงเรียนเบรนต์วูด เมืองเอสเส็กซ์ ประเทศอังกฤษ ดินแดนที่เป็นต้นกำเนิดของลีกฟุตบอลระดับอาชีพ ด้วยความที่ทำผลงานได้ดีกับทีมโรงเรียนและมีดีกรีเป็นเยาวชนทีมชาติไทย ทำให้สโมสรดัง ๆ ต่างให้ความสนใจ ทั้งแบล็คเบิร์น โรเวอร์ส รวมถึงแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด จนกระทั่งลีซอได้เซ็นสัญญาเข้าทีมเยาวชนสโมสร คริสตัล พาเลซ ในวัย 16 ปี

Advertisement

ลีซอ-ธีรเทพ วิโนทัย

ในนามทีมชาติ

ลีซอ ติดทีมชาติไทยครั้งแรกชุดสู้ศึกฟุตบอลเยาวชนชิงแชมป์โลก รุ่นอายุไม่เกิน 17 ปีที่นิวซีแลนด์เมื่อปี 2542 ด้วยวัยเพียง 14 ปีเท่านั้น

หลังจากนั้นในวัย 16 ปีก็ติดทีมชาติรุ่นอายุไม่เกิน 23 ปีชุดลุยซีเกมส์ปี 2544 ที่มาเลเซีย ก่อนจะแจ้งเกิดในทัวร์นาเมนต์นี้อย่างเต็มตัว จากการเป็นตัวสำรองที่ลงมายิงประตูชัยแซงอินโดนีเซีย 2-1 ในรอบรองชนะเลิศ ก่อนที่ทีมชาติไทยจะคว้าเหรียญทองในสมัยนั้นได้ในที่สุด

ส่วนทีมชาติชุดใหญ่ ลีซอมีชื่อติดครั้งแรกมื่อปี 2548 โดยรับใช้ชาติไปทั้งหมด 52 นัด และซัดไป 16 ประตู

สำหรับเกียรติประวัติในนามทีมชาติ ได้แก่ แชมป์ยู-19 ชิงแชมป์อาเซียน ปี 2545 แชมป์ซีเกมส์ 4 สมัย ปี 2544, 2546, 2548 และ 2550 และแชมป์คิงส์คัพ ในปี 2560

ลีซอ-ธีรเทพ วิโนทัย
ภาพจากเฟซบุ๊ก POLICETERO FC

ระดับสโมสร

เนื่องจากลีซอเล่นให้กับทีมชาติไทย จำเป็นต้องลงสนามให้กับทีมชุดใหญ่ ที่ไม่ใช่แค่อคาเดมีเท่านั้น เจ้าตัวจึงอยู่ที่อังกฤษไม่นานนัก โดยฝึกฝีเท้ากับคริสตัลพาเลซในปี 2545-2547 และทีมเยาวชนของเอฟเวอร์ตันในปี 2548-2549 แล้วจึงกลับมาค้าแข้งในลีกระดับอาชีพกับบีอีซี เทโรศาสน ที่ประเทศไทยในปี 2549

ด้วยผลงานที่เข้าตา ทำให้ลีซอได้ไปค้าแข้งที่ต่างประเทศอีกครั้งกับสโมสร เค ลีร์เซ่ ในระดับดิวิชั่น 2 ของเบลเยียม เมื่อปี 2551 แต่ก็ไม่ได้รับโอกาสลงเป็นตัวจริงเท่าที่ควร ประกอบกับไทยลีกเริ่มมีการพัฒนาแบบจริงจัง ทำให้ลีซอตัดสินใจกลับมาเล่นในไทยลีกนับแต่นั้นเป็นต้นมา โดยลงเล่นให้หลายสโมสรด้วยกัน ได้แก่ เมืองทอง ยูไนเต็ด (2552-2553), บีอีซี เทโรศาสน (2553-2554), บางกอกกล๊าส (2555-2557), เพื่อนตำรวจ (2557-2558), ทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด (2559-2562), ชลบุรี เอฟซี (2563-2565) และกลับมาเล่นกับ โปลิส เทโรในปัจจุบัน

สำหรับความสำเร็จในนามสโมสร ได้แก่ รางวัลกองหน้ายอดเยี่ยมศึกไทยลีกปี 2551 กับบีอีซี เทโรศาสน, แชมป์ไทยลีก 1 สมัยกับเมืองทองยูไนเต็ดในปี 2552 และแชมป์ดิวิชั่น 1 กับเพื่อนตำรวจในปี 2558

ลีซอ-ธีรเทพ วิโนทัย

อนาคตอยากนั่งนายกสมาคมฟุตบอลไทย

หลังจากเลิกเล่นฟุตบอลแล้ว ลีซอ กล่าวว่า อาจจะยังทำงานในวงการฟุตบอลต่อไป โดยจะไม่เป็นโค้ช เนื่องจากมองว่าการเป็นผู้ฝึกสอนฟุตบอลในไทยนั้นมีความเสี่ยงสูงและขาดความมั่นคง แต่อยากทำงานด้านการบริหารและวางแผนให้กับสโมสรเสียมากกว่า

และที่สร้างความฮือฮาไม่น้อยคือการที่เจ้าตัวเคยเปิดเผยว่า อนาคตหลังจากเลิกเล่น อยากนั่งตำแหน่งนายกสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย โดยจะมุ่งมั่นหาความรู้จากทุก ๆ ภาคส่วนเพื่อก้าวไปสู่การเป็นนายกสมาคมฯ และเมื่อถึงเวลาที่เหมาะสมเจ้าตัวมั่นใจว่าจะทำได้อย่างแน่นอน ซึ่งเป้าหมายสูงสุดคือพาทีมชาติไทยไปเล่นในศึกฟุตบอลโลกรอบสุดท้าย โดยลีซอคาดว่าต้องใช้เวลานับ 10 ปี ในการสร้างองค์ประกอบต่าง ๆ ให้ไปถึงจุดนั้น

ลีซอ-ธีรเทพ วิโนทัย
ภาพจากเฟซบุ๊ก POLICETERO FC